"หากเจ้ายังก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว... โลหิตหยดสุดท้ายในกายข้าจะกลายเป็นคำสาปแช่งที่สลักลงบนดวงวิญญาณของพวกมันทุกตัว"
น้ำเสียงของอวิ๋นซือหานแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจนหมู่เมฆบนนภากาศถึงกับแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิต ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยคราบเลือด ปลายกระบี่หยกคู่กายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ รอบกายของนางปรากฏร่องรอยการระเบิดของค่ายกลระดับบรรพกาลที่แหลกสลายเป็นจุล ไอปราณเซียนที่เคยบริสุทธิ์ผุดผ่อง บัดนี้ปั่นป่วนราวกับคลั่งไคล้เพราะพิษร้ายจากโอสถห้ามวิญญาณที่นางฝืนกลืนกินเข้าไปเพื่อแลกกับพลังอำนาจชั่วพริบตา
เบื้องหน้าของนางคือเงาร่างของผู้อาวุโสแห่งสำนักมารโลหิตทั้งสามที่รายล้อมอยู่ พวกมันต่างหัวroเยาะเย้ยด้วยความอำมหิต สายตากระหายเลือดจ้องมองเหยื่อที่ไร้ทางหนีทีไล่
"อวิ๋นซือหาน... ปรมาจารย์โอสถอันดับหนึ่งแห่งยุค ยอมจำนนเสียเถอะ!" เสียงแหบพร่าของประมุขพรรคมารดังก้องกังวาน "โอสถสวรรค์เก้าภพในร่างของเจ้า หากนำมาหลอมรวม จะทำให้พวกเราทะยานสู่ขอบเขตเซียนแท้จริงได้ ยอมสละชีวิตของเจ้าเพื่อความยิ่งใหญ่ของพวกเราเสียเถอะนะ"
อวิ๋นซือหานมิได้หวาดกลัว นางเพียงแย้มยิ้มเยาะหยัน รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกเหมยท่ามกลางเหมันต์ แต่น่าสลดใจจนบีบคั้นหัวใจผู้พบเห็น ดวงตาคู่คมกวาดมองไปเบื้องล่าง ที่ซึ่งศิษย์น้องและสหายร่วมสำนักนับร้อยชีวิตถูกสังหารอย่างไร้ความปรานี ภาพเหตุการณ์กวาดล้างเมื่อหลายปีก่อนซ้อนทับขึ้นมาในห้วงนึก ความเจ็บปวดจากการสูญเสียอาจารย์และผู้คนที่เป็นที่รักสะท้อนกลับมาเป็นระลอก คลื่นพลังในตันTianของนางเริ่มปั่นป่วนรุนแรงจนเส้นชีพจรปราณทั่วร่างปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว
'หากข้าต้องตายที่นี่... ข้าจะขอเผาผลาญวิญญาณของพวกมันให้สิ้นซากไปด้วยกัน!'
นางสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ อักขระโบราณสีทองนับพันตัวผุดขึ้นจากผิวหนัง ทรงพลังและดุดันจนมิติรอบกายบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าว นี่คือเคล็ดวิชาลับ "ระเบิดโลหิตผลาญสวรรค์" ที่แม้แต่เซียนขั้นสูงยังต้องหวาดผวา
"นางสติหลุดแล้ว! รีบลงมือเร็วเข้า!" ประมุขพรรคมารหน้าเปลี่ยนสี ตระหนักถึงภัยพิบัติที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ตูมมม!
กระบี่มารโลหิตพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าหากลางอกของอวิ๋นซือหานด้วยความเร็วระดับสายฟ้าแลบ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ร่างของนางถูกแรงกระแทกมหาศาลซัดจนปลิวถอยหลัง กระอักโลหิตสีดำสนิทออกมาคำโต หยาดโลหิตโปรยปรายลงมาจากนภากาศราวกับหิมะสีเลือด อวิ๋นซือหานรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วกระดูกสันหลัง สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง โลกทั้งใบหมุนเคว้งควาย ทว่าในวินาทีที่เปลือกตาของนางกำลังจะปิดลงอย่างไร้ความหวัง เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทก็พุ่งทะยานแหวกม่านเมฆเข้ามาประคองร่างของนางไว้ได้อย่างเฉียดฉิว
สัมผัสที่อบอุ่นคุ้นเคยพร้อมกับกลิ่นอายกระบี่อันเป็นเอกลักษณ์ทำให้ดวงตาที่พร่ามัวของอวิ๋นซือหานเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
"ศิษย์พี่... ท่าน..." เสียงของนางแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม
ไป๋มู่เฉินมิได้เอ่ยคำใด ใบหน้าคมคายเคร่งเครียด ดวงตาคมปลาบดุดันราวกับพญามัจจุราช มือหนากุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ไอปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัดแผ่ซ่ายกดดันผู้คนนับพันในรัศมีร้อยลี้ให้คุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว
ทว่า... ที่ปลายกระบี่ของไป๋มู่เฉินในยามนี้ กลับมีหยดโลหิตสีทองบริสุทธิ์หยดลงกระทบพื้นดินทีละหยด... หยด... และหยด...
นั่นไม่ใช่โลหิตของศัตรู แต่เป็นโลหิตที่ไหลรินจากหัวใจของเขาเอง
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ•ตอนที่ 22
เลือดหลั่งรินกลางนภา
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!