เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ•ตอนที่ 21

เงาแห่งนิกายเทวะ

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"เจ้าคิดว่าความภักดีที่ย้อมด้วยโลหิตของอาจารย์ จะล้างมลทินในอดีตของเจ้าได้จริงหรือ ไป๋มู่เฉิน?" น้ำเสียงแหบพร่าทว่าทรงพลังดั่งระฆังทองคำสั่นสะท้านในห้วงอากาศ แรงกดดันจากลมปราณระดับวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง บีบอัดมวลหมู่เมฆบนท้องนภาให้แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างของบุรุษในชุดคลุมยาวสีครามเข้ม ปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยด้ายทองคำ ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชเชียบราวกับภูตผี ไร้ซึ่งร่องรอยการเคลื่อนไหว แต่น้ำหนักแห่งการกดทับกลับทำให้ผืนปฐพีเบื้องล่างทรุดตัวลงเป็นหลุมลึกหลายฉือ อวิ๋นซือหานหรี่ตาลงเล็กน้อย เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามขมับ แม้เขาจะเป็นถึงปรมาจารย์โอสถผู้กุมความลับแห่งสมุนไพรสวรรค์ แต่ต่อหน้า 'เฟิงเทียนเจี้ยน' เจ้าสำนักนิกายเทวะผู้เหี้ยมโหดและไร้ปรานี พลังยุทธ์ของเขายังคงห่างชั้นราวฟ้ากับเหว ไอร้อนจากเตาหลอมโอสถในตันtian (ตันเถียน) สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยทุกอณูขุมขน ไป๋มู่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองผู้มาใหม่ ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่จับจ้องไปยังเศษเหล็กกล้าที่ปักอยู่บนพื้นดิน มือขวากุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ไอปราณสีครามเข้มรอบตัวเขาหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น บ่งบอกถึงสภาวะจิตใจที่กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับมหันตภัยครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต "ความภักดีของข้า ไม่เคยมีไว้เพื่อประจบสอพลอผู้ใด... ยิ่งไม่ใช่เพื่อผู้ทรยศที่เหยียบย่ำกระดูกของพี่น้องร่วมสำนักเช่นท่าน" ไป๋มู่เฉินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง เฟิงเทียนเจี้ยนหัวเราะรơiร่า เสียงหัวเราะดังก้องกังวานเสียดแก้วหู ราวกับเสียงคำรามของอสูรบรรพกาล "ปากกล้าดีนี่... น่าเสียดายที่วิถีกระบี่ของเจ้า แม้จะบรรลุถึงขั้นไร้ลักษณ์ แต่ก็ยังขาดซึ่งความเด็ดเดี่ยวแท้จริง เจ้าปกป้องมันไม่ได้หรอก ไป๋มู่เฉิน... ทั้งตัวเจ้า และ 'กระบี่ผลาญสวรรค์' เล่มนั้น สมควรกลับคืนสู่สำนักนิกายเทวะตั้งแต่แรกแล้ว" สิ้นคำ ประกายตาสีทองฉานของเจ้าสำนักนิกายเทวะก็สาดส่องลงมาราวกับคมหอก เฟิงเทียนเจี้ยนมิได้ชักอาวุธ เพียงแค่สะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง ดัชนีปราณเพลิงสุริยันก็พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าใส่จุดตายของไป๋มู่เฉินด้วยความเร็วเหนือแสง ระยะห่างเพียงชั่วลมหายใจ ความร้อนระอุแผดเผาผิวหนังจนส่งกลิ่นไหม้จางๆ *ช้ง!* ประกายไฟสีทองสาดกระเซ็นไปทั่วทิศทาง เมื่อกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือของไป๋มู่เฉินตวัดรับการโจมตีได้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะสะท้อนกลับจนแขนเสื้อของอดีตศิษย์พี่ใหญ่ขาดวิ่น ร่างของเขาไถลถอยหลังไปตามพื้นดินเป็นทางยาวหลายสิบวา เลือดสีแดงฉานไหลซึมออกจากมุมปาก แต่นัยน์ตาของเขากลับยิ่งเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืด "ซือหาน... ถอยไป" ไป๋มู่เฉินเอ่ยเตือนสติด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ขณะที่แผ่นหลังยังคงยืนหยัดขวางหน้าอวิ๋นซือหานไว้อย่างมั่นคง ดุจดั่งภูเขาผาที่ไม่มีวันพังทลาย อวิ๋นซือหานเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกไร้พลังเช่นนี้ช่างน่าสมเพชเสียจริง เขามีโอสถวิเศษมากมายในแหวนมิติ มีเคล็ดลับการแพทย์ที่อาจเปลี่ยนฟ้าดินได้ แต่ในยามที่เผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุด เขากลับกลายเป็นเพียงตัวภาระที่ต้องคอยให้คนรักเอาชีวิตเข้าแลกปกป้อง *ข้าจะยอมเป็นแค่เงาที่คอยหลบอยู่เบื้องหลังเขาเช่นนี้ไปตลอดชีวิตจริงหรือ?* คำถามก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณ พลังปราณโอสถในร่างเริ่มแปรปรวน ทะยานขึ้นอย่างไร้ทิศทางราวกับสัตว์ป่าที่ถูกขังกรง "คิดจะขัดขืนงั้นรึ? ช่างโง่เขลาเบาปัญญา" เฟิงเทียนเจี้ยนยิ้มเยาะ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว มิติรอบตัวก็พลันบิดเบี้ยว ร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏขึ้นอีกครั้งเบื้องหน้าไป๋มู่เฉินราวกับภูตผี ฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยปราณมังกรทมิฬพุ่งเข้าใส่หน้าอกของไป๋มู่เฉินโดยตรง นี่ไม่ใช่การประลอง แต่มันคือการสังหารอย่างเลือดเย็น ไป๋มู่เฉินกัดฟันกรอด รวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้ายผสานเข้ากับเคล็ดกระบี่ไร้ลักษณ์ ร่างกายเปล่งแสงสีครามเจิดจ้า ทว่าในจังหวะที่ฝ่ามือทมิฬกำลังจะทะลวงผ่านเกราะปราณ ร่างของอวิ๋นซือหานกลับพุ่งทะยานแทรกเข้ามาตรงกลางอย่างไม่คาดฝัน! มือเรียวยาวของปรมาจารย์โอสถสะบัดออก เม็ดยาทลายสวรรค์เกรดเก้าสีดำสนิทถูกบดขยี้ด้วยมือเปล่า กลิ่นอายรุนแรงระเบิดออกกลายเป็นหมอกควันพิษสีม่วงเข้ม บดบังทัศนวิสัยทั้งหมดในรัศมีร้อยวา "เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ซือหาน!" ไป๋มู่เฉินตะโกนลั่นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น "ถ้าวันนี้ต้องตาย... ข้าขอตายเคียงข้างเจ้าในฐานะผู้ร่วมเส้นทาง ไม่ใช่ตัวถ่วง!" อวิ๋นซือหานกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะฝืนลิขิตฟ้าดินด้วยมือของตนเอง เม็ดโลหิตในกายพลุ่งพล่าน สัญญาณแห่งการทะลวงขอบเขตพลังที่ถูกกดทับมานานนับปีเริ่มระเบิดออก เสียงฟ้าร้องคำรามต่ำๆ ดังขึ้นจากนภากว้าง ราวกับทัณฑ์สวรรค์กำลังจับตาดูคนอวดดีที่กล้าท้าทายกฎเกณฑ์ เฟิงเทียนเจี้ยนที่ติดอยู่ในม่านหมอกพิษขมวดคิ้วมุ่น ปราณทมิฬรอบตัวปะทะกับควันพิษจนเกิดเสียงดังซ่า คลื่นพลังสะท้อนกลับทำให้เขาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว "คิดจะใช้โอสถฝืนทะลวงพลังเพื่อแลกกับการตายร่วมกันงั้นรึ? ช่างไร้เดียงสา..." ทว่า ในวินาทีที่หมอกพิษเริ่มจางลง เสียงหัวเราะเยือกเย็นก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังของเฟิงเทียนเจี้ยน—เงาร่างหนึ่งที่ควรจะตายไปแล้วในอดีต ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับคมกระบี่ที่จ่อตรงเข้าที่ต้นคอของเจ้าสำนักนิกายเทวะอย่างแม่นยำ! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%