“ตบะระดับนี้ หากเจ้ายังฝืนโคจรลมปราณทวนกระแส เกรงว่าเส้นชีพจรโลหิตทั่วร่างคงแหลกสลายกลายเป็นผุยผงภายในหนึ่งเค่อ... เจ้าคิดจะเอาชีวิตของตนเองไปแลกกับเศษเสี้ยววิญญาณที่แตกดับของข้า จริงๆ น่ะหรือ?”
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของอวิ๋นซือหานดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวภายในถ้ำศิลาจันทรา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายที่ซีดเผือดไร้สีเลือด แววตาของปรมาจารย์โอสถผู้เยือกเย็น บัดนี้กลับสั่นไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกที่ยากจะพบเห็น
เบื้องหน้าของเขา ไป๋มู่เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนค่ายกลอักขระโลหิต ร่างกายสูงโปร่งของอดีตศิษย์พี่ใหญ่ผู้ถูกตราหน้าว่าทรยศ อาบย้อมไปด้วยละอองปราณสีแดงฉานที่พวยพุ่งทะลักออกมาจากจุดตันเถียน ทุกคราที่ลมปราณสีเพลิงนั้นหมุนวน เสียงกระดูกลั่นกรอบราวกับกิ่งไม้แห้งก็ดังสะท้อนก้องบาดลึกถึงขั้วหัวใจ แต่นัยน์ตาคมกริบของไป๋มู่เฉินกลับยังคงมั่นคงดั่งขุนเขา ไม่มีความหวาดกลัว หรือแม้แต่ความเสียดายในตบะนับร้อยปีที่สั่งสมมาแม้แต่น้อย
“ซือหาน... เจ้าก็รู้ดีว่าวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ของข้า ไม่อาจก้าวข้ามผ่านแดนบรรพกาลได้ หากปราศจากการชำระล้างด้วยโอสถจิตวิญญาณเก้าอัคคี แต่ทว่า... บาดแผลจากทัณฑ์สวรรค์เมื่อครั้งคราวก่อนกลับย้อนกลับมากลืนกินแก่นแท้ของข้าจากภายใน”
ไป๋มู่เฉินแย้มยิ้มบางเบา ริมฝีปากที่แห้งผากมีคราบโลหิตสีดำไหลซึม เขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจสะกดใจ “หากข้าต้องตายอย่างไร้ค่าในหุบเขาร้างแห่งนี้ สู้เอาตบะที่เหลืออยู่ทั้งหมด หลอมรวมเข้ากับเตาหลอมโอสถของเจ้า เพื่อให้เจ้าบรรลุขอบเขตเซียนโอสถแท้จริง... เช่นนั้นยังจะคุ้มค่าเสียกว่า”
“เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้า!” อวิ๋นซือหานตวาดกร้าว นัยน์ตาคู่คมแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและเจ็บปวดลึกซึ้ง มือทั้งสองข้างที่สั่นเทาพยายามประสานอินทร์ตราเพื่อสะกดจุดชีพจรของอีกฝ่าย ทว่าพลังปราณย้อนกลับพุ่งกระแทกเข้าใส่จนร่างของเขาเซถอยหลัง กระอักโลหิตสดๆ ออกมาคำใหญ่
ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้ ผู้คนต่างแย่งชิงความเป็นใหญ่ เหยียบย่ำศพพรรคพวกเพื่อไขว่คว้าหาความเป็นอมตะ แต่มิตรภาพและความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังรอยแผลเป็นนับร้อยของพวกเขากลับลึกซึ้งยิ่งกว่าสายเลือด ไป๋มู่เฉินไม่เคยทรยศสำนัก... ความจริงข้อนี้มีเพียงอวิ๋นซือหานที่ล่วงรู้ แต่มันเป็นความจริงที่ต้องแลกมาด้วยความเข้าใจผิดและการตามล่าจากยุทธภพทั้งยุทธภพ
“ข้าไม่ได้พูดเล่น... และเวลาของข้าก็หมดลงแล้ว”
ไป๋มู่เฉินคำรามต่ำในลำคอ พลังปราณทั่วร่างระเบิดออกราวกับดวงอาทิตย์แผดเผา อักขระโบราณนับพันบนพื้นถ้ำส่องแสงสว่างเจิดจ้าจนแสบตา ไอพลังมหาศาลถูกถ่ายเทผ่านฝ่ามือที่ประกบเข้าหากัน ไหลทะลักเข้าสู่ร่างของอวิ๋นซือหานอย่างไม่ยอมให้ปฏิเสธ
“หยุดนะ! ไป๋มู่เฉิน! ข้าสั่งให้เจ้าหยุด!” อวิ๋นซือหานคำรามลั่นด้วยความสิ้นหวัง ปราณโอสถสีครามเข้มระเบิดออกจากร่างของเขาเพื่อต้านทาน ทว่าพลังปราณตบะของไป๋มู่เฉินกลับโถมซัดเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์สึนามิที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง พลังทั้งสองสายปะทะกันจนมิติรอบกายบิดเบี้ยว เกิดเสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่าในวันที่ไร้เมฆฝน
ความทรงจำมากมายไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิดของอวิ๋นซือหาน ภาพในอดีตสมัยที่พวกเขายังเป็นศิษย์ร่วมสำนัก นั่งดื่มสุราใต้แสงจันทร์ ร่ำเรียนเคล็ดวิชาเคียงบ่าเคียงไหล่ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความหวังในยุทธภพ... บัดนี้ทุกอย่างกำลังถูกเผาผลาญด้วยเปลวเพลิงแห่งการเสียสละ เพื่อแลกกับการยื้อชีวิตและต่อลมหายใจให้เขาได้ก้าวข้ามผ่านประตูสวรรค์
“รับมันไป... ซือหาน... จงมีชีวิตอยู่... แทนข้า”
เสียงของไป๋มู่เฉินแผ่วเบาราวกับสายลมที่กำลังจะจางหาย ร่างกายของบุรุษผู้เคยค้ำจุนยุทธภพด้วยกระบี่เล่มเดียว บัดนี้เริ่มโปร่งใสและสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองคำขาว ลอยล่องวนเวียนอยู่รอบตัวอวิ๋นซือหานดั่งหมู่มวลผีเสื้อนับหมื่นตัวที่กำลังร่ายรำในวาระสุดท้าย
อวิ๋นซือหานทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นศิลา มือทั้งสองข้างคว้าจับได้เพียงความว่างเปล่า นัยน์ตาคู่ที่เคยเยือกเย็นมาตลอดชีวิต บัดนี้มีหยาดน้ำใสไหลรินอาบสองแก้มอย่างเงียบงัน ความเจ็บปวดจากการทะลวงผ่านขอบเขตพลังแผดเผาไปทั่วร่าง เซียนโอสถไร้ใจได้ตายลงแล้ว ณ วินาทีนี้ คงเหลือเพียงชายผู้แบกรับความแค้นและดวงวิญญาณที่ถูกผูกพันไว้ด้วยคำสาบานสุดท้าย
ทันใดนั้น ท้องน้ายามราตรีเหนือถ้ำศิลาจันทราก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เมฆทมิฬหนาทึบม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง เสียงคำรามกึกก้องของอสนีบาตสวรรค์ดังสนั่นหวั่นไหว ทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้ากำลังก่อตัวขึ้นเพื่อลงทัณฑ์ผู้ที่ฝืนลิขิตชะตาและดูดซับพลังตบะอันฝืนธรรมชาติ
ท่ามกลางม่านพลังงานที่ระเบิดออกอย่างไร้ทิศทาง ผนังถ้ำด้านในสุดที่ปิดตายมานับหมื่นปีกลับสั่นสะเทือนและร้าวราน ก่อนจะพังทลายลงเผยให้เห็นร่างเงาปริศนาของใครบางคนก้าวเดินออกมาจากความมืดมิด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
“ช่างเป็นการถ่ายทอดพลังที่น่าประทับใจเสียจริง... ปรมาจารย์อวิ๋น ข้าตามหาตัวท่านมานานนับร้อยปี ในที่สุดก็ได้พบกันเสียที”
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ•ตอนที่ 23
การรักษาที่ต้องแลก
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!