คราบโลหิตบนคมกระบี่ไร้ลักษณ์ยังไม่ทันแห้งสนิท ไอปราณทมิฬรอบกายไป๋มู่เฉินก็แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว อวิ๋นซือหานกวาดสายตามองหุบเหวเบื้องหน้า—หุบเหวสุริยันดับสูญ ดินแดนรกร้างที่แม้แต่พญายมยังต้องทอดถอนหายใจ ที่แห่งนี้ ไร้ซึ่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร มีเพียง "โสมนภาเก้าพลิกผัน" สมุนไพรระดับเทพเซียนที่เติบโตได้ด้วยหยาดโลหิตแห่งบรรพกาลเท่านั้นที่ซ่อนเร้นอยู่
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่า ข่าวสารจากสำนักมารโลหิตเชื่อถือได้?" ไป๋มู่เฉินเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำของเขาก้องกังวานทำลายความเงียบ ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่เหลือบมองสหายร่วมทางที่กำลังย่อตัวลงสำรวจแผ่นศิลาโบราณ
อวิ๋นซือหานมิได้หันกลับมาทันที นิ้วเรียวยาวดุจหยกขาวแตะสัมผัสลงบนรอยแตกของแผ่นศิลา ปราณโอสถสีครามจางๆ แผ่ซ่านออกจากปลายนิ้ว ซึมซับความทรงจำนับหมื่นปีที่ถูกผนึกไว้ใต้พื้นดิน "ข่าวลือย่อมมีมูลความจริงครึ่งหนึ่ง... แต่ต่อให้เป็นกับดักของพวกมัน ข้าก็ต้องเดินลงไป" ปรมาจารย์โอสถกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องหลบทาง ปมในอดีตจากการสูญเสียอาจารย์ในคืนเพลิงผลาญสำนักยังคงแผดเผาจิตวิญญาณ เขาไม่มีวันยอมปล่อยให้โอกาสในการปรุง "โอสถคืนวิญญาณบรรพกาล" หลุดลอยไปเด็ดขาด แม้จะต้องแลกด้วยอายุขัยครึ่งหนึ่งก็ตาม
ไป๋มู่เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับทอประกายความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างมิดชิด "เจ้ามันก็เป็นเสียแบบนี้... เอาเถอะ หากเจ้าตายลงที่นี่ วิญญาณกระบี่เช่นข้าก็คงต้องเร่ร่อนในความมืดมิดไปชั่วนิรันดร์"
สิ้นคำพูด ทั้งสองก็ทะยานร่างลงสู่ก้นเหวอันมืดมิดดุจดิ่งลงสู่อุมการแห่งความตาย แรงกดดันจากเขตแดนเซียนโบราณถาโถมเข้าใส่ราวกับขุนเขาพัน1ลูกกดทับ อวิ๋นซือหานกัดฟันแน่น เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากขาวเนียน ปราณป้องกันรอบกายสั่นระริก ทว่าสองเท้ายังคงก้าวเดินอย่างมั่นคง เบื้องหน้าของพวกเขาคือ "ต้นไม้อัสนีพันปี" ที่แผ่กิ่งก้านสาขาสีดำสนิท และ ณ ใจกลางรากแก้วนั้นเอง ดอกไม้สีทองอร่ามที่เปล่งแสงระยิบระยับดุจดวงดาวนับหมื่นกำลังส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ—โสมนภาเก้าพลิกผัน สมุนไพรล้ำค่าที่สามารถหยั่งรู้อนาคตและพลิกฟื้นชีวิตผู้ตายได้ครึ่งซีก
"นั่นคือ..." ไป๋มู่เฉินหรี่ตาลง สัญชาตญาณนักฆ่าร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง เขายกมือขึ้นขวางอวิ๋นซือหานไว้ "ช้าก่อน ซือหาน มีบางอย่างผิดปกติ ปราณรอบตัวมันบริสุทธิ์เกินไป... ราวกับถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังชีวิตของบางสิ่ง"
ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว ทันทีที่ปลายนิ้วของอวิ๋นซือหานเกือบจะสัมผัสกลีบดอกของโสมนภาเก้าพลิกผัน พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงคำรามดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรบรรพกาล ไอหมอกสีเลือดพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน บดบังทัศนียภาพจนหมดสิ้น
"ฮ่าๆๆๆ! สมน้ำหน้าพวกมดปลวก คิดหรือว่าจะแย่งชิงสมบัติบรรพกาลไปได้ง่ายๆ!"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังสะท้อนก้องหุบเหว ร่างของเงาดำนับสิบสายปรากฏขึ้นล้อมรอบทั้งสองไว้ ทว่าสิ่งที่ทำให้อวิ๋นซือหานต้องเบิกตากว้างไม่ใช่จำนวนศัตรู หากแต่เป็นบุรุษผู้ยืนอยู่ใจกลางเงาดำเหล่านั้น—ใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างยิ่งยวด ดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง และกระบี่ที่ชี้ตรงมายังอกของเขา
"ศิษย์น้องรอง... เจ้า..." อวิ๋นซือหานพึมพำออกมาด้วยความตกตะลึงระคนเจ็บปวด บุรุษที่ควรจะตายไปในเหตุการณ์กวาดล้างสำนักเมื่อสิบปีก่อน บัดนี้กลับยืนอยู่เบื้องหน้าในฐานะผู้นำของสำนักมารโลหิต
ไป๋มู่เฉินก้าวขึ้นมาบังหน้าอวิ๋นซือหานทันที คมกระบี่ไร้ลักษณ์สั่นระริกด้วยความโกรธเกรี้ยว ไอปราณสังหารระเบิดออกอย่างไร้ความปรานี ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งเป็นจุล
"ดูเหมือนว่า... วันนี้พวกเราจะได้ชำระบัญชีเก่ากันเสียที" ศิษย์น้องรองแย้มยิ้มอำมหิต พร้อมกับที่โสมนภาเก้าพลิกผันในมือเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ดึงดูดสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ให้ผ่าลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่พอดี
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ•ตอนที่ 19
สมุนไพรหยั่งรู้อนาคต
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!