ไอปราณโลหิตสีชาดแผ่ซ่านคุกกรุ่นอยู่ทั่วอาณาบริเวณค่ายกลลับใต้ผาหมื่นพิษ หยดเลือดที่หยาดลงจากปลายนิ้วของไป๋มู่เฉินสะท้อนแสงเรืองรองของเตาหลอมโอสถอัคคีทมิฬ จนเกิดเสียงดังสิ่วๆ ดุจเสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาต
อวิ๋นซือหานยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้า นางเซียนผู้เย็นชาและรอบคอบตลอดมา บัดนี้เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นบนขมับ ภายในใจของนางปั่นป่วนดั่งพายุคลั่ง ร่างบอบบางในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สั่นสะท้อนเล็กน้อยยามทอดสายตามองแผลลึกฉกรรจ์บนแผ่นอกของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น “อดีตศิษย์พี่ใหญ่ผู้ทรยศ”
“เจ้าทำบ้าอะไรลงไป ไป๋มู่เฉิน…” น้ำเสียงของอวิ๋นซือหานสั่นพร่าเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ นางฝืนสะظمความรู้สึกตื่นตระหนกไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเยือกเย็น แต่แววตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยความรuสุมอันซับซ้อน
ไป๋มู่เฉินกระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งขื่นขมและงดงามจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เขากระชับกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือซ้ายแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้ลมปราณคุ้มกายจะแตกซ่านและบาดแผลจากการฝืนทะลวงจุดชีพจรจะกรีดกรายความเจ็บปวดเสียดแทงถึงกระดูกดำ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับทอประกายแน่วแน่และอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยได้เห็นมาก่อน
“หากข้าไม่ยอมสละโลหิตหัวใจครึ่งหนึ่งเพื่อหลอมรวมเข้ากับโอสถจิตวิญญาณเก้าอัคคี... พิษโลหิตสวรรค์ในร่างของเจ้าก็จะไม่มีวันถูกขับออกจนหมดสิ้น” ไป๋มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ ลลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด ทว่าร่างสูงสง่ากลับยังคงยืนหยัดตรงตระหง่านไม่ยอมคุกเข่าต่อความเจ็บปวด
อวิ๋นซือหานก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างลืมตัว ปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเทายื่นไปหมายจะกดจุดสกัดกั้นโลหิตที่ไหลทะลัก ทว่ากลับถูกมือหนาคว้าจับไว้มั่น สัมผัสจากฝ่ามือที่เปื้อนคราบโลหิตและร้อนรุ่มดุจเปลวเพลิงแผดเผาหัวใจนางจนแทบแหลกสลาย
“ปล่อยข้า!” อวิ๋นซือหานพยายามดึงมือกลับ ทว่าน้ำเสียงของนางกลับปราศจากความเฉียบขาดเช่นเคย มีเพียงความเวิ้งว้างและรaวร้าวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดื้อรั้น “เจ้าทำเช่นนี้ทำไม? ข้าเป็นเพียงศิษย์น้องที่เจ้าสมควรสังหารเพื่อล้างมลทินให้สำนักด้วยซ้ำ! เหตุใด… เหตุใดจึงต้องเอาชีวิตของเจ้ามาเดิมพันกับความตายของข้า!”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงคำรามต่ำของเตาหลอมโอสถที่ยังคงเดือดพล่าน ไป๋มู่เฉินทอดมองดวงหน้างามล้ำที่ฉายแววความอ่อนแอเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี ความเย็นชาที่นางใช้ปกป้องตนเองจากโลกอันโหดร้าย บัดนี้ได้พังทลายลงต่อหน้าเขาแล้ว
“ล้างมลทินงั้นหรือ…” ไป๋มู่เฉินหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาของนาง “เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าสิ่งที่ข้าโหยหาตลอดร้อยปีที่ผ่านมาคือชื่อเสียงจอมปลอมของสำนัก? ข้าทรยศฟ้าดิน ทรยศอาจารย์ ทรยศแม้กระทั่งวิถีกระบี่ที่เคยยึดมั่น… แต่ข้าไม่เคยทรยศหัวใจของตนเองเลยแม้แต่คราเดียว ซือหาน”
คำว่า “ซือหาน” ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเขาโดยไม่มีคำนำหน้าใดๆ เปรียบเสมือนกระบี่ไร้ลักษณ์ที่แทงทะลุหัวใจของปรมาจารย์โอสถผู้ไร้ใจ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตางามกระทบลงบนหลังมือของไป๋มู่เฉิน ความรู้สึกอัดอั้น ตรึงเครียด และความโดดเดี่ยวที่แบกรับมาเนิ่นนานราวกับเขื่อนแตกทะลักทลาย
“เจ้ามันคนโง่…” อวิ๋นซือหานพึมพำเสียงสั่น ร่างกายของนางทรุดลงโอบกอดร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของเขาไว้แน่น ศีรษะซบลงกับลาดไหล่กว้าง กลิ่นอายโลหิตผสมผสานกับกลิ่นอายจันทราอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาลอยคละคลุ้งไปทั่วห้วงอารมณ์ “เจ้าเป็นคนโง่ที่น่าหลงใหลที่สุดในยุทธภพนี้… ไป๋มู่เฉิน”
นี่คือความอ่อนแอที่แท้จริงของยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ ความอ่อนแอที่เกิดจากการยอมจำนนต่อห้วงรักและห้วงความทรงจำอันเจ็บปวด ไป๋มู่เฉินแย้มยิ้มอย่างโล่งอก เขาโอบกอดร่างบางนั้นไว้แนบอกเช่นกัน แม้ความเจ็บปวดจะแผดเผาร่างกายจนแทบดับดิ้น แต่ไออุ่นจากหญิงสาวในอ้อมแขนกลับทำให้เขารู้สึกราวกับได้บรรลุวิถีเซียนที่แท้จริงแล้ว
ทว่า ในวินาทีที่ความอ่อนโยนและความเปราะบางหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ทันใดนั้นเอง ท้องนภายามราตรีเหนือค่ายกลลับก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต เมฆทัณฑ์สวรรค์หนาทึบก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน แรงกดดันมหาศาลระดับมหาเทพกดทับลงมาจนพื้นดินรอบกายแตกละเอียดเป็นจุล!
“แย่แล้ว…” อวิ๋นซือหานเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่พุ่งตรงลงมาจากเบื้องบน “พวกมันตามรอยกลิ่นอายโลหิตหัวใจของเจ้ามาถึงที่นี่แล้ว… ผู้อาวุโสแห่งหอคอยทัณฑ์สวรรค์!”
ไป๋มู่เฉินผลักร่างของนางให้ออกห่างอย่างนุ่มนวล แต่รวดเร็ว เขายันกายลุกขึ้นยืนแม้ขาจะสั่นเทา มือขวายื่นออกไปคว้าด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ปักอยู่กับพื้น ดึงมันออกจากฝักด้วยเสียงกังวานใสเสียดแทงฟ้าดิน แววตาของเขากลับมาคมกริบดุจคมกระบี่ที่พร้อมปลิดชีพผู้มาเยือนอีกครั้ง
ก่อนที่อวิ๋นซือหานจะทันได้เอ่ยคัดค้าน เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายก็พุ่งทะยานลงมาจากฟ้า ท่ามกลางเงาร่างเหล่านั้น มีร่างหนึ่งก้าวออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา “ฮ่าๆๆๆ ไป๋มู่เฉิน เจ้าหนีไม่พ้นแล้ว… เอ๊ะ? ดูกลุ่มก้อนพลังในเตาหลอมนั่นสิ โอสถจิตวิญญาณเก้าอัคคีใกล้สำเร็จแล้วนี่นา!”
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ•ตอนที่ 18
ความอ่อนแอที่น่าหลงใหล
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!