กลิ่นคาวโลหิตมิได้จางหายไปตามสายลม ราวกับมันฝังรากลึกอยู่ในเนื้อหนังและจิตวิญญาณของทุกผู้คนที่ยืนอยู่ ณ ที่แห่งนั้น
ภายใต้แสงจันทร์สีครามที่สาดส่องผ่านร่มเงาไม้โบราณ เงาร่างสวมหน้ากากเงินลายอสูรยังคงยืนหยัดนิ่งสงบ ดุจรูปปั้นหินสลักจากขุมนรก ไอสีดำทมิฬที่แผ่ออกมาจากร่างของมันบิดเบือนมิติรอบกายให้โค้งงออย่างน่าประหลาด กลิ่นอายนี้... มันคือกลิ่นอายปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นสมบูรณ์ ซึ่งมีเพียงอดีตเจ้าสำนักเซียนหมื่นภพผู้ล่วงลับเท่านั้นที่ควรจะครอบครอง เหตุใดจึงมาปรากฏบนร่างของมารร้ายผู้นี้ได้
อวิ๋นซือหานหรี่ตาลงเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง ปรมาจารย์โอสถเช่นเขาผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ความกดดันระดับนี้... กลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดไปชั่วขณะ
"เจ้าเป็นใครกันแน่?" น้ำเสียงของอวิ๋นซือหานราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายจิตสังหารที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่ง
บุรุษสวมหน้ากากหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเสียดสีราวกับแผ่นเหล็กกระทบกัน "หึ... ศิษย์น้องผู้เย่อหยิ่ง เหตุใดเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ปี เจ้าจึงจดจำแม้แต่เงาของอาจารย์ตนเองไม่ได้เล่า?"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของอวิ๋นซือหาน ร่างของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ แม้สำนวนการพูดจะเปลี่ยนไป แต่วิถีปราณและน้ำเสียงเย้ยหยันเช่นนี้... เป็นไปไม่ได้! อาจารย์สิ้นชีพไปต่อหน้าต่อตาเขาในคืนวันกวาดล้างสำนัก โลหิตของท่านย้อมผืนแผ่นดินให้กลายเป็นสีแดงฉาน เหตุใดเวลานี้จึงฟื้นคืนชีพกลับมาในสภาพของตัวประหลาดสวมหน้ากากอสูรเช่นนี้
"อย่ามาพูดจาสתרเท็จ!" อวิ๋นซือหานคำรามในลำคอ เม็ดยาโอสถในแหวนมิติสั่นระริก ปราณโอสถสีครามเข้มทะลักออกจากจุดตันتيเถียนแผ่พุ่งออกมารอบกายจนเกิดเสียงระเบิดเบาๆ ในอากาศ "อาจารย์สิ้นชีพไปแล้วด้วยมือของ... ของศิษย์ทรยศผู้นั้น!"
สายตาของอวิ๋นซือหานเหลือบมองไปยังไป๋มู่เฉิน ชายหนุ่มผู้ยืนนิ่งสงbอยู่เบื้องข้าง ไป๋มู่เฉินในยามนี้มิได้มีสีหน้าตกใจแม้แต่น้อย
ดวงตาของไป๋มู่เฉินหรี่แคบลง จิตกระบี่ในร่างตื่นตัวขึ้นอย่างดุร้าย กระบี่ไร้ลักษณ์ในฝักสั่นสะท้านส่งเสียงร้องคำรามราวกับสัตว์ป่าที่พบพาลเหยื่ออันตราย ไป๋มู่เฉินก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว บังร่างของอวิ๋นซือหานไว้ครึ่งหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นและเฉียบคมดุจคมกระบี่ที่เพิ่งลับ
"ของปลอมย่อมเป็นของปลอม ต่อให้เจ้าจะเลียนแบบกลิ่นอายปราณได้สมบูรณ์แบบเพียงใด แต่กระบี่ในมือของเจ้า... ไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งความเมตตาและคุณธรรมที่แท้จริง" ไป๋มู่เฉินเอ่ยขึ้น สายตาดุจเหยี่ยวจ้องมองทะลุผ่านหน้ากากเงินไปยังดวงตาคู่ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
บุรุษสวมหน้ากากอสูรนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะก้องกังวานเสียดแท่นแก้วหู "ฮ่าๆๆๆ! ช่างกล้าพูดนัก ไป๋มู่เฉิน เจ้าคือผู้ที่ทรยศสำนัก สังหารพี่น้องร่วมสำนัก และปล่อยให้อาจารย์ต้องตายอย่างไร้ค่า บัดนี้ยังมีหน้ามาพูดเรื่องคุณธรรมอีกหรือ? ช่างน่าขันสิ้นดี!"
อวิ๋นซือหานขบกรามแน่น ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตไหลย้อนกลับมาดุจคลื่นใต้น้ำ ซัดกระหน่ำจิตใจของเขาให้ปั่นป่วน แม้เขาจะรู้ดีว่าไป๋มู่เฉินมีเหตุผลเบื้องหลังการกระทำนั้น แต่แผลเป็นในใจที่ถูกกรีดซ้ำด้วยเงาของอาจารย์ผู้ล่วงลับ ก็ทำให้ความเชื่อมั่นของเขาสั่นคลอนอย่างรุนแรง
"หุบปาก!" อวิ๋นซือหานสะบัดมือ แสงสีเขียวมรกตเจิดจ้าพุ่งทะยานออกจากปลายนิ้วกลายเป็นเข็มพิษนับร้อยเล่ม แหวกอากาศพุ่งตรงเข้าใส่บุรุษสวมหน้ากากอสูรด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าดาวตก
*ฉับ!*
เข็มพิษทั้งหมดมิได้สัมผัสเป้าหมาย กลับถูกคลื่นกระบี่สีดำสนิทที่ตวัดผ่านหน้ากากอสูรปัดป้องจนแหลกสลายกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา บุรุษสวมหน้ากากก้าวถอยหลังไปสามก้าว ไอสีดำรอบตัวเข้มข้นขึ้นจนกลายเป็นกลุ่มควันมหึมา
"หากพวกเจ้าต้องการความจริง... ก็จงเอาชนะกระบี่เล่มนี้ของข้าให้ได้เสียก่อน!"
สิ้นคำพูด เงาร่างนั้นก็พุ่งทะยานเข้าหาทั้งสองด้วยความเร็วที่เหนือกว่าขอบเขตวิญญาณยุทธ์ทั่วไป ประกายกระบี่สีดำทมิฬฟาดฟันลงมาจากฟากฟ้า ราวกับสายฟ้าแห่งความพินาศที่พร้อมจะผ่าร่างของทุกสิ่งให้ขาดเป็นสองท่อน แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของอวิ๋นซือหานจนเข่าแทบทรุด
"ระวัง!" ไป๋มู่เฉินตะโกนลั่น ร่างของเขาพุ่งเข้าประชิดตัวอวิ๋นซือหานในพริบตาเดียว กระบี่ไร้ลักษณ์ชักออกจากฝัก เปล่งประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ตัดผ่านความมืดมิด ปะทะเข้ากับกระบี่สีดำทมิฬอย่างจัง!
*เปรี้ยงหูดับตับไหม้!*
แรงปะทะของพลังปราณทั้งสองสายระเบิดออกเป็นวงกว้าง คลื่นกระแทกทำลายต้นไม้รอบบริเวณจนราบเป็นหน้ากลอง ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ร่างของไป๋มู่เฉินไถลถอยหลังไปหลายสิบก้าว รอยเท้าลึกปรากฏบนพื้นดิน ขณะที่มุมปากของเขามีโลหิตสีแดงสดไหลรินออกมาหยดหนึ่ง ทว่าดวงตาของเขากลับยังคงเปล่งประกายความมุ่งมั่นดุจหินผา
อวิ๋นซือหานรีบดีดตัวเข้าไปประคองร่างของไป๋มู่เฉิน มือข้างหนึ่งหยิบเม็ดโอสถฟื้นฟูระดับเจ็ดออกมาป้อนให้อย่างรวดเร็ว "เจ้าไหวหรือไม่?"
ไป๋มู่เฉินส่ายหน้าเบาๆ ดวงตายังคงจับจ้องไปที่กลุ่มควันสีดำเบื้องหน้า "ข้าไม่เป็นไร... แต่เป้าหมายของมันไม่ใช่การสังหารเราตั้งแต่แรก"
อวิ๋นซือหานขมวดคิ้วมุ่น "หมายความว่าอย่างไร?"
"มันต้องการใช้พลังของเรา... เพื่อเปิดผนึกบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังพวกเราต่างหาก"
เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นซือหานพลانหันกลับไปมองเบื้องหลัง พบว่าแท่นหินโบราณที่ตั้งอยู่กลางลานพิธี บัดนี้กำลังเปล่งอักขระโบราณสีเลือดออกมาทีละตัว พร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับมีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นมาจากใต้พิภพ และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ... เงาร่างของบุคคลที่พวกเขารู้จักดีที่สุดกำลังก้าวเดินออกมาจากรอยแยกของมิติเบื้องหน้านั้นเอง
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมกระบี่และไอโอสถนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ•ตอนที่ 3
ข้อต่อรองบนคมกระบี่
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!