"ความตายมิใช่สิ่งน่าสะพรึงกลัวที่สุดในยุทธภพ... แต่การสูญเสียสติสัมปชัญญะ ค่อยๆ เห็นร่างเนื้อเน่าเปื่อยกลายเป็นเดรัจฉานมารต่างหาก คือทัณฑ์ทรมานที่แท้จริง"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงใหญ่ของศาลากลางเมืองอวิ๋นโจว ที่บัดนี้อัดแน่นไปด้วยกลิ่นไอปราณสีดำคล้ำที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของผู้อาศัยนับร้อยชีวิต พวกเขาคือนิกรชนผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อของ "อาคมโลหิตหมื่นศพ" อันชั่วร้าย
อวิ๋นซือหานยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเตาหลอมโอสถอัคคีทมิฬ เปลวเพลิงสีฟ้าครามที่สะท้อนอยู่ในดวงตาดำขลับของนางมิได้ร้อนแรงเพียงแค่กาย แต่มันร้อนลุ่มถึงจิตวิญญาณ ในฐานะปรมาจารย์โอสถผู้สืบทอดวิถีแห่งเต๋า นางย่อมรู้ดีว่าการจะถอนพิษอาคมระดับนี้ มิใช่เรื่องที่จะทำได้ด้วยการสะบัดมือเพียงครั้งเดียว
เบื้องหลังนางไม่ไกลนัก ไป๋มู่เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ ร่างกายของเขาปกคลุมด้วยไอหมอกกระบี่สีขาวบริสุทธิ์เพื่อคอยสะกดกั้นกลิ่นอายมารที่พยายามเล็ดลอดเข้ามารบกวนสมาธิของนาง ดวงตาคมกริบของอดีตศิษย์พี่ใหญ่ผู้ทรยศกวาดตามองรอบกายอย่างระแวดระวัง แม้ลมหายใจจะแผ่วเบา แต่กระบี่ไร้ลักษณ์ที่วางพาดอยู่บนตักกลับส่งเสียงสั่นพานคำรามเบาๆ ดุจเตือนภัย
"ซือหาน... ปราณฟ้าดินเริ่มปั่นป่วนแล้ว เกรงว่าพวกมันคงรู้ตัวเร็วกว่าที่คาด" ไป๋มู่เฉินเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง น้ำเสียงของเขาเจือด้วยความกังวลที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็น
"ให้มันรู้ไปสิครับ" อวิ๋นซือหานตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับฉายประกายเด็ดเดี่ยว นางสะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง สมุนไพรล้ำค่าเจ็ดชนิด อาทิ โสมเพลิงสวรรค์ บัวหิมะพันปี และหญ้าวิญญาณโลหิต ต่างลอยหมุนเคว้งคว้างกลางอากาศ ก่อนจะพุ่งเข้าไปในเตาหลอมราวกับมีชีวิต
*ตูーム!*
เสียงอัคคีคำรามก้องภายในเตาหลอม แรงปะทะของธาตุหยินและหยางทำให้โครงสร้างไม้ของศาลากลางสั่นสะเทือน เม็ดยาโอสถระดับห้า "โอสถประสานใจ" กำลังก่อตัวขึ้น แต่มันไม่ง่ายดายเช่นนั้น เนื่องจากอาคมที่ฝังรากลึกในตัวชาวเมืองเป็นวิชามารสายโลหิต การจะขับไล่มันออกจำเป็นต้องใช้ "โลหิตหัวใจ" ของผู้ปรุงโอสถเองเป็นตัวเชื่อมโยง
อวิ๋นซือหานกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด หยดโลหิตสีแดงสดพุ่งออกจากปลายนิ้วชี้ หยดลงสู่ใจกลางเตาหลอมโอสถทันที ทันใดนั้น สีหน้าของนางก็ซีดเผือดลงชั่วขณะ ปราณในร่างปั่นป่วนจนเกือบจะธาตุไฟเข้าแทรก
ไป๋มู่เฉินเห็นดังนั้นก็พลอยหัวใจกระตุกวูบ เขาไม่ลังเลที่จะถ่าย
ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ของตนเองพุ่งทะยานผ่านฝ่ามือไปโอบอุ้มแผ่นหลังบางของนางไว้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระอันหนักอึ้งจากการฝืนหลอมโอสถฝืนลิขิตฟ้าดินนี้
"อย่าฝืนเกินกำลัง ซือหาน ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว" คำพูดสั้นๆ แต่หนักแน่นราวกับภูผาของชายหนุ่ม ทำให้จิตใจที่กำลังเคว้งคว้าของนางกลับมาสงบลงได้อีกครั้ง
อวิ๋นซือหานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางประสานอินด้วยมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็วจนเกิดภาพติดตา อักขระโบราณนับร้อยตัวเปล่งแสงเรืองรองสว่างวาบไปทั่วทั้งห้อง ความกดดันจากฟ้าดินแผ่ซ่านกดทับลงมาจนผู้คนรอบข้างแทบกระอักเลือด แต่ท่ามกลางพายุแห่งพลังนั้น นางกลับยิ้มเยาะให้กับชะตากรรม
"เปิด!"
สิ้นเสียงคำราม เม็ดโอสถสีทองอร่ามสามสิบเม็ดพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทะลุหลังคารั่วไหลของศาลากลาง ก่อนจะแตกกระจายกลายเป็นละอองฝนแสงสีทองโปรยปรายลงมาปกคลุมทั่วทั้งเมืองอวิ๋นโจว ทุกผู้คนสูดดมกลิ่นหอมละมุนนั้นเข้าไป ร่างกายที่เคยดำคล้ำด้วยพิษมารค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทว่า... ความเงียบสงบมิได้อยู่andยาวนาน
ท้องนภ้ายามราตรีที่ควรจะกระจ่างใส กลับถูกฉีกกระชากด้วยสายฟ้าสีเลือดนับพันสาย เมฆดำทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นรูปอักษรมารขนาดยักษ์ แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งลงมาจากเบื้องบน รุนแรงเสียจนแผ่นดินใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว
ไป๋มู่เฉินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือขวาคว้าด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ไว้แน่น นัยน์ตาดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังรอยแยกมิติบนท้องฟ้า ซึ่งบัดนี้เงาร่างมหึมาในชุดเกราะทมิฬกำลังก้าวออกมาทีละน้อย พร้อมกับกลิ่นอายสังหารที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
"ในที่สุด... เจ้าก็โผล่หัวออกมาจนได้นะ ไอ้สุนัขรับใช้แห่งหุบเขากลืนวิญญาณ" อวิ๋นซือหานปาดคราบโลหิตที่มุมปาก นางก้าวขึ้นมายืนเคียงข้างชายหนุ่ม กระบี่วิญญาณในมือเริ่มสั่นระริกรับศึกหนัก
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งยุทธภพมาด้วยกันนะครับ
เพลิงโอสถสวรรค์
เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ•ตอนที่ 13
โอสถประสานใจ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!