เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ•ตอนที่ 26

รวบรวมพรรคพวกใต้ดิน

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"เกลือเป็นหนอนในสำนักหวงหลง... ข้าตรวจสอบมาสามรอบแล้ว ย่อมไม่มีทางผิดพลาด" เสียงทุ้มต่ำดุจก้อนน้ำแข็งกระทบกันในความมืดดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอับชื้นของโรงเตี๊ยมใต้ดินเขตสาม อวิ๋นซือหานนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลายโบราณ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหิมะจ้องมองไปยังแผ่นกระดาษไข่มุกที่เต็มไปด้วยรายชื่อขุนนางและผูอาวุโสพรรคฝ่ายธรรมะที่ซุกซ่อนความเน่าเฟะไว้เบื้องหลังอาภรณ์หรูหรา ไป๋มู่เฉินซึ่งยืนพิงเสาไม้ไผ่ในเงาสลัว ขยับคมกระบี่ไร้ลักษณ์ข้างกายเบาๆ จนเกิดเสียง "คลิก" แผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจของภูตผี "ความอยุติธรรมใต้ฟ้ามิได้เกิดจากคนชั่วกำแหงหาญ แต่เกิดจากคนดีผู้มีอำนาจเลือกที่จะปิดตาข้างหนึ่งต่างหาก... ซือหาน เจ้าแน่ใจแล้วหรือที่จะดึงคนเหล่านี้เข้ามาสู่กระแสธารแห่งเลือด" อวิ๋นซือหานมิได้ตอบคำถามทันที เขายกจอกสุราสมุนไพรขึ้นจิบ ไอปราณสีครามพวยพุ่งออกจากริมฝีปากเล็กน้อย สะท้อนถึงขอบเขตพลังวิญญาณที่ก้าวล่วงสู่ขั้นหลอมรวมดาราอย่างไร้ที่ติ "คนดีที่นิ่งเฉย ก็ไม่ต่างอันใดกับสมุนของมาร... โลกบำเพ็ญเพียรนี้กดขี่ผู้ไร้เส้นสายมานานเกินไปแล้ว สำนักใหญ่ทั้งเจ็ดผูกขาดศิลาวิญญาณและเคล็ดวิชาสวรรค์ไว้เบื้องบน ปล่อยให้ผู้คนนับล้านต้องดิ้นรนในโคลนตม หากเราต้องการโค่นล้มยอดเขาไท่ซาน เราย่อมต้องรวบรวมก้อนหินทุกก้อนที่ถูกเหยียบย่ำให้ลุกขึ้นมาเป็นกำแพงเหล็ก" ประตูลับทำจากหินแกรนิตหนักอึ้งถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของเงาทมิฬสามร่างที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง ผู้นำกลุ่มคือ 'หลี่เทียนเจี้ยน' อดีตยอดฝีมือแห่งสำนักกระบี่เมฆาผู้ถูกขับไล่เพราะปฏิเสธที่จะสังหารชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ ดวงตาของเขาลึกโหล เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความแค้นและการรอคอย "คารวะปรมาจารย์อวิ๋นคารวะศิษย์พี่ไป๋... ข้าพาคนมาตามนัดแล้ว" หลี่เทียนเจี้ยนประสานมือคำนับด้วยความยำเกรง แม้ฐานะเดิมของเขาจะสูงส่งเพียงใด แต่ในยุทธภพเวลานี้ มีเพียงชื่อของ 'อวิ๋นซือหาน' เท่านั้นที่จุดประกายความหวังให้แก่เหล่าผู้ถูกเนรเทศ อวิ๋นซือหานกวาดสายตามองคนทั้งสามที่ยืนเบื้องหน้า แต่ละคนล้วนมีลมปราณที่ปั่นป่วนจากการฝึกวิชาที่ผิดเพี้ยนอันเนื่องมาจากไร้ซึ่งทรัพยากรสนับสนุน นี่คือความเจ็บปวดของคนไร้สำนัก พวกเขาเปรียบเสมือนดาบคมที่ไร้ฝัก ต้องบาดมือตนเองทุกครั้งที่ชักออกมาใช้งาน "พวกท่านนั่งลงก่อนเถอะ" อวิ๋นซือหานผายมือเชิญด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น "ข้าไม่ได้เรียกพวกท่านมารวมตัวกันเพื่อก่อกบฏอย่างไร้จุดหมาย... แต่ข้าต้องการสร้าง 'พันธมิตรโอสถโลหิต' กองกำลังที่จะใช้ปัญญาแห่งโอสถและคมกระบี่ทวงคืนความยุติธรรมที่พวกท่านควรจะได้รับ" หลี่เทียนเจี้ยนขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเคร่งเครียดขึ้น "พรรคพวกใต้ดินมีอยู่มาก แต่ส่วนใหญ่เป็นเพียงโจรภูเขาหรือกลุ่มผลประโยชน์ที่พร้อมจะทรยศหักหลังได้ทุกเมื่อเมื่อเจอผลประโยชน์ที่มากกว่า ปรมาจารย์อวิ๋น... ท่านมีหลักประกันอันใดว่าพวกเราจะไม่กลายเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกทิ้งเมื่อหมดประโยชน์?" บรรยากาศในห้องใต้ดินพลันเงียบงันลงทันที เสียงหยดน้ำจากผนังหินกระทบพื้นดังสะท้อนก้องกังวาน ไป๋มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตจากกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ซ่านออกมาราวกับจะทดสอบจิตใจของคนทั้งสาม ทว่าอวิ๋นซือหานกลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงและสัจธรรมที่ลึกซึ้งเกินกว่าวัย "หลักประกันรึ?" อวิ๋นซือหานยื่นมือขวาออกไป ฝ่ามือเปิดออกปรากฏเม็ดยาสีทองอร่ามสามเม็ด ลอยวนเวียนอยู่ท่ามกลางไอปราณมังกรอัคคี "นี่คือ 'โอสถทะลวงนภาขั้นเก้า' ที่ข้าหลอมขึ้นด้วยสมุนไพรหายากในแดนต้องห้าม มันสามารถช่วยให้ผู้ที่ติดค้างอยู่ในขอบเขตหลอมรวมลมปราณ สามารถทะลวงผ่านไปสู่ขอบเขตแก่นแท้ทองคำได้ภายในเจ็ดวัน... และที่สำคัญที่สุด มันไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น" ลมหายใจของหลี่เทียนเจี้ยนและสหายทั้งสองสะดุดกุนทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรที่ไร้ทรัพยากร เม็ดยานี้มีค่ามากกว่าชีวิตของพวกเขาเสียอีก! "นี่มัน..." หลี่เทียนเจี้ยนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ประสานกันสั่นเทาเล็กน้อย "ท่าน... ท่านยอมมอบโอสถระดับนี้ให้พวกเราง่ายๆ เช่นนี้เลยหรือ?" "ข้าไม่ได้ให้พวกท่านฟรีๆ" อวิ๋นซือหานชักมือกลับ เม็ดยาทั้งสามร่วงกลับลงมาอยู่ในขวดหยกอย่างเป็นระเบียบ "ข้าต้องการความภักดี... ความภักดีที่แม้แต่ความตายก็ไม่อาจสั่นคลอนได้ หากพวกท่านร่วมมือกับข้า ข้าจะมอบทั้งเคล็ดวิชา ทรัพยากร และการแก้แค้นให้แก่พวกท่าน แต่ถ้าใครคิดทรยศ... วิญญาณของมันจะถูกแผดเผาด้วยไฟโอสถของข้าจนไม่แม้แต่จะได้เกิดใหม่" ความกดดันอันมหาศาลแผ่กระจายกดทับลงบนบ่าของทุกคนในห้อง หลี่เทียนเจี้ยนมองหน้าสหายร่วมอุดมการณ์ ทั้งสามพยักหน้าให้แก่กันอย่างเงียบๆ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง "พวกเรายินดีถวายชีวิตรับใช้ปรมาจารย์อวิ๋นและศิษย์พี่ไป๋ ขอเพียงท่านนำพาพวกเราเหยียบย่ำสำนักมารและพรรคธรรมะจอมปลอมเหล่านั้นให้จมดิน!" อวิ๋นซือหานพึงพอใจกับภาพเบื้องหน้า เขาโบกมือเบื้องเบาให้ทุกคนลุกขึ้น "ดี... เริ่มจากคืนนี้ จงส่งข่าวไปยังเครือข่ายใต้ดินทั้งหมด แจ้งว่า 'พันธมิตรโอสถโลหิต' ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว และเป้าหมายแรกของเราคือการยึดคลังสมบัติลับของตระกูลหลินที่เมือง..." ทว่า ในขณะที่คำสั่งกำลังจะถูกถ่ายทอดออกไปนั้น เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากเบื้องบนเพดานโรงเตี๊ยม แรงระเบิดทำให้ผนังหินสั่นสะเทือน ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาราวกับหิมะโปรยปราย ไป๋มู่เฉินสะบัดมือวาบ รังสีดาบพุ่งทะยานขึ้นไปปะทะกับเพดานจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ "มีคนพบที่ซ่อนของเราแล้ว!" ไป๋มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ อวิ๋นซือหานมิได้ตื่นตระหนก เขายังคงยืนสงบนิ่ง ดวงตาดำขลับฉายแววเย้ยหยันขณะมองทะลุผ่านผนังหินขึ้นไปเบื้องบน "ดูท่า... สุนัขรับใช้ของสำนักหวงหลงจะจมูกไวเสียยิ่งกว่าที่ข้าคิด" ร่างเงาสสายหนึ่งพุ่งทะลุกำแพงหินลงมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่บาดแก้วหู ปราณกระบี่สีชาดพุ่งตรงเข้าหมายปลิดชีพหลี่เทียนเจี้ยนในพริบตา ทว่าก่อนที่คมกระบี่จะถึงเป้าหมาย ประตูห้องใต้ดินทางด้านทิศเหนือก็ถูกพังทลายลงด้วยพลังปราณอันคุ้นเคย และเสียงทุ้มต่ำอันเย็นชาของสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล "ซือหาน... เจ้าซ่อนตัวอยู่ที่นี่เอง ข้าตามหาเจ้าแทบพลิกแผ่นดิน... แต่ดูเหมือนว่าเจ้ากำลังจะเริ่มเกมสนุกโดยไม่บอกกล่าวข้าสินะ" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับวิญญาณกระบี่ผู้ทรยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%