นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 16

รหัสลับในรอยแผล

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นฟอร์มาลีนเข้มข้นลอยอบอวลผสมกับกลิ่นโลหะสนิมคละคลุ้งในห้องชันสูตรไร้หน้าต่าง แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงบนร่างไร้วิญญาณบนเตียงสแตนเลส ร่างนั้นเคยเป็นมนุษย์ผู้มีลมหายใจ มีความลับ และความโลภ แต่ตอนนี้มันเป็นเพียงวัตถุทางวิทยาศาสตร์ที่ยอมจำนนต่อปลายมีดผ่าตัด "คุณกำลังใช้สัญชาตญาณนำหน้าหลักฐานอีกแล้วนะ, หมออคิราห์" เสียงทุ้มต่ำและติดจะเย้ยหยันเล็กน้อยดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ธันวาพิงสะโพกเข้ากับตู้เก็บเครื่องมือแพทย์ มือข้างหนึ่งถือสมุดโน้ตปกหนังที่ยับยู่ยี่ ส่วนอีกข้างคีบบุหรี่ที่ไม่ได้จุดไฟไว้ระหว่างนิ้ว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองร่างไร้ชีวิตบนเตียงสลับกับใบหน้าเรียบเฉยราดน้ำแข็งของแพทย์นิติเวช ดร.อคิราห์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทรรศน์ เขาสวมถุงมือยางสีขาวที่เปื้อนคราบเลือดจางๆ ปลายมีดผ่าตัดในมือหมุนวนอย่างเชี่ยวชาญราวกับมันเป็นอวัยวะชิ้นที่สามของร่างกาย "สัญชาตญาณเป็นเรื่องของพวกนักข่าวที่ต้องการพาดหัวข่าวขายดี, ธันวา" อคิราห์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ "แต่วิทยาศาสตร์... พูดความจริงเสมอผ่านรอยกรีดและเซลล์ที่ตายไป" "จริงหรือ?" ธันวาหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เตียงชันสูตรจนกลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงผสมกับกลิ่นอับชื้นของเสื้อโค้ทลอยมาแตะจมูก "ความจริงที่คุณกำลังหาในห้องเย็นๆ นี้ มันถูกจัดฉากไว้ล่วงหน้าแล้วต่างหาก คุณก็รู้ดีว่าตำรวจอยากให้คดีนี้จบลงแบบไหน... ศพไร้ญาติ ฆาตกรรมชิงทรัพย์ จบข่าว ปิดแฟ้ม เพื่อไม่ให้นักลงทุนต่างชาติขวัญผวา" อคิราห์วางมีดลงกระทบถาดสแตนเลสดังเคร้ง เสียงนั้นบาดหูในความเงียบสงัด เขาถอดถุงมือออกช้าๆ แล้วหันมาประจันหน้ากับนักข่าวนอกแถว แววตาหลังเลนส์แว่นคมกริบดั่งใบมีดที่พร้อมเชือดเฉือนตรรกะของอีกฝ่ายให้แหลกเป็นชิ้นๆ "ถ้าตำรวจต้องการแค่ปิดแฟ้ม เขากคงไม่ส่งศพของเหยื่อรายที่สี่มาให้ผมตรวจละเอียดขนาดนี้หรอก" อคิราห์ก้าวเข้าไปประชิด รักษาระยะห่างที่อันตรายและกดดัน "และคุณเอง... ถ้าคิดว่านี่เป็นแค่ฆาตกรรมชิงทรัพย์ธรรมดา คุณคงไม่มายืนรอผมอยู่ในห้องผ่าตัดศพตอนตีสองครึ่งแบบนี้หรอกนะ" ธันวาชะงักไปชั่ววินาที รอยยิ้มเยาะบนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความระแวดระวัง ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่คุกรุ่นด้วยแรงดึงดูดทางปัญญาและอุดมการณ์ที่หักล้างกันอย่างรุนแรง อคิราห์หันกลับไปที่ร่างไร้วิญญาณ เขาใช้นิ้วมือคลี่ผิวหนังบริเวณหน้าอกของศพออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นเก่าที่ซ้อนทับด้วยรอยแผลฉีกขาดใหม่ "ดูนี่สิ" อคิราห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ดึงความสนใจของนักข่าวให้กลับมาสู่จุดศูนย์กลางของคดี "รอยแผลพวกนี้ไม่ได้เกิดจากการต่อสู้" ธันวาโน้มตัวลงมองตาม แววตาฉลาดเฉลียวหรี่ลง "รอยกรีดขนานกันสามเส้น... ลึกเท่ากัน เป๊ะจนน่ากลัว" "ถูกต้อง" อคิราห์ใช้คีมปลายแหลมชี้ไปยังขอบแผล "มันไม่ใช่รอยมีดแทงสะเปะสะปะของโจรชิงทรัพย์ แต่มันคือ 'ลายเซ็น' ฆาตกรรายนี้มีความรู้เรื่องกายวิภาคศาสตร์ดีเยี่ยม หรือพูดให้ถูก... เขาอาจจะเคยยืนอยู่ใส่ชุดกาวน์เหมือนผมมาก่อน" ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเย้ยหยันก่อนหน้านี้หายวับไป เหลือเพียงความเย็นเยียบที่แล่นริ้วขึ้นตามสันหลัง "คุณกำลังจะบอกว่า... ฆาตกรคือคนในวงการแพทย์?" "ผมไม่ได้บอกว่าเป็นหมอ" อคิราห์ปรายตามองนักข่าวหนุ่ม "แต่ผมกำลังบอกว่า ฆาตกรคนนี้ใช้มีดผ่าตัดเบอร์สิบห้า ซึ่งเป็นขนาดเฉพาะที่ใช้ในห้องผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือดเท่านั้น และรอยแผลที่เขาสลักไว้บนร่างเหยื่อ... มันเรียงร้อยกันเป็นรหัสบางอย่าง" อคิราห์เดินไปที่กระดานไวท์บอร์ด หยิบปากกาเคมีสีดำขึ้นมาแล้วเริ่มวาดแผนผังรอยแผลลงบนกระดานด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ เส้นสายที่ปรากฏเริ่มเชื่อมโยงกันเป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน ธันวามองภาพบนกระดาน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสมองของนักสืบภาคสนามเริ่มประมวลผล "นี่มัน... พิกัดภูมิศาสตร์? หรือว่าสูตรเคมี?" "ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง" เสียงทุ้มเย็นเยียบของอคิราห์ขัดขึ้น เขาวางปากกาลงแล้วหันมามองธันวาด้วยสายตาที่ลึกล้ำจนน่ากลัว "มันคือสัดส่วนทองคำ... และตำแหน่งของอวัยวะที่ถูกควักออกไปในเหยื่อแต่ละราย มันสอดคล้องกับแผนผังของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเครือข่ายที่คุณกำลังขุดคุ้ยอยู่พอดี, ธันวา" ห้องชันสูตรตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวแต่กลับรู้สึกเสียดแทียงโสตประสาท ธันวามองหน้าอคิราห์ ความรู้สึกหวาดหวั่นผสมกับความตื่นเต้นพุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาเพิ่งตระหนักว่าคดีนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องฆาตกรรมทั่วไป แต่มันคือการเปิดประตูลงไปสู่ขุมนรกที่ใหญ่เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการ ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก ใกล้ประตูห้องชันสูตรเข้ามาทุกที ฝีเท้าที่ไม่มีความลังเล และไม่ได้มากันแค่คนเดียว อคิราห์และธันวาหันขวับไปมองที่ประตูเหล็กทึบพร้อมกันโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบของนักล่าและผู้พิทักษ์ความจริงร่ำร้องเตือนภัยในเสี้ยววินาที ไฟนีออนบนเพดานกะพริบไหวรุนแรงสองครั้งก่อนจะดับลงทั้งห้อง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงก่ำสาดส่องลงบนร่างบนเตียงชันสูตร ทำให้บรรยากาศกลายเป็นฉากฆาตกรรมอันน่าสะพรึงกลัว ประตูกลอนเหล็กค่อยๆ ถูกหมุนเปิดจากด้านนอกอย่างช้าๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนพื้นห้อง... ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความระทึกใจครับ พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%