นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 15

ความเย็นชาที่ละลาย

ผลงานโดย พยานปากเอก
เหล็กกล้าเมื่อถูกเผาไฟจนแดงฉาน ย่อมอ่อนตัวลงได้ในอุ้งมือช่างตีเหล็ก... แต่สำหรับแหวนทองคำขาววงนั้น มันมิได้ทำจากโลหะธรรมดา หากแต่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากความทรงจำอันเย็นยะเยือกที่ฝังกลบมานานนับทศวรรษ ผิวโลหะสีเงินยวงสะท้อนแสงไฟนีออนสีตุ่นในห้องชันสูตร รอยขูดขีดบนตัวเรือนบอกเล่าเรื่องราวของการดิ้นรนที่กฎหมายไม่เคยบันทึกไว้ ธันวาจ้องมองวัตถุชิ้นเล็กในมือสลับกับใบหน้าของ ดร.อคิราห์ ผู้กำลังยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อนริมหน้าต่าง ความเงียบงันภายในห้องแช่ศพไม่ได้สร้างความอึดอัด แต่มันกลับทำหน้าที่เหมือนห้องอัดอากาศที่สูบเอาออกซิเจนออกไปทีละน้อย จนกระทั่งเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่กลายเป็นเสียงเดียวที่ดังชัดเจน "คุณไปเอามันมาจากไหน" น้ำเสียงของอคิราห์ราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์จนน่ากลัว แต่หากสังเกตให้ดีที่มุมกรามของแพทย์นิติเวชผู้นั้นกำลังขยับเกร็ง กล้ามเนื้อใต้ผิวหนังกระตุกไหวตามจังหวะการเต้นของชีพจรที่เร่งเร้าสวนทางกับท่าทีภายนอก ธันวาไม่ตอบในทันที เขาวางแหวนลงบนโต๊ะสแตนเลส เสียงโลหะกระทบพื้นผิวเย็นเฉียบดัง ‘กริ๊ง’ แผ่วเบา แต่มันกลับก้องกังวานในความรู้สึกของคนทั้งคู่ ชายหนุ่มผู้เป็นนักข่าวนอกแถวขยับตัวเข้าใกล้แสงไฟอีกนิด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจดจ้องทะลุทะลวงไปยังเบื้องลึกของดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น "ศพไร้ญาติในเคสเมื่อสามวันก่อน... คุณบอกว่าเขาคือนายหน้าค้าที่ดินเถื่อนที่ถูกฆ่าชิงทรัพย์ใช่ไหมครับ, หมอ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและระมัดระวัง คล้ายกำลังย่างก้าวบนแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบ "แต่รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่กระดูกไหปลาร้าด้านซ้าย... กับรอยประสานของกระดูกซี่โครงที่หักจากอุบัติเหตุเมื่อสิบหี่ปีก่อน มันเป็นหลักฐานทางนิติเวชที่แม่นยำเกินกว่าจะบอกว่าเป็นคนแปลกหน้า" อคิราห์ยังคงไม่ขยับเขยื้อน ร่างในเสื้อกราวส์สีขาวยืนตระหง่านราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูแห่งอดีต ปลายนิ้วเรียวยาวทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ความเย็นชาที่เขาใช้ห่อหุ้มตัวตนมาตลอดหลายปี บัดนี้เริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้นทีละน้อย ราวกับเขื่อนกั้นน้ำที่กำลังถูกมวลความจริงกัดเซาะจนใกล้พังทลาย "ความตายในห้องชันสูตรไม่เคยโกหกใคร... ธันวา" อคิราห์เอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อยอย่างผิดวิสัย "แต่บางครั้ง คนเป็นต่างหากที่พยายามโกหกแม้กระทั่งซากศพ" "รวมถึงการที่คุณปล่อยให้ใครบางคนหายสาบสูญไปจากกองเพลิงเมื่อคืนวันที่สิบสองพฤศจิกายนด้วยหรือเปล่าครับ?" ธันวาไม่ปล่อยให้ช่องว่างแห่งความเงียบถูกถมด้วยคำแก้ตัว เขารุกคืบด้วยตรรกะอันคมกริบ "พี่ชายที่คุณเคยบอกกับตำรวจว่าเป็นศพถูกเผาไหม้เกรียมจนจำเค้าโครงไม่ได้... แต่แหวนวงนี้กลับสลักชื่อย่อ 'ก.ล.' ที่แปลว่า 'กวินทร์' อยู่ด้านใน... และที่สำคัญที่สุด ดีเอ็นเอในเยื่อบุช่องปากของศพเมื่อสามวันก่อน ตรงกับเส้นผมในแปรงสีฟันเก่าๆ ที่คุณแอบเก็บรักษาไว้ในลิ้นชักลับที่บ้านพักทุกประการ" ความจริงถูกวางแผ่หลาอยู่ตรงหน้า ไร้ซึ่งการปกปิด ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ จะหักล้าง บรรยากาศในห้องชันสูตรบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก อคิราห์หลับตาลงช้าๆ ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารชันสูตรนับพันคดี ไหลทะลักกลับคืนสู่โสตประสาทราวกับเขื่อนแตก ภาพเปลวเพลิงสีส้มแดงที่โหมกระหน่ำเผาผลาญบ้านพักตากอากาศริมทะเล เสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปกับเสียงคลื่น และความรู้สึกไร้พลังของเด็กหนุ่มผู้ยืนมองครอบครัวถูกพรากไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเลือกสวมชุดกราวส์สีขาว เพื่อผูกขาดอำนาจในการชี้เป็นชี้ตายความจริงผ่านปลายมีดผ่าตัด "คุณรู้ไหม... ว่าความเจ็บปวดที่แท้จริงมันไม่ได้เกิดจากการสูญเสีย" อคิราห์ลืมตาขึ้น ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยร่องรอยของความร้าวรานที่ถูกกัก The ขังไว้ในความมืดมานานเกินไป "แต่มันคือการที่คุณตื่นขึ้นมาทุกเช้า พร้อมกับคำถามว่า... ทำไมวันนั้น คนที่ตายในกองไฟถึงไม่ใช่เรา" ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาคมปลาบของนักข่าวสายมืดอ่อนลงวูบหนึ่ง ความกระหายในข่าวและความจริงอันดิบเถื่อนถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งต่อบาดแผลทางจิตวิญญาณที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเย่อหยิ่งและเย็นชาของแพทย์นิติเวชผู้นี้ "เพราะคุณแบกความรู้สึกผิดไว้คนเดียวไงครับ, หมอ" ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย "คุณคิดว่าการลงโทษตัวเองด้วยการเป็นศพที่ยังมีลมหายใจ คือการไถ่บาปให้คนที่จากไป... แต่ความจริงก็คือ กวินทร์ไม่ได้อยากให้คุณมีชีวิตอยู่แบบนี้... เขากลับมา... หรือถูกทำให้กลับมา ก็เพื่อจะบอกว่าคุณควรปล่อยวางได้แล้ว" "ปล่อยวาง?" อคิราห์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง "คุณจะให้ผมปล่อยวางได้ยังไง ในเมื่อคดีนั้นถูกปิดลงในฐานะอุบัติเหตุจากความประมาท... ทั้งๆ ที่ผมเจอรอยเข็มฉีดยาขนาดเล็กที่ต้นคอของพ่อ ก่อนที่ไฟจะไหม้บ้านด้วยซ้ำ! ครอบครัวของผมไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ... แต่พวกเขาถูกฆาตกรรม!" น้ำเสียงที่ราบเรียบมาตลอดพังทลายลงในประโยคสุดท้าย อคิราห์ระบายความอัดอั้นตันใจที่เก็บงำมานานนับทศวรรษออกมา ความเปราะบางที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นถูกเปิดเผยต่อหน้าธันวา—ชายผู้เป็นทั้งคู่คิดและคู่ปรับคนสำคัญ ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพของแพทย์นิติเวชผู้ไร้หัวใจในสายตาคนทั่วไป บัดนี้เหลือเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังแตกสลายจากภายใน เคมีอันซับซ้อนระหว่างคนทั้งสองหมุนวนเข้าหากันอย่างรุนแรง ท่าماมกลางความเงียบของห้องชันสูตรที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายและความลับ ก่อนที่บทสนทนาอันลึกซึ้งจะดำเนินไปไกลกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก... *ปัง!* ประตูห้องชันสูตรถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะเตือน เจ้าหน้าที่เวรเปลหน้าตาตื่นตระหนกวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี "ดร.อคิราห์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ศพของนายกวินทร์... ศพในห้องเย็นหมายเลขศูนย์สี่... หายไปครับ!" ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความระทึกใจครับ พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%