นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 19

หลักฐานที่หายไป

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นคาวสนิมของโลหะผสมกับกลิ่นอับชื้นของห้องเก็บหลักฐานใต้ดิน มักเป็นกลิ่นที่ซื่อตรงกว่าคำพูดของมนุษย์เสมอครับ ดร.อคิราห์ยืนนิ่งอยู่หน้าตู้เหล็กนิรหัสที่ว่างเปล่า แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สะท้อนเงาบนกรอบแว่นโลหะของเขา ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์คู่นั้นไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยว แต่มันเยียบเย็นและลึกล้ำเสียจนบรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงอย่างฉับพลัน พื้นที่ตรงนี้ควรจะมีฮาร์ดไดรฟ์สำรองของกล้องวงจรปิดในคืนวันเกิดเหตุคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่ย่านการค้า แต่ตอนนี้ สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงฝุ่นหนาเตอะกับรอยขูดขีดที่เกิดจากการงัดแงะอย่างลวกๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินแคบๆ ด้านหลัง ไม่ได้ทำให้แพทย์นิติเวชหนุ่มหันกลับไปมองทันที เขารู้อยู่แล้วว่าใครเป็นเจ้าของฝีเท้านั้น “คุณมาสายไปสามนาที ธันวา” อคิราห์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ ทว่าบาดลึกราวกับใบมีดที่กรีดลงบนกระดาษทิชชู ธันวาหยุดยืนห่างออกไปเพียงช่วงแขน ร่างสูงในแจ็คเก็ตหนังสีเข้มชื้นละอองฝนหอบหายใจเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบของนักข่าวอิสระกวาดมองตู้เหล็กที่ว่างเปล่า ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาอคิราห์ ประกายในตาของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่พยายามควบคุมไว้ภายใต้รอยยิ้มเยาะหยัน “ผมไม่ได้มาสาย… ผมแค่แวะไปดูต้นทางข้างนอกมาต่างหาก” ธันวาตอบเสียงทุ้มต่ำ มือล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตพร้อมกับหัวเราะในลำคอ “ดูเหมือนว่า ‘คนวงใน’ ของคุณจะทำงานเร็วกว่าที่เราคิดแฮะ ดร.อคิราห์ หรือว่าคุณจงใจเปิดช่องทางให้พวกมันเข้ามาสับเปลี่ยนของแต่แรกกันแน่?” อคิราห์หันขวับมาเผชิญหน้า รังสีความกดดันรอบตัวเข้มข้นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เขาก้าวเข้าประชิดนักข่าวหนุ่มทีละก้าวอย่างคุกคาม ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ “ระวังคำพูดของคุณด้วย ธันวา” อคิราห์กดเสียงต่ำ แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย “ตู้ใบนี้มีรหัสผ่านแค่สองคน คือผมกับคุณ ถ้าของข้างในหายไป… มันไม่ได้หมายความว่ามีหนอนกระดอนมาจากไหน ไร้สาระสิ้นดี มันหมายความว่ามีคนใน ‘วงจรข่าว’ ของคุณรั่วไหลข้อมูลการเข้าถึงต่างหาก” ธันวาไม่ถอยหนี เขากลับยิ้มมุมปาก ยิ่งอคิราห์เข้าใกล้ เขากยิ่งจงใจยวนประสาทด้วยท่าทีที่ไม่สะท้านสะเทือน “คุณกำลังจะบอกว่าผมขายข่าวว่างั้น? หมอ… ถ้าผมอยากขายข่าว ผมคงเอาชื่อคุณไปพาดหัวหน้าหนึ่งตั้งแต่วันที่เราเจอกันที่ห้องผ่าตัดแล้ว ไม่ต้องมานั่งเสี่ยงติดคุกข้อหาลักทรัพย์ทางราชการแบบนี้หรอก” ธันวาขยับตัวเข้าหาเช่นกัน ความสูงและพละกำลังของคนทั้งคู่ไม่ได้ทิ้งห่างกันมากนัก เคมีอันตรายระหว่างความเที่ยงตรงทางกฎหมายกับความมืดมนของสื่อเถื่อนปะทะกันจนเกิดประกายไฟทางอารมณ์ “แต่ก็นั่นแหละ ความล้มเหลวในการเก็บข้อมูลของคุณมันกำลังทำให้เราสองคนตกอยู่ในนั่งร้านประหารนะรู้ตัวไหม” “ความล้มเหลว?” อคิราห์ทวนคำ เสียงหัวเราะแหบพร่าและเย็นชาหลุดออกมาจากลำคอของแพทย์นิติเวช “คุณต่างหากที่บอกผมว่าแหล่งข่าวของคุณไว้ใจได้ คุณบอกว่าแค่ดึงข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์สำรองมาก็จบ ทำไมล่ะ? หรือว่าความจริงแล้ว แหล่งข่าวที่คุณอวดอ้างนักหนา มันไม่มีตัวตนตั้งแต่แรก เป็นแค่ภาพลวงตาที่คุณสร้างขึ้นเพื่อหลอกใช้ผมเข้าไปคุ้ยกองขยะคดีนี้กันแน่?” บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดถึงขีดสุด นิ้วมือของอคิราห์กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ขณะที่ธันวาหุบยิ้ม ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่ถูกจี้จุดตาย ในโลกที่ความจริงเป็นสินค้าซื้อขาย ความไว้เนื้อเชื่อใจคือสกุลเงินที่แพงที่สุด และพวกเขาก đangล้มละลาย “คุณคิดว่าผมทำเพื่อผลงานงั้นเหรอ?” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปคว้าปกเสื้อกาวน์สีขาวของอคิราห์ไว้แน่น ดึงให้อีกฝ่ายเข้ามาประชิดจนหน้าอกแทบชิดกัน “ตื่นจากความฝันเสียที หมอ! คนที่ฆ่าครอบครัวคุณเมื่อห้าปีก่อนไม่ได้เดินลอยชายอยู่ในห้องตรวจศพที่สะอาดสะอ้านแบบนี้ พวกมันอยู่ในโครงสร้างอำนาจที่คุณคุกเข่ากราบไหว้เช้าเย็นต่างหาก! และถ้าเรายังมัวแต่มานั่งทะเลาะกันเรื่องฮาร์ดไดรฟ์งี่เง่าอันเดียว เราก็จะเป็นรายต่อไปที่กลายเป็นศพไร้ชื่อบนเตียงชันสูตรของคุณเอง!” อคิราห์นิ่งงิ่งไปชั่วขณะ คำพูดนั้นเหมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางความรู้สึกนึกคิด ภาพเหตุการณ์ในอดีต ภาพคราบเลือดบนพื้นห้องและเสียงหวีดร้องที่เขาปิดผนึกไว้ในส่วนลึกของจิตใจถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายของเขาเกร็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ย แต่ในขณะเดียวกัน ความโกรธก็พุ่งพล่านจนกลบเกลื่อนความอ่อนแอทั้งหมด นิ้วเรียวยาวของแพทย์นิติเวชยกขึ้นจับข้อมือของธันวาที่กำปกเสื้อเขาอยู่ แล้วบีบลงด้วยแรงที่มากพอจะทำให้กระดูกลั่น แม้หน้าตาจะยังคงนิ่งสนิท แต่แววตาของอคิราห์กลับวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง “อย่าเอาเรื่องนั้นมาอ้างเพื่อกลบเกลื่อนความสะשל ของคุณ… ธันวา” อคิราห์กระซิบช้าๆ ทีละคำ น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยจิตสังหาร “ถ้าหลักฐานชิ้นนั้นหาไม่เจอ… คุณก็ไม่มีค่าอะไรให้ผมต้องเก็บให้อยู่รอดปลอดภัยอีกต่อไปเช่นกันจำไว้” ทั้งคู่จ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร แรงกดดันทางจิตวิทยาระหว่างคนทั้งสองแผ่ขยายออกไปจนอากาศรอบตัวราวกับจะกลายเป็นน้ำแข็ง ความสัมพันธ์ที่เปราะบางอยู่แล้วมาถึงจุดแตกหักในวินาทีนั้น ก่อนที่ใครสักคนจะได้พูดประโยคทำลายล้างที่ไม่อาจย้อนคืน เสียงก๊อกแก๊กเบาๆ จากเพดานด้านบนก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มันไม่ใช่เสียงหยดน้ำ แต่เป็นเสียงโลหะขูดกับปูนซิเมนต์... เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่กำลังเดินย่องอยู่เหนือหัวพวกเขาโดยตรง! ธันวาชะงัก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป้าหมายจากใบหน้าของอคิราห์ไปที่เพดานทันที ขณะที่แพทย์นิติเวชหนุ่มค่อยๆ คลายมือออกจากปกเสื้อของนักข่าวอย่างแนบเนียน พร้อมกับที่มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบ scalpel (มีดผ่าตัดสแตนเลสคมกริบ) ออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างเงียบเชียบที่สุด ไฟนีออนกะพรี้รุนแรงขึ้นอีกครั้งก่อนจะดับลงพรึบ ความมืดมิดกลืนกินห้องเก็บหลักฐานใต้ดินทั้งห้อง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสามคน... สองคนในห้อง และอีกหนึ่งคนที่ซ่อนอยู่ในความมืดด้านบน และก่อนที่สติปัญญาของนักสืบและนักข่าวจะทันได้วิเคราะห์สถานการณ์ แสงไฟฉายสว่างวาบก็ส่องตรงลงมาจากช่องระบายอากาศที่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นวัตถุบางอย่างที่ถูกหย่อนกลิ้งตกลงมาบนพื้นตรงหน้าเท้ารองเท้าของทั้งคู่... มันคือแฟลชไดรฟ์พลาสติกสีดำสนิท ที่มีหยดเลือดสดๆ ไหลเปื้อนชุ่มอยู่บนนั้น! ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินลุยโคลนตมแห่งความจริงมาด้วยกันในบทนี้นะครับ พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%