กลิ่นคาวสนิมของฝนที่เพิ่งซาลง กับกลิ่นอับชื้นของกองขยะเน่าเฟะในซอยแคบๆ ย่านเยาวราช คือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า ความจริงในเมืองนี้มีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ และธันวาชำระมันด้วยหยดเลือดอุ่นๆ ที่ซึมผ่านเสื้อเชิร์ตชุ่มเหงื่อบริเวณซี่โครงขวา
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับคู่ที่ดังสะท้อนก้องไปตามผนังตึกแถวเก่าแก่ ไม่ใช่เสียงของตำรวจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่มันคือเสียงของ "เครื่องจักรเก็บกวาด" ที่สังกัดอยู่ใต้เงาอำนาจมืด ซึ่งไม่ต้องการให้แฟ้มคดีฆาตกรรมบนโต๊ะนิติเวชของ ดร.อคิราห์ ถูกเปิดอ่านโดยสาธารณชน
นักข่าวนอกแถวอย่างเขาไม่เคยกลัวความตาย แต่เขาเกลียดความตายที่ไร้ค่า—ตายก่อนที่ความจริงจะถูกตีพิมพ์
ธันวาพิงแผ่นหลังชิดกับผนังปูนลอกร่อน ลมหายใจหอบกระชั้นถูกกดให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปเบื้องหน้า ตรอกนี้เป็นทางตัน มีเพียงลังกระดาษกองสุมและถังขยะพลาสติกสีเขียวใบใหญ่ที่พอจะใช้เป็นที่กำบังได้ มือขวาที่สั่นเทาเล็กน้อยล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อสัมผัสกับแฟลชไดรฟ์พลาสติกสีดำขนาดเล็กชิ้นนั้น มันบรรจุไฟล์ภาพวงจรปิดและรายงานชันสูตรนอกรอบที่สามารถสั่นคลอนเสาหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทั้งแท่ง
"รู้ว่าหนีไม่พ้น ยังจะวิ่งให้เหนื่อยทำไมล่ะครับคุณธันวา"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากปากทางเข้าตรอก น้ำเสียงนั้นปราศจากความโกรธเกลียด แต่มันเต็มไปด้วยความเยือกเย็นของนักล่ามืออาชีพที่รู้ดีว่าเหยื่อมุมตึกไม่มีทางเลือกเหลืออีกแล้ว
เงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มปรากฏขึ้นตรงปากทาง แสงไฟนีออนกะพริบจากป้ายร้านค้าด้านนอกส่องกระทบปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่ถืออยู่ในมือข้างขวาอย่างมั่นคง ปลายกระบอกนั้นเล็งตรงมายังจุดที่ธันวาซ่อนตัวอยู่ราวกับมีตลับเมตรวัดระยะทางไว้เรียบร้อยแล้ว
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของเลือดกระตุ้นสัญชาตญาณดิบให้ตื่นตัว สมองของนักข่าวสายมืดประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ระยะห่างสิบเมตร กระสุนในรังเพลิงอย่างน้อยเจ็ดนัด และสภาพร่างกายที่อ่อนล้าจากการถูกไล่ล่ามาสามช่วงตึก หากออกไปปะทะตรงๆ มีแต่ความตายที่รออยู่
"พวกคุณนี่ขยันขันแข็งเสียจริงนะครับ ทำงานล่วงเวลากันดึกดื่นโดยไม่ห่วงสวัสดิการแรงงานแบบนี้ กรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงานควรพิจารณาโล่เกียรติยศให้" ธันวาตะโกนตอบกลับไป เสียงของเขาแหบพร่าแต่ยังคงไว้ซึ่งความกวนประสาทที่เป็นเอกลักษณ์
มือสังหารไม่ตอบคำมันก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าวอย่างระมัดระวัง รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบย่ำลงบนพื้นเปียกแฉะเกิดเสียงดังเฉอะแฉะที่ทรงพลังกว่าเสียงคำรามใดๆ ทุกย่างก้าวคือการบีบอัดพื้นที่ลมหายใจของธันวาให้แคบลงเรื่อยๆ
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานในสถาบันนิติเวชอันเงียบสงบ แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบแว่นตาไร้กรอบของ ดร.อคิราห์ นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือยางกำลังคีบเศษชิ้นเนื้อชิ้นเล็กๆ ที่พบใต้เล็บของศพปริศนาลงในหลอดทดลอง ดวงตาคู่คมหลังเลนส์แว่นเพ่งมองจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังประมวลผลดีเอ็นเอด้วยความนิ่งสนิท
ความเงียบงันรอบตัวถูกทำลายด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานที่สั่นครึ้มอย่างต่อเนื่อง มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าปกติ แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินที่เขาตั้งไว้เฉพาะเบอร์ของธันวา
อคิราห์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นบนใบหน้าเรียบเฉย เขาวางเครื่องมือในมือลง ถอดถุงมือยางออกทีละนิ้วอย่างใจเย็น ก่อนจะเอื้อมมือไปกดรับสายโดยไม่ได้ปริปากพูดอะไรก่อน
"หมอ... ถ้าคุณยังอยากฟังทฤษฎีการฆาตกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุด... ช่วยส่งเสียงเตือนสติผมหน่อยครับ" เสียงปลายสายหอบกระชั้นจนแทบขาดใจ ตามมาด้วยเสียงวัตถุกระแทกกับถังขยะโลหะอย่างรุนแรง
อคิราห์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่าทีเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงสัญชาตญาณการควบคุมสถานการณ์ที่เฉียบคม "คุณอยู่ที่ไหนธันวา" น้ำเสียงของนิติเวชหนุ่มราบเรียบแต่น่าเกรงขาม
"ตรอกข้างตลาดเก่าเยอรุก... อึก!" เสียงปลายสายขาดหายไปพร้อมกับเสียงปืนดังขึ้น *ปุ!* หนักหน่วงแต่ไร้เสียงกึกก้อง ทะลุผ่านความเงียบของค่ำคืน ตามด้วยเสียงวัตถุกระแทกพื้นอย่างแรง และเสียงฝีเท้าที่เร่งจังหวะเข้าไปใกล้ร่างนั้น
"ธันวา!" อคิราห์เรียกชื่อนั้นโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยไร้คลื่นอารมณ์กลับสั่นไหวเล็กน้อยอย่างที่ตัวเขาเองไม่เคยคาดคิด
ณ ตรอกมืดมิด มือสังหารเดินมาถึงหน้ากองขยะที่ธันวาเพิ่งซ่อนตัวอยู่ ร่างของนักข่าวนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น คราบเลือดสีเข้มเริ่มไหลนองปะปนกับน้ำฝน แฟลชไดรฟ์สีดำหลุดจากกระเป๋าตกลงไปในแอ่งน้ำห่างออกไปไม่ถึงคืบ มือสังหารก้มตัวลงหมายจะเก็บมันขึ้นมา
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสกับพลาสติกสีดำ รองเท้าผ้าใบสีขาวเปื้อนโคลนคู่หนึ่งก็ก้าวเข้ามาเหยียบลงบนแฟลชไดรฟ์นั้นอย่างหนักหน่วงเสียก่อน
มือสังหารชะงัก เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่มาใหม่ด้วยแววตาตกตะลึง
ภายใต้แสงไฟนีออนสลัว ดร.อคิราห์ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น เสื้อกาวน์สีขาวตัวยาวสะบัดไหวตามแรงลมยามค่ำคืน ใบหน้าของแพทย์นิติเวชไร้ศพเรียบเฉยราਤรูปปั้นหินอ่อน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับวาวโรจน์ด้วยประกายเพลิงแห่งความโกรธที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ชั้นตรรกะอันเยือกเย็น
"ของชิ้นนี้..." อคิราห์ก้มลงหยิบแฟลชไดรฟ์ขึ้นมาเช็ดคราบโคลนออกอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังถือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดในชีวิต ก่อนจะเงยหน้าสบตากับมือสังหาร "ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะมีสิทธิ์แตะต้อง... เพราะมันคือสำนวนคดีที่ผมต้องเป็นคนชันสูตรด้วยตัวเอง"
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินลุยโคลนตมแห่งความจริงมาด้วยกันในบทนี้นะครับ พยานปากเอก
นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 18
การไล่ล่าในตรอกมืด
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!