กลิ่นอับชื้นของคราบน้ำมันเครื่องและเศษฝุ่นละอองที่สะสมมานานนับทศวรรษ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นฉุนกึกของบุหรี่รอยัลที่ถูกจุดสูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนก้นกรองกองสุมเต็มเขี่ยบุหรี่สแตนเลส บรรยากาศภายในห้องเช่าแคบๆ ชั้นสามของแฟลตเก่าริมทางรถไฟมักเป็นสุสานของคนหมดสภาพเสมอ และ "พ.ต.ท. ประชา" อดีตนายตำรวจสืบสวนผู้เคยมือสะอาดที่สุดในกรม แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงเงาของความผิดบาป ก็คือศพที่ยังเดินได้ในสุสานแห่งนี้
"คุณมาช้าไปสิบปี... หมออคิราห์"
เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายถูกลากผ่านพื้นคอนกรีตดังลอดออกมาจากเงาดำมุมห้อง ประชาในวัยเกษียณก่อนกำหนด สวมเสื้อกล้ามสีเหลืองหมองและกางเกงนอนย้วยๆ ดวงตาฝ้าฟางไร้ประกายคู่นั้นจ้องมองผู้มาเยือนผ่านแสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ บนเพดาน มือที่สั่นเทาจากการถอนพิษเหล้าคีบมวนบุหรี่ไว้แน่นจนขี้เถ้าตกลงบนตัก
ดร. อคิราห์ ไม่ได้ขยับกายเข้าไปใกล้ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงกรอบประตู มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อกาวน์ตัวเก่ง แววตาของแพทย์นิติเวชไร้ศพกวาดมองสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว—แก้วเหล้าขาวสองใบ ลวกเศษอาหารแห้งกรัง และแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกรื้อค้นกระจัดกระจายบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย นั่นคือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าอดีตนายตำรวจนายนี้เพิ่งผ่านคืนอันยาวนานของการต่อสู้กับปีศาจในใจตัวเองมาหมาดๆ
"ความจริงไม่เคยมาสายเกินไปหรอกครับผู้กอง ประชาชนต่างหากที่มักตายไปเสียก่อนที่ความจริงจะเดินทางมาถึง" อคิราห์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นเยียบ และไร้ความปรานีเช่นเคย ปฏิกิริยาเชิงจิตวิทยาที่ตั้งใจกระตุ้นความรู้สึกผิดของอีกฝ่ายทำงานได้ทันที หัวไหล่ที่ห่อเหี่ยวของอดีตนายตำรวจกระตุกวูบ
ธันวา ซึ่งก้าวตามเข้ามาติดๆ ปิดประตูกระแทกเบาๆ เพื่อตัดเสียงรบกวนจากภายนอก นักข่าวสายมืดกวาดสายตาคมกริบประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบซองกระดาษคราฟต์บรรจุธนบัตรปึกหนาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าประชา เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้ดังทึบ แต่มันดังพอที่จะดึงดูดสายตาของคนหมดสิ้นหนทางให้เหลือบมองได้
"เงินจำนวนนี้ซื้อความกล้าหาญที่เหลืออยู่ของคุณได้ไหมครับ หรือว่าเกียรติยศของตำรวจยศพันตำรวจโทในอดีต มันราคาตกจนกลายเป็นแค่เศษกระดาษไปเสียแล้ว" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน กึ่งเยาะกึ่งท้าทายตามสไตล์นักข่าวนอกแถวผู้ไม่เคยเกรงใจใคร
ประชาแค่นหัวเราะออกมาในลำคอ เสียงนั้นแหברי้วและเจือไปด้วยความขมขื่นเกินบรรยาย เขาดึงบุหรี่ออกจากปาก พ่นควันสีเทาขุ่นคลุ้งขึ้นสู่เพดาน ก่อนจะปรายตามองธันวาด้วยสายตาของคนที่ผ่านนรกมาหลายขุม
"แกนี่มันกัดไม่ปล่อยจริงๆ นะ เจ้าหนูนักข่าว... เหมือนหมาล่าเนื้อที่ถูกปล่อยออกจากกรงไม่มีผิด" ประชาพึมพำ ก่อนจะหันไปสบตากับอคิราห์ "ส่วนคุณหมอ... สายตาแบบนั้น มันคือสายตาของคนที่ผ่าศพมานับร้อย แต่ไม่เคยเข้าใจเลยว่า 'คนเป็น' ที่ตายทั้งเป็นมันทรมานแค่ไหน"
"ผมสนใจแค่รอยแผลที่ถูกซ่อนไว้ ไม่ใช่คำพรรณนาโวหาร" อคิราห์ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง กลิ่นอับชื้นและความเสื่อม 0 โอบล้อมรอบตัวเขา แต่สีหน้าของแพทย์นิติเวชยังคงนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน "คืนวันที่สิบสองตุลาคม เมื่อสิบปีที่แล้ว ศพของเด็กสาวสามคนถูกพบในลานทิ้งขยะท้ายเมือง เอกสารชันสูตรบอกว่าขาดอากาศหายใจ แต่ในฐานะสารวัตรสืบสวนรับผิดชอบคดีนั้น คุณรู้ดีกว่าใคร... ว่ารอยรัดที่ลำคอไม่ได้เกิดจากเชือกไนลอนตามสำนวนในแฟ้มคดี"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เสียงหวูดรถไฟแล่นผ่านด้านนอกสะเทือนโครงสร้างตึกเบาๆ ประชากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก มือที่ถือบุหรี่สั่นระริกยิ่งกว่าเดิม เขาก้มหน้ามองพื้นไม้เก่าๆ นานนับนาที ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความลับที่จะพาลงโลง กับความจริงที่จะปลดปล่อยวิญญาณ
"มันไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดา... หมอ" ประชาพูดขึ้นในที่สุด เสียงกระซิบนั้นเบาราวกับเสียงถอนหายใจ "มันคือคำสั่ง... จากคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์สูงกว่าผมสามขั้น คนที่พวกคุณไม่มีทางเอื้อมมือไปถึง"
"ผู้บัญชาการภาค... หรืออาจจะสูงกว่านั้น?" ธันวาโพล่งขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาของนักข่าวผู้กระหายความจริงฉายแวววาวโรจน์ "พูดชื่อนั้นออกมาสิครับผู้กอง! พยานหลักฐานชิ้นเดียวจากปากท่าน จะทำให้หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์พรุ่งนี้สั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ"
"ประเทศนี้มันเน่าเฟะไปหมดแล้วคุณธันวา!" ประชาตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนแก้วเหล้าสั่นสะเทือน ความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมานานนับทศวรรษระเบิดออกมาเป็นหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้วเหี่ยวย่น "แกคิดว่าฉันอยากนอนฝันร้ายทุกคืนหรือไงวะ! ภาพเด็กผู้หญิงคนนั้น... คนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวฉัน เธอขอร้องให้ฉันช่วย... แต่สิ่งที่ฉันทำคือการเซ็นชื่อปิดสำนวนว่าเป็นอุบัติเหตุ!"
อคิราห์ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าความเจ็บปวดนั้น แพทย์นิติเวชผู้เย็นชาไม่ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจ หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยว เขากลับมองเห็นทะลุปรุโปร่งไปถึงกลไกทางจิตวิทยาที่พังทลายของอดีตนายตำรวจผู้นี้
"ความรู้สึกผิดคือนิติเวชแห่งจิตวิญญาณครับผู้กอง..." อคิราห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "มันผ่าตัดซ่อนเร้นไม่ได้ และต่อให้คุณพยายามกลบฝังมันด้วยเหล้าหรือความเงียบ แค่ไหน ซากเน่าเฟะของความจริงก็ยังส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาอยู่ดี... บอกผมมาว่าคืนนั้น ใครเป็นคนลงมือ"
ประชาหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ แกိုกมือสั่นเทาคว้าแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ใต้กองหนังสือพิมพ์เก่าๆ ขึ้นมา แล้วยื่นมันให้อคิราห์ด้วยท่าทางที่เหมือนคนหมดแรงจะต้านทานโลกใบนี้อีกต่อไป
"นี่คือสมุดบันทึกส่วนตัวของฉัน... และฟิล์มกระจกต้นฉบับที่ฉันแอบเก็บไว้ก่อนที่กรมตำรวจจะสั่งทำลายหลักฐานทั้งหมด" ประชาพูดเสียงสั่น น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม "ในนั้น... มีชื่อของคนที่ฆ่าเด็กพวกนั้น และมีรายชื่อของข้าราชการระดับสูงอีกสิบคนที่รับสินบนเพื่อปิดปากคดี"
อคิราห์รับแฟ้มนั้นมาด้วยมือข้างหนึ่ง เขาสอดสายตาเปิดอ่านหน้าแรกอย่างรวดเร็ว ลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นด้วยปากกาหมึกซึมบรรยายเหตุการณ์ในคืนนั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน ดั่งการชันสูตรศพที่แม่นยำทุกองศา ทุกอย่างกำลังจะกระจ่าง ทุกจิ๊กซอว์ที่ขาดหายกำลังจะถูกเติมเต็มด้วยคำสารภาพของคนบาปผู้นี้
ทว่า... ในวินาทีที่อคิราห์กำลังจะพลิกไปยังหน้าถัดไป ซึ่งเป็นหน้าที่มีรายชื่อของผู้บงการตัวจริงเสียงสะท้อนอันแปลกประหลาดก็ดังแว่วมาจากทางบันไดหนีไฟด้านนอก
*กริ๊ก...*
ไม่ใช่เสียงฝีเท้าธรรมดา แต่เป็นเสียงโลหะกระทบกันของลูกปืนที่ถูกขึ้นลำในความมืด และเสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่ที่กำลังเร่งฝีเท้าขึ้นมายังชั้นสามอย่างรวดเร็วผิดปกติ
ประชาเบิกตากว้างด้วยความตื่นกลัวสุดขีด สีหน้าของอดีตนายตำรวจเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดราวกระดาษไร้เลือด เขารีบผลักตัวอคิราห์และธันวาให้ออกห่างจากโต๊ะทันที
"พวกมัน... พวกมันตามมาเร็วเกินไป..." ประชาหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนก "หนีไป! ออกไปทางหน้าต่าง! พวกมันไม่ได้มาเพื่อจับกุม... พวกมันมาเพื่อเก็บกวาด!"
ยังไม่ทันที่อคิราห์จะทันได้เอ่ยปากทักท้วง ประตูห้องไม้เก่าๆ ก็ระเบิดออกด้วยแรงถีบมหาศาล เศษไม้กระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับร่างของชายชุดดำสามคนที่สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าและถือปืนพกติดท่อเก็บเสียงพุ่งเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วดั่งเงาดำมรณะ
และก่อนที่สติของอคิราห์จะประมวลผลทันต่อสถานการณ์ ประชายังไม่ทันได้เอ่ยชื่อฆาตกรตัวจริง กระสุนนัดแรกก็เจาะทะลุกระจกหน้าต่างพุ่งตรงเข้ามาตัดขั้วหัวใจของอดีตนายตำรวจล้มฟุบลงคาเก้าอี้ เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนแฟ้มหลักฐานในมือของแพทย์นิติเวชอัจฉริยะ พร้อมกับปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่หันตรงมายังหน้าอกของเขาในความมืดมิด
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้มาด้วยกันในตอนนี้นะครับ พยานปากเอก
นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 20
คำสารภาพของคนบาป
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!