กลิ่นฟอร์มาลินในห้องชันสูตรยามวิกาลไม่เคยเป็นมิตรกับปอด แต่มันคือออกซิเจนเดียวที่ ดร.อคิราห์ ใช้หายใจ
บนโต๊ะสแตนเลสไร้เงาร่างไร้ลมหายใจ ทว่าแฟ้มคดีนับร้อยหน้ากระจัดกระจายราวกับซากปรักหักพังทางความคิด ภาพถ่ายรอยกรีดบนผิวหนังของเหยื่อรายล่าสุดถูกตรึงไว้ด้วยแม่เหล็กบนกระดานไวท์บอร์ด ตัวเลขลำดับการฆ่า ความถี่ และความสมมาตรของบาดแผล—ทั้งหมดกำลังตะโกนภาษาที่คนทั่วไปไม่มีวันเข้าใจ
“คุณกำลังใช้ตรรกะของหมอ ไปตัดสินสัญชาตญาณของสัตว์ป่า นะครับ ดร.อคิราห์”
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาพร้อมกลิ่นบุหรี่จางๆ ไม่จำเป็นต้องหันมอง อคิราห์ก็รู้ว่าเป็นธันวา นักข่าวอิสระผู้ชอบเดินสวนสนามกับกฎหมายและกาลเทศะเสมอ ธันวาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พับอลูมิเนียม ดวงตาคมกริบกวาดมองหลักฐานบนกระดานก่อนจะหยุดที่ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของแพทย์นิติเวช
“สัตว์ป่ามันฆ่าเพื่อความอยู่รอด หรือไม่ก็อาณาเขต ธันวา” อคิราห์เอ่ยเสียงเรียบ สายตายังไม่ละจากภาพถ่ายรอยแผล “แต่ไอ้เวรนี่... มันฆ่าเพื่อจัดระเบียบความทรงจำ ดูรอยแผลพวกนี้สิ ทุกๆ สามนิ้ว ทุกๆ องศาของการกดใบมีด มันเท่ากันเป๊ะ ราวกับกำลังวาดภาพเรขาคณิตบนร่างมนุษย์”
“แล้วคุณอ่านอะไรได้จากภาพเรขาคณิตพวกนั้นล่ะครับ หมอ?” ธันวาโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงทุ้มต่ำเจือความเย้ยหยันเล็กน้อยตามประสาคนล่าข่าวที่เห็นความตายมามากเกินกว่าจะสะเทือนใจ “ความเจ็บปวด? ความโกรธแค้น? หรือว่า... ความเหงา?”
อคิราห์ชะงักมือที่กำลังถือปากกาเลเซอร์ ปลายแสงสีแดงนิ่งสนิทอยู่ที่จุดกึ่งกลางหน้าอกของเหยื่อในภาพ เขาหันกลับมาสบตากับนักข่าวหนุ่ม แววตาคู่นั้นเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก แต่ลึก
ลงไปกลับมีความระอุของไฟที่ถูกกักขัง
“ความแม่นยำระดับนี้ ไม่ได้มาจากความโกรธ” อคิราห์เริ่มต้นวิเคราะห์ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวด้ามมีดผ่าตัด “คนโกรธจะสูญเสียการควบคุม น้ำหนักมือจะหนักเบาต่างกันตามจังหวะชีพจร แต่รอยแผลนี้... มือของมันไม่สั่นเลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว มันควบคุมแม้กระทั่งปริมาณเลือดที่ไหลซึม นั่นหมายความว่า มันไม่ได้มองเหยื่อเป็นมนุษย์ แต่มันกำลังมองเป็น ‘ชิ้นงาน’ ที่ต้องทำให้สมบูรณ์แบบตามจินตนาการในหัวของมัน”
“ฆาตกรต่อเนื่องประเภทระเบียบจัด (Organized Killer)” ธันวาต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น รอยยิ้มกวนประสาทหายไปจากใบหน้า “ฉลาด มีการวางแผน ไม่ทิ้งร่องรอย และมักจะมี ‘งานอดิเรก’ ที่เกี่ยวพันกับความสะอาดหรือโครงสร้าง”
“ยิ่งกว่านั้นครับ” อคิราห์เดินเข้าไปใกล้กระดานไวท์บอร์ด นิ้วเรียหายยาวชี้ไปยังแผนที่จุดพบศพทั้งสี่แห่งทั่วเมือง “สังเกตรัศมีวงกลมระหว่างจุดเกิดเหตุสี่จุดนี้หรือยัง? ระยะห่างเท่ากันทุกประการ และจุดศูนย์กลางของวงกลมทั้งหมด... คือสถาบันนิติเวชแห่งนี้”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องชันสูตรชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว ธันวากวาดสายตาตามรอยชอล์กที่อคิราห์เพิ่งลากเชื่อมโยงจุดต่างๆ บนแผนที่ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นปม
“มันไม่ได้ท้าทายตำรวจ” อคิราห์พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความดังลง แต่กลับทรงพลังและกดดันยิ่งขึ้น “มันกำลังส่งสาส์น... ถึงผม”
“เพราะคุณคือคนเดียวที่ผ่าศพพวกนั้นแล้วมองทะลุถึง ‘ความตั้งใจ’ ของมันสินะครับ” ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง “น่าสนใจดีนี่ หมอ... ฆาตกรโรคจิตที่อยากเป็นศิลปิน กับหมอนิติเวชผู้ไร้หัวใจที่คอยวิจารณ์ผลงานของมัน พวกคุณสองคนนี่คงคุยภาษากลุ่มเดียวกันรู้เรื่องดีพิลึก”
“ระวังคำพูดของคุณหน่อย ธันวา” อคิราห์หันขวับมามอง น้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้น “ผมทำหน้าที่ตามหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ได้มีสายสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณอะไรกับฆาตกรทั้งสิ้น”
“แน่ใจเหรอครับ?” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนระยะห่างระหว่างเขากับอคิราห์เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นบุหรี่ผสมกับกลิ่นเฉพาะตัวของผู้ชายสายลุยปะทะกับกลิ่นฟอร์มาลิน “ถ้าคุณไม่ได้อินกับมัน ทำไมมือของคุณถึงต้องสั่นทุกครั้งที่พูดถึงรอยแผลรูปวงรีบนศพรายที่สาม? ทำไมผมถึงเห็นแววตาแบบเดียวกับที่ผมเจอในคดีฆ่ายกครัวของคุณเมื่อห้าปีก่อน... ในแววตาของคุณตอนนี้ล่ะครับ, ดร.อคิราห์?”
ราวกับถูกเข็มนับพันเล่มพุ่งเข้าใส่หน้า อคิราห์ชะงักกึก ลลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ดวงตาคมกريบหลบวูบไปทางอื่นอย่างรวดเร็วเพื่อซ่อนประกายความเจ็บปวดที่ไหววูบอยู่ในก้น
บึ้ง แต่สำหรับธันวา ผู้ผ่านการอ่านสีหน้าคนมานับไม่ถ้วน ความเงียบนั้นมีความหมายชัดเจนยิ่งกว่าคำปฏิเสธใดๆ
“อย่าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของผม” อคิราห์เค้นเสียงลอดไรฟัน ความเยือกเย็นเมื่อครู่สั่นคลอนเล็กน้อย
“ผมไม่ได้ก้าวก่าย หมอ... ผมแค่กำลังช่วยคุณไล่ล่าหมาบ้าตัวที่กำลังขยับเข้ามาใกล้ตัวคุณเรื่อยๆ” ธันวาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มคดีลับที่วางอยู่ริมโต๊ะ เปิดหน้าสุดท้ายที่ถูกพับมุมไว้ “และบางที... คุณอาจจะต้องเลิกมองศพบนโต๊ะ แล้วหันมามองคนรอบตัวบ้าง เพราะล่าสุดที่ผมสืบมา เหยื่อรายต่อไป... มีชื่อที่ถูกสลักไว้บนกระจกรถของคุณเอง”
อคิราห์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาทางกายภาพที่หาได้ยากยิ่งจากแพทย์นิติเวชผู้นี้
ยังไม่ทันที่อคิราห์จะได้เอ่ยปากถาม เสียงฝีเท้าฝีหนังก้าวเข้ามาอย่างรีบร้อนดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวและเสียงหอบหายใจของเจ้าหน้าที่เวรเปลที่เปิดประตูพุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด
“ดร.อคิราห์ครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ... ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน” เจ้าหน้าที่หนุ่มละล่ำละลักพูด ร่างกายสั่นเทา “มีรถเก๋งสีดำจอดอยู่... บนกระจกหน้ารถ... มัน... มันไม่ได้ถูกสลักชื่อครับหมอ แต่มันมี ‘ของขวัญ’ ชิ้นใหม่วางอยู่... เป็นกล่องพัสดุกรีดเปิดด้วยมีดผ่าตัด และข้างใน... มีสมุดบันทึกเล่มสีดำที่เขียนด้วยลายมือของคุณเอง... ทั้งที่คุณไม่เคยเขียนมันมาก่อน!”
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้มาด้วยกันในตอนนี้นะครับ พยานปากเอก
นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 21
เงื่อนงำทางจิตวิทยา
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!