นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 22

สายใยที่พันธนาการ

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นแอมโมเนียและฟอร์มาลินในห้องเก็บศพใต้ดินของสถาบันนิติเวชยามวิกาลไม่ได้ทำให้ธันวาขยบรังเกียจ แม้ว่าร่องรอยคราบเลือดสีน้ำตาลคล้ำบนถาดสแตนเลสตรงหน้าจะเพิ่งถูกชะล้างออกไปไม่นาน ร่างสูงในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำทรุดตัวลงพิงขอบโต๊ะชันสูตร สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นกันแดดที่ถอดถือไว้จับจ้องไปยังรอยแผลเป็นทางยาวบริเวณใต้ซี่โครงซ้ายของร่างไร้ลมหายใจบนเตียง—แผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่เขาจำมันได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือของตัวเอง "คุณกำลังมองหาอะไรในศพที่ไม่มีญาติมารับคนนี้ครับ ธันวา" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ดร.อคิราห์ก้าวออกมาจากแสงไฟนีออนสลัว มือสวมถุงมือยางสีขาวยังคงมีคราบน้ำยาฆ่าเชื้อเปียกชื้น แววตาสีเข้มใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มีความสงสัย มีเพียงความเยือกเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของแพทย์นิติเวชผู้มองความตายเป็นเพียงสมการทางคณิตศาสตร์ "ผมไม่ได้มองหาศพ... ผมกำลังมองหาเงาของตัวเองต่างหาก หมออคิราห์" ธันวาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกวาดมองเอกสารบันทึกการผ่าศพที่วางอยู่บนแฟ้มสีชา "เด็กหนุ่มอายุสิบแปด เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันในห้องขังชั่วคราว ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีสารพิษในกระแสเลือด... ช่างเป็นรายงานชันสูตรที่สะอาดสะอ้านเสียจนน่าสงสัยว่าใครเป็นคนกวาดล้างหลักฐานจนเกลี้ยงเกลาขนาดนี้" อคิราห์หยุดยืนห่างจากโต๊ะเพียงก้าวเดียว กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดตัวธันวาผสมผสานกับกลิ่นเย็นยะเยือกของห้องดับจิตได้อย่างน่าประหลาด "ความสะอาดสะอ้านมักมาพร้อมกับรอยเปื้อนที่มองไม่เห็นเสมอ... คุณคิดว่าเด็กคนนี้เกี่ยวอะไรกับคดีไฟไหม้โรงงานร้างเมื่อสิบหี่ปีก่อนหรือไง" คำถามนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที ธันวาชะงักไปชั่ววินาที รอยยิ้มเยาะที่มุมปากจางหายไป เหลือเพียงความนิ่งงันที่สะท้อนความรู้สึกภายใน สิบหี่ปีก่อน มีเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานสิ่งทอที่พรากชีวิตเด็กชายคนหนึ่งไปในกองเพลิง—เด็กชายที่มีแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวใต้ซี่โครงซ้ายเช่นเดียวกันนี้ และเป็นเหตุการณ์เดียวกันกับที่พรากครอบครัวของอคิราห์ไปตลอดกาล "คุณจำแผลเป็นนั้นได้" ธันวาพูดขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างหาได้ยาก "และคุณก็รู้ดีว่ารอยแผลผ่าตัดนี้ ไม่ใช่รอยแผลจากอุบัติเหตุ แต่เป็นรอยแผลจากการผ่าตัดเพื่อฝัง 'บางสิ่ง' ลงไปในร่างกายตั้งแต่วัยเด็ก... เหมือนกับแผลของผม... และเหมือนกับแผลของคนที่คุณกำลังตามล่าอยู่" อคิราห์หรี่ตาลงเล็กน้อย ความนิ่งงันบนใบหน้าของแพทย์หนุ่มสั่นไหววูบหนึ่งดั่งผิวน้ำยามต้องลมพายุ เขาก้มลงมองศพตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหันมาสบตาธันวาตรงๆ "คุณกับเด็กคนนี้... ใช้ศัลยแพทย์คนเดียวกันในการผ่าตัดซ่อนชิปข้อมูลชุดนั้นเมื่อสิบปีก่อนสินะครับ ธันวา" บทสนทนาหยุดชะงักลง ความเงียบงันเข้ามาแทนที่ ทว่าในความเงียบนั้น แรงกดดันระหว่างคนทั้งสองกลับทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับเส้นด้ายบางๆ ที่ดึงรั้งอดีตอันดำมืดเอาไว้กำลังจะขาดสะบั้นลงในไม่ช้า อคิราห์ก้าวเข้าไปประชิดตัวธันวา ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ ความหวาดระแวงและแรงดึงดูดทางปัญญาผสมปนเปกันอย่างอันตราย "คุณกำลังเล่นกับไฟที่เผาผลาญตระกูลของคุณเองนะ หมอ" ธันวากระซิบชิดริมฝีปาก แววตาเต็มไปด้วยความท้าทายที่ซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ลึกสุดซึ้ง "และไฟกองนั้น... มันก็กำลังเผาผมอยู่เหมือนกัน" ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยประโยคใดออกมาทำลายความตึงเครียดนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังที่ย่ำเข้ามาตามทางเดินด้านนอกก็ดังขึ้น... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูกระจกฝ้าของห้องชันสูตร ก่อนที่ไฟนีออนเพดานทั้งหมดจะกะพริบและดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉาน ในความมืดสลัวนั้น ประตูห้องชันสูตรค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับการปรากฏร่างของบุคคลสวมฮู้ดสีดำที่ก้าวเข้ามา พร้อมกับเสียงโยนแฟ้มเอกสารลับชิ้นใหม่ลงบนโต๊ะสแตนเลส—แฟ้มข้อมูลที่มีชื่อของ "อคิราห์" และ "ธันวา" อยู่หน้าปกเดียวกัน พร้อมข้อความลายมือเขียนด้วยหมึกสีแดงฉานว่า *"เกมล่าความจริง จบลง ณ จุดเริ่มต้น"* ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้มาด้วยกันในตอนนี้นะครับ พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%