"ความทรงจำของคนเรามันก็เหมือนซากศพที่เริ่มเน่าเปื่อยล่ะครับ หมออคิราห์... ยิ่งพยายามขุดคุ้ยขึ้นมามากเท่าไหร่ กลิ่นเหม็นเน่าของมันก็ยิ่งรบกวนจมูกเรามากเท่านั้น"
เสียงทุ้มต่ำของธันวาเจือความเย้ยหยันเล็กน้อยขณะที่เขาวางแฟ้มประวัติผู้ป่วยลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในห้องพักฟื้นของสถานบำบัดผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมปลาย
แสงไฟนีออนกะพริบถี่ๆ ส่งเสียงฮัมต่ำในความเงียบ กลิ่นอับชื้นของน้ำยาฆ่าเชื้อและกระดาษเก่าคละคลุ้งอยู่ในอากาศ เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือหญิงชราวัยเจ็ดสิบปี นามว่า "ยายม้วน" พยานปากสุดท้ายผู้กุมกุญแจดอกสุดท้ายของคดีฆาตกรรมอำพรางที่ยืดเยื้อมานานเกือบปี ร่างผอมเกร็งในชุดผู้ป่วยสีฟ้าซีดกำลังนั่งเหม่อลอยทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างที่สะท้อนเงาของความมืดมิดยามค่ำคืน
ดร.อคิราห์ไม่ตอบคำถาม เขายังคงยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองสำรวจร่องรอยความร่วงโรยบนใบหน้าของหญิงชรา ราวกับแพทย์นิติเวชกำลังประเมินสภาพศพก่อนลงมือชันสูตร มือเรียวยาวข้างหนึ่งเคาะนิ้วเป็นจังหวะบนข้อศอกตัวเองอย่างใช้ความคิด
"เธอจำอะไรไม่ได้หรอก ธันวา" อคิราห์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งความหวัง "สมองส่วนฮิปโปแคมปัสของเธอถูกทำลายไปเกือบหมดจากภาวะสมองเสื่อมร่วมกับโรคหลอดเลือดสมองตีบซ้ำซ้อน เซลล์ประสาทที่เคยบันทึกภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นถูกตัดขาดออกจากกันหมดแล้ว การมาที่นี่... เป็นแค่การเสียเวลาของพวกเรา"
"เสียเวลาเหรอครับ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบของนักข่าวหนุ่มจ้องมองอีกฝ่ายอย่างท้าทาย เขาก้าวเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วยมากขึ้น ชายหนุ่มรู้ดีว่าอคิราห์เก่งกาจเรื่องการอ่านความตาย แต่กับ 'ความทรงจำที่ใกล้ตาย' แพทย์ผู้เย็นชาคนนี้กลับเลือกที่จะยอมแพ้เร็วจนน่าสงสัย "คุณกลัวต่างหากล่ะ หมอ... คุณกลัวว่าถ้าเกิดยายคนนี้ดันจำได้ขึ้นมาจริงๆ ความจริงที่คุณพยายามฝังกลบมันไว้ตลอดปีครึ่ง มันจะย้อนกลับมาทิ่มแทงคุณเอง"
อคิราห์หันขวับมามองคู่สนทนา แววตาคมกริบวาบแสงอันตรายขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไปภายใต้หน้ากากความสุขุมอันไร้รอยร้าว
"ผมคือนิติเวช ผมเชื่อในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และรอยกรีดบนเนื้อหนัง ไม่ใช่นิทานหลอกเด็กจากปากของคนสมองเสื่อม" อคิราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดที่กดลงบนเส้นเลือดใหญ่ "ถ้าคุณอยากเล่นเกมปาินიჰส์ตามหาความจริงแบบนักข่าวสมัครเล่น ก็เชิญตามสบาย แต่ผมไม่มีเวลามานั่งฟังคนแก่เพ้อเจ้อ"
พูดจบ แพทย์หนุ่มก็หันหลังเตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องพักฟื้น
"คืนวันที่สิบหสอง พฤษภาคม... ลูกชายของยายม้วนไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยไล่หลังมา ทำให้ฝีเท้าของอคิราห์ชะงักกึกทันที เขายังคงยืนหันหลังให้ แต่กล้ามเนื้อบริเวณสันหลังกลับเกร็งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันตา มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของหญิงชราที่ดังสลับกับเสียงกะพริบของหลอดไฟ
"คุณรู้เรื่องนี้จากไหน?" อคิราห์เอ่ยถามโดยไม่หันกลับมา น้ำเสียงเย็นเยียบลงหลายองศา
ธันวายิ้มเยาะที่มุมปาก เขาก้าวเข้าไปใกล้ร่างของยายม้วนที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง ก่อนจะหยิบรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ท วางลงบนโต๊ะข้างเตียง
"ผมไม่ได้รู้จากเอกสารราชการที่ถูกตกแต่งตัวเลขจนเนียนสนิทหรอกครับ... แต่ผมได้ยินมันมาจากปากของคนที่คุณพยายามปกป้องต่างหาก" ธันวาจงใจเว้นจังหวะ เพื่อให้ถ้อยคำแต่ละคำซึมซับเข้าไปในความเงียบ "และยายม้วนคนนี้... คือคนเดียวที่เห็นว่าใครเป็นคนขับรถคันนั้นพุ่งชนลูกชายเธอก่อนที่เขาจะถูกฆ่าตัดตอนในห้องฉุกเฉิน"
อคิราห์ค่อยๆ หันกลับมา ชั่วขณะนั้น แววตาที่เคยว่างเปล่าและเย็นชาไร้ความรู้สึกกลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความทรงจำอันเจ็บปวดที่เขาพยายามกดทับไว้ก้นบึ้งจิตใจ คดีอุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่อปีปีก่อนที่ภรรยาและลูกน้องคนสนิทของเขาต้องสังเวยชีวิต... มันมีความเกี่ยวโยงกับโครงข่ายอำนาจมืดนี้จริงๆ หรือ
แพทย์หนุ่มก้าวเดินกลับมาหยุดยืนที่ข้างเตียงผู้ป่วยอีกครั้ง เขาโน้มตัวลงต่ำ สายตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตาที่ขุ่นมัวและไร้ประกายของหญิงชรา
"ยายครับ..." อคิราห์เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างผิดคาด เป็นน้ำเสียงที่แม้แต่ธันวายังต้องแปลกใจ "ยายจำผมได้ไหม... มองผมสิครับ"
ยายม้วนยังคงนิ่งเงียบ เปลือกตาเหี่ยวย่นกะพริบช้าๆ ราวกับกังหันลมที่กำลังจะหมดแรงขับเคลื่อน นิ้วมือที่เหี่ยวย่นกำผ้าห่มแน่นขึ้นทีละน้อย
อคิราห์ถอนหายใจยาว ความหวังที่ริบหรี่อยู่แล้วกำลังจะมอดดับลง เขากำลังจะเอ่ยปากบอกธันวาว่าพวกเขากำลังเสียเวลาเปล่า ทว่าในวินาทีนั้นเอง... นิ้วมือที่เคยไร้เรี่ยวแรงของหญิงชราก็เอื้อมขึ้นมาคว้าข้อมือของอคิราห์ไว้แน่นอย่างไม่น่าเชื่อ!
แรงบีบนั้นไม่ได้มีมากนัก แต่มันเพียงพอที่จะทำให้แพทย์หนุ่มสะดุ้งสุดตัว ยายม้วนเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยฝ้าฟางกลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริกราวกับกำลังพยายามเค้นเสียงบางอย่างออกมาจากลำคอที่ตีบตัน
"หมอ... หมออคิราห์..."
เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายถูกพ่นออกมาจากปากของหญิงชรา ทำให้ทั้งอคิราห์และธันวาถึงกับผงะ ถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกตะลึง
ยายม้วนจำชื่อเขาได้ ทั้งที่พวกเขาเพิ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรก และเขาไม่เคยแนะนำตัวด้วยซ้ำ!
"ยายจำผมได้เหรอครับ?" อคิราห์ถามย้ำ น้ำเสียงเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่ ความเยือกเย็นทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา
หญิงชราไม่ตอบคำถาม แต่เธอใช้นิ้วที่สั่นเทาชี้ไปที่หน้าอกของอคิราห์ ก่อนจะเปล่งคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของแพทย์หนุ่มเย็นเฉียบลงจนถึงขั้วหัวใจ
"รอยแผล... ที่... ที่อยู่ใต้เสื้อ... ของคนที่ฆ่า... ลูกฉัน... เหมือน... เหมือนกับ... รอยแผล... บนตัวคุณ..."
บรรยากาศในห้องพักฟื้นพลันดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็ง ทันทีที่สิ้นเสียงกระซิบอันแหบแห้งนั้น ไฟนีออนบนเพดานก็ส่งเสียงหึ่งดังลั่นก่อนจะดับวูบลง ปล่อยให้ความมืดมิดกลืนกินทั้งห้อง ทิ้งไว้เพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งสาม และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องพักฟื้น... อย่างช้าๆ
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้มาด้วยกันในตอนนี้นะครับ พยานปากเอก
นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 23
พยานคนสุดท้าย
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!