กลิ่นไอโซลเวนต์และฟอร์มาลีนในห้องชันสูตรยามวิกาลไม่เคยเป็นมิตรกับใคร แต่มันคืออากาศที่บริสุทธิ์ที่สุดสำหรับ ดร.อคิราห์ ปลายมีดผ่าตัดสเตนเลสในมือของเขาเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง บนโต๊ะสเตนเลสเย็นเฉียบ ร่างไร้วิญญาณของเหยื่อรายล่าสุดกำลังบอกเล่าเรื่องราวที่กฎหมายพยายามซุกซ่อนไว้ใต้พรม
"คุณกำลังใช้มีดเล่มนั้นผ่าตัดความจริง หรือกำลังพยายามฝังมันลงไปให้ลึกกว่าเดิมกันแน่ครับ, คุณหมอ"
เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมสำเนียงการพูดที่ติดจะเย้ยหยันเล็กน้อย ทำให้ปลายนิ้วที่ถือฟอร์เซปของอคิราห์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที เขาไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าใครคือผู้บุกรุก ธันวา ยืนอยู่หลังแนวเส้นกั้นสีเหลือง สายตาคมกริบใต้ปีกหมวกแก๊ปสีเข้มกวาดมองร่างไร้ลมหายใจบนโต๊ะสลับกับใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของแพทย์นิติเวช
"ห้องชันสูตรไม่ใช่สนามข่าวของพวกชอบขุดคุ้ยความสกปรกของสังคมนะครับ, คุณธันวา" อคิราห์ตอบโดยไม่ละสายตาจากบาดแผลฉีกขาดบริเวณซี่โครงซ้าย
"แต่ความสกปรกกำลังล้นทะลักออกจากห้องทำงานของนายพลท่านนั้นจนถึงโต๊ะทำงานผมแล้วต่างหาก" ธันวาเดินเข้ามาใกล้เกินกว่ามารยาทของคนนอกจะพึงกระทำ เขายื่นสมาร์ทโฟนหน้าจอแตกยับให้เห็นภาพเอกสารลับราชการที่ประทับตรา 'ลับที่สุด' "รอยช้ำรูปครึ่งวงกลมบนข้อมือขวาของศพ... คุณรู้ดีว่ามันไม่ได้เกิดจากการลื่นล้มในห้องน้ำอย่างที่รายงานเบื้องต้นระบุใช่ไหมครับ"
อคิราห์วางเครื่องมือลงในถาดสเตนเลส เสียงโลหะกระทบกันดังสะท้อนก้องในห้องที่เงียบงัน เขากวาดสายตาคมกริบมองนักข่าวอิสระผู้มีดวงตาดุดั่งสัตว์ป่าล่าเหยื่อ ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด คั่นกลางด้วยความตายและความลับที่เน่าเฟะ
"รอยนั้นเกิดจากแรงกดของแหวนตราประจำตำแหน่ง... ผมรู้ และคุณก็รู้" อคิราห์เอ่ยเสียงเรียบ เยือกเย็นราวกับอุณหภูมิรอบตัว "แต่ตราบใดที่ใบมรณะบัตรยังต้องเซ็นชื่อโดยแพทย์ที่ขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ความจริงก็เป็นได้แค่รอยเปื้อนหมึกที่ถูกลบได้ด้วยยางลบก้อนเดียว"
"แต่มันลบออกจากใจประชาชนไม่ได้หรอกครับ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาฉายประกายดุดัน "นั่นคือเหตุผลที่ผมมาที่นี่ เพื่อร่วมมือกับคุณ... ก่อนที่หลักฐานชิ้นสำคัญจะหายไปจากตู้เก็บศพแห่งนี้"
ก่อนที่อคิราห์จะได้ตอบคำถามหรือปฏิเสธข้อเสนออันตรายนั้น เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะที่หนักแน่นและคุกคามโดยไม่ต้องออกคำสั่ง
ประตูลูกบิดถูกผลักเปิดออกอย่างไม่เกรงใจใคร ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บอย่างประณีตปรากฏขึ้นที่กรอบประตู รองเท้าหนังขัดมันส่งเสียงกระทบพื้นยางดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ผู้มาใหม่ไม่ใช่ตำรวจร้อยเวรทั่วไป แต่เป็น พลตำรวจตรีบูรพา นายตำรวจระดับสูงผู้คุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในนครหลวงแห่งนี้ สีหน้าของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว แต่แววตากลับกราดเกรี้ยวราวกับเปลวเพลิงที่ถูกซ่อนไว้ใต้ผืนน้ำแข็ง
"ดึงดันเก่งสมคำร่ำลือจริงๆ นะครับ, ดốcเตอร์อคิราห์" พลตำรวจตรีบูรพาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ กดดันบรรยากาศในห้องให้ลดฮวบทันที สายตาของนายพลกวาดมองศพบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาจ้องเขม็งที่ธันวา "และดูเหมือนว่าแมลงสาบตัวเดิมๆ ก็ยังคงมาป้วนเปี้ยนแถวศพไม่เลิกรา"
ธันวาไม่สะทกสะท้าน เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับนายตำรวจระดับสูงอย่างไม่เกรงกลัว "แมลงสาบมักจะปรากฏตัวเสมอครับ, ท่านพลوตระ... เมื่อมีซากเน่าๆ ถูกซ่อนไว้ใต้พรมของกรมตำรวจ"
รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากของพลตำรวจตรีบูรพาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะหันไปทางอคิราห์โดยไม่สนใจนักข่าวหนุ่มอีก
"ผมไม่ได้มาเพื่อต่อปากต่อคำกับสื่อไร้สังกัด" นายพลก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตร วางมือลงบนขอบสเตนเลสเย็นเฉียบ "ผมมาเพื่อแจ้งคำสั่งเบื้องต้น... คดีนี้ถูกโอนย้ายไปอยู่ในความดูแลของส่วนกลางเรียบร้อยแล้ว และรายงานการชันสูตรทั้งหมด... จะต้องถูกส่งมอบให้ผม เดี๋ยวนี้"
อคิราห์หรี่ตาลงเล็กน้อย ตรรกะในหัวประมวลผลอย่างรวดเร็ว การดึงคดีขึ้นส่วนกลางหมายถึงการฆ่าตัดตอนความจริงทางนิติเวชโดยสมบูรณ์ ร่างนี้จะถูกเผาทำลายโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งรัฐ
"ท่านกำลังใช้อำนาจเหนือขอบเขตของกฎหมายวิสามัญนะครับ, ท่านพลตระกูล" อคิราห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่มั่น2คงอย่างน่าประหลาด ดวงตาหลังกรอบแว่นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนายพล "ศพนี้พูดความจริงได้ครั้งเดียว และมันยังพูดไม่จบประโยคเลย"
"กฎหมายคือสิ่งที่ผมกำหนดขึ้นมาใช้ต่างหากล่ะ, คุณหมอ" บูรพาโน้มตัวลงกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและอันตรายยิ่งกว่าเดิม "อย่าเอาอุดมการณ์บ้าๆ ของคุณมาแลกกับอนาคตบนเส้นทางวิชาชีพ... หรือแม้กระทั่งลมหายใจของคนรอบตัวคุณเลย"
คำขู่ที่แฝงมากับน้ำเสียงนุ่มนวลนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเย็นเยียบลงไปอีก ธันวาขยับตัวเตรียมจะก้าวเข้าไปแทรกกลาง แต่พลตำรวจตรีบูรพากลับโบกมือเพียงครั้งเดียว ประตูห้องชันสูตรก็เปิดผางออก พร้อมกับเจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบติดอาวุธครบมืออีกสนาย นายยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ อคิราห์ยังคงยืนนิ่ง มือข้างหนึ่งวางอยู่ใกล้กับถาดเครื่องมือแพทย์ สายตาของแพทย์หนุ่มสบตากับนายพลอย่างไม่มีใครยอมใคร
ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะขาดผึ่ง ธันวาก็เอื้อมมือไปหยิบบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมของอคิราห์ที่พาดอยู่บนเก้าอี้—มันคือแฟลชไดร์ฟขนาดเล็กที่บรรจุภาพถ่ายเอกสารลับชิ้นสุดท้ายก่อนที่ระบบคอมพิวเตอร์จะถูกบล็อก
"ถ้าท่านต้องการรายงานตัวจริง..." ธันวายิ้มเยาะพลชูแฟลชไดร์ฟในมือขึ้น "ท่านคงต้องค้นจากกระเป๋าผม... หรือไม่ก็ศพนี้แล้วล่ะครับ"
ดวงตาของพลตำรวจตรีบูรพาหรี่แคบลงด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แต่ก่อนที่สถานการณ์จะปะทุไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของโรงพยาบาลก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับไฟส่องสว่างสีแดงที่กะพริบถี่ๆ ทั่วเพดานห้อง
ไฟดับพรึบ... และในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องลงมาบนร่างไร้ชีวิต ประตูห้องเก็บศวด้านหลังที่ควรจะถูกล็อคตายกลับค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงลากรองเท้าผ้าใบหนักๆ ที่ก้าวเข้ามาจากความมืดมิด—และกลิ่นอเลือดสดๆ ที่โชยมาเตะจมูกของพวกเขาทั้งสามคนพร้อมกัน!
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้มาด้วยกันในตอนนี้นะครับ พยานปากเอก
นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 24
อำนาจที่อยู่เหนือเหตุผล
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!