“ถ้าคุณกำลังคิดว่านี่คือรอยกรีดของฆาตกรมือสมัครเล่น ผมเกรงว่าคุณคงต้องทบทวนโครงสร้างกระดูกชิ้นนั้นใหม่อีกรอบนะครับ, คุณธันวา”
เสียงทุ้มต่ำราบเรียบที่เจือด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นทำลายความเงียบสงัดภายในห้องชันสูตรศพใต้ดิน แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนลงบนพื้นสแตนเลสสตีลมันวาว ขับเน้นบรรยากาศตึงเครียดให้เด่นชัดขึ้น ดร.อคิราห์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา ดวงตาภายใต้กรอบแว่นโลหะยังคงจดจ่ออยู่กับการใช้คีมปลายแหลมคีบเศษเส้นใยสีดำขนาดเล็กจิ๋วออกจากซอกเล็บของร่างไร้วิญญาณบนเตียง
ธันวา ซึ่งยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายแต่ดวงตากลับคมกริบดั่งสัตว์นักล่า เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขากลัดกระดุมเสื้อสูทสีเข้ม ค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าใกล้โต๊ะชันสูตรทีละน้อย กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและกลิ่นอายความตายลอยอวลอยู่ในอากาศ แต่มันไม่รุนแรงเท่ากับแรงกดดันทางจิตวิทยาที่แผ่ออกมาจากตัวแพทย์นิติเวชผู้นี้
“มือสมัครเล่นเหรอครับ? สภาพศพที่ถูกทิ้งไว้กลางกองขยะย่านชานเมืองพร้อมรอยแผลเป็นรูปกากบาทบนหน้าอกนั่น ใคร ๆ ก็มองว่าเป็นฝีมือของพวกโรคจิตรายทางทั้งนั้นแหละ” ธันวาย้อนถาม น้ำเสียงของเขามีความเย้ยหยันเจืออยู่จาง ๆ พร้อมกับหยิบบันทึกการสืบสวนยับIยู่ยี่ออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ท “เว้นเสียแต่ว่า... คุณหมออคิราห์ผู้ปราดเปรื่องจะเจออะไรที่คนอื่นมองไม่เห็น”
อคิราห์วางเครื่องมือลงบนถาดสแตนเลส เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* สะท้อนก้องกังวาน เขาถอดถุงมือยางออกทีละข้างอย่างใจเย็น ดวงตาสีเข้มคมปลาบหันมาสบตากับนักข่าวหนุ่มนัยน์ตาสีเทา คู่อริทางความคิดที่มักจะก้าวล้ำเส้นแบ่งระหว่างกฎหมายกับความมืดมนเข้ามาเสมอ
“รอยกรีดที่คุณว่า มันลึกเพียงสองมิลลิเมตร... เป๊ะจนน่ากลัว” อคิราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงนัยยะอันตราย “ไม่มีร่องรอยของความลังเล ไม่มีแม้แต่ความตื่นตระหนกของกล้ามเนื้อที่กระตุกเกร็งก่อนตาย นั่นหมายความว่า เหยื่อถูกทำให้เป็นอัมพาตด้วยสารพิษเฉพาะกลุ่ม ก่อนที่ฆาตกรจะบรรจง ‘แกะสลัก’ ร่างกายนี้ราวกับมันเป็นงานศิลปะชั้นสูง และที่สำคัญที่สุด...”
แพทย์หนุ่มเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาไปยังแฟ้มคดีบนโต๊ะ
“รอยกากบาทนั้น ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความเกลียดชัง แต่มันคือ ‘รหัส’ ครับ”
รอยยิ้มมุมปากของธันวาเลือนหายไปในทันที ความเจ้าเล่ห์ในแววตาถูกแทนที่ด้วยประกายแห่งความจริงจังที่วับวับขึ้นมา คอนเนคชั่นในโลกมืดที่เขาสสะสมมานานนับปีบอกเขาว่า คำว่า ‘รหัส’ จากปากของอคิราห์ไม่เคยเป็นเรื่องล้อเล่น
“รหัสอะไร?” ธันวาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะชันสูตร ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ “อย่าบอกนะว่ามันเชื่อมโยงกับคดีเมื่อสามเดือนก่อน... คดีที่ตำรวจสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุจราจรบนทางด่วน”
“ผมไม่ได้พูดชื่อนั้นออกมานะ คุณธันวา” อคิราห์ตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเยียบเย็นและเฉียบคมดั่งใบมีดโกน “แต่ในเมื่อคุณเอ่ยขึ้นมาเอง... ลองใช้สมองคิดดูสิครับว่า ทำไมเหยื่อบนโต๊ะนี้ ถึงมีรอยแผลเป็นเก่าแบบเดียวกันฝังอยู่ใต้ผิวหนังชั้นลึก ที่ต่อให้เผาทำลายศพจนไหม้เกรียม ก็ยังทิ้งร่องรอยของโลหะหนักเอาไว้ได้”
ธันวานิ่งเงียบไปชั่วขณะ สมองของนักข่าวสายมืดประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาพข่าวเก่า ๆ รายชื่อผู้มีอำนาจในเงา และโครงข่ายผลประโยชน์มืดมนที่เขาเคยพยายามขุดคุ้ยแต่ถูกปิดปากด้วยอำนาจรัฐ พรั่งพรูเข้ามาในหัว หากคดีนี้ไม่ใช่ฆาตกรรมรายทาง แต่มันคือการ ‘เก็บกวาด’ คนที่รู้มากเกินไปโดยฝีมือขององค์กรไร้เงา นั่นหมายความว่า...
“เรากำลังเล่นกับไฟกองใหญ่โตมโหฬาร” ธันวาพึมพำออกมาเบา ๆ ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด “ไม่ใช่แค่ฆาตกรต่อเนื่องโรคจิต แต่เป็นระบบ... หรือโครงสร้างบางอย่างที่อยู่เหนือตำรวจและกฎหมาย”
“เพิ่งรู้ตัวตอนนี้ สายไปหน่อยไหมครับ?” อคิราห์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง “อุดมการณ์ความจริงสว่างไสวของคุณ อาจจะกำลังพาเราเดินเข้าไปในกรงขังที่ไม่มีวันได้กลับออกมา”
“อย่างน้อยที่สุด ความจริงก็ยังมีความหมาย ดีกว่าการยอมจำนนต่อความเงียบงันแบบที่คุณทำมาตลอดชีวิตไม่ใช่เหรอครับ หมออคิราห์?” ธันวาย้อนถามด้วยน้ำเสียงทรงพลัง แววตาท้าทายพุ่งตรงไปยังแพทย์นิติเวชผู้เย็นชาเพื่อกระตุ้นปมในใจที่อีกฝ่ายพยายามฝังกลบมาโดยตลอด
บรรยากาศในห้องชันสูตรตึงเครียดขึ้นจนแทบขาดผึ่ง แรงดึงดูดทางจิตวิทยาระหว่างคนทั้งสองพุ่งถึงขีดสุด คนหนึ่งยึดมั่นในตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของโลกที่พังทลาย อีกคนหนึ่งยอมแลกทุกอย่างแม้กระทั่งลมหายใจเพื่อกระชากหน้ากากผู้มีอำนาจให้ออกมาสู่แสงสว่าง ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางกลิ่นอายความตาย โดยตระหนักร่วมกันแล้วว่า คดีนี้มีขนาดใหญ่และอันตรายเกินกว่าที่พวกเขาสองคนจะจินตนาการไว้แต่แรก
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอ่ยคำพูดใดออกมาทำลายความเงียบ เสียงเตือนภัยแหลมสูงจากระบบรักษาความปลอดภัยของสถาบันนิติเวชก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีขาวโพลนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่ระรัว หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องบนโต๊ะทำงานดับวูบลงพร้อมกัน เหลือเพียงความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสาดส่อง
“เกิดอะไรขึ้น?” ธันวาชักปืนพกขนาดพกพาออกจากซองใต้เสื้อสูทรวดเร็วดั่งสัญชาตญาณนักล่า สายตาสอดส่องไปยังประตูทางเข้าที่มืดมิด
อคิราห์ไม่ตอบ เขากวาดสายตาไปยังหน้าจอระบบควบคุมอุณหภูมิห้องเก็บศพที่ปรากฏข้อความแจ้งเตือนแปลกประหลาด—รหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบถูกใช้งานจากภายนอก และที่แย่ไปกว่านั้น เสียงล็อกประตูกลไกเหล็กกล้าด้านนอกดังขึ้น *คลิก* สองครั้งซ้อน
ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องชันสูตรแห่งนี้ด้วยจังหวะที่เด็ดขาดและไร้ความลังเล... และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ไม่มีเสียงวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแม้แต่แอะเดียว มีเพียงความตายที่กำลังเดินเข้ามาหาพวกเขาอย่างเงียบเชียบ
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยความระทึกใจครับ
นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 6
เบาะแสในเงามืด
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!