นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 7

ความลับในแฟ้มคดีเก่า

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นอับของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์โบราณที่ระเหยออกมาจากแฟ้มคดีหมายเลข 404/2556 ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนประวัติศาสตร์ แต่มันให้กลิ่นอายของศพที่ถูกฝังกลบไว้โดยความตั้งใจ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะบนโต๊ะทำงานในห้องผ่าศพยามวิกาลสาดส่องลงบนกระดาษเอกสารสีเหลืองกรอบ ดร.อคิราห์ไม่ได้กะพริบตามาเป็นเวลาเกือบสี่สิบนาทีแล้ว ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือยางสีขาวบางเฉียบกำลังใช้คีมโลหะคีบแผ่นฟิล์มเอ็กซ์เรย์เก่าๆ ขึ้นส่องกับหลอดไฟ LED แสงสีขาวจ้าเผยให้เห็นรอยร้าวของกระดูกกะโหลกศีรษะที่ถูกตอกย้ำด้วยร่องรอยของโลหะแปลกปลอม มันเป็นคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสิบปีก่อน—คดีที่ถูกปิดตายลงในแฟ้มอาชญากรรมด้วยคำวินิจฉัยง่ายๆ ว่า "อุบัติเหตุจากการพลัดตกจากที่สูง" เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นบนพื้นยางกันลื่นของห้องดับจิต ธันวาเดินสาวเท้าเข้ามาโดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาต สองมือของนักข่าวนอกแถวซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทกันหนาวตัวเก่า กลิ่นกาแฟดำเจือจางกับฝนตกข้างนอกลอยตามติดตัวเขาเข้ามาในพื้นที่ปลอดเชื้อแห่งนี้ "คุณกำลังรื้อฟื้นซากศพที่เน่าเปื่อยไปแล้วนะ หมอ" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารกระจัดกระจายบนโต๊ะ ก่อนจะหยุดนิ่งที่ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุเมื่อสิบปีก่อน อคิราห์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา สายตายังคงจดจ่ออยู่กับรอยแผลเป็นบนภาพถ่ายศพเก่าคร่ำคร่า น้ำเสียงของแพทย์นิติเวชราบเรียบ เย็นชา และตัดขาดจากโลกภายนอกเช่นเคย "ศพไม่ได้เน่าเปื่อยไปตามกาลเวลาหรอกครับ... ถ้ามีใครบางคนจงใจดองมันไว้ในสารเคมีแห่งความจริงครึ่งๆ กลางๆ ตั้งแต่แรก" ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยนัยยะ "คุณหมายถึงแฟ้มของ สส. ประเสริฐ หรือสำนวนคดีที่ตำรวจภูธรภาค 2 ทำหล่นหายในคืนฝนตกวันนั้นล่ะ? อย่าบอกนะว่ารอยแตกร้าวบนกะโหลกของเหยื่อเมื่อสิบปีก่อน กับรอยแผลของเหยื่อสาวที่เราเพิ่งผ่าพิสูจน์เมื่อวานนี้... มันคือฝีมือของคนๆ เดียวกัน" อคิราห์วางฟิล์มเอกซเรย์ลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ ของกระจกและไม้สะท้อนความเงียบงันภายในห้อง เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนักข่าวหนุ่ม แววตาหลังกรอบแว่นไร้กรอบคู่นั้นคมกริบราศกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลึกถึงแก่นแท้ "ผมไม่เคยเชื่อในความบังเอิญในทางนิติเวชครับธันวา" อคิราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่าขนลุก "บาดแผลแรงกระแทกจากของแข็งไม่มีคมที่ท้ายทอย... มุมองศาของรอยแตก 45 องศา และแรงกดที่กระทำต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ ทั้งหมดนี้มีลายมือซ่อนอยู่ มันเป็นลายมือของคนที่รู้ว่าต้องทำอย่างไรไม่ให้เครื่องมือแพทย์ตรวจพบร่องรอยของสารพิษ และเป็นคนเดียวกับที่มีอำนาจมากพอจะสั่งปิดแฟ้มคดีนี้ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง" ธันวาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น เขาดึงกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาอ่าน สายตาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นรายชื่อนายตำรวจผู้รับผิดชอบคดีเมื่อสิบปีก่อน "ผู้กำกับการธน ์... คนเดียวกับคนที่เพิ่งเลื่อนขั้นเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมื่อเดือนที่แล้วสินะ น่าสนใจ... ชายผู้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดบนบันไดเกียรติยศ มักจะเหยียบย่ำซากศพไว้เบื้องล่างเสมอ" "คุณกำลังสนุกกับการเล่นกับไฟนะธันวา" อคิราห์เตือน น้ำเสียงเรียบเฉยแต่เจือความเตือนสลับอันตราย "คดีนี้ไม่ได้แค่พัวพันกับตำรวจระดับสูง แต่มันโยงไปถึงมูลนิธิการกุศลที่คุณคอยตามขุดคุ้ยอยู่... คุณกำลังลากตัวเองลงไปในหลุมพรางที่ขุดไว้รอรับคุณตั้งแต่สิบปีก่อนแล้ว" ธันวายิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบรอยเท้าเหยื่อในพุ่มไม้ "หมอ... คนเราทุกคนล้วนมีหลุมพรางของตัวเองทั้งนั้นแหละครับ เพียงแต่หลุมของคุณมันเต็มไปด้วยศพที่ไม่มีชื่อ ส่วนหลุมของผม... มันเต็มไปด้วยความจริงที่รอวันถูกขุดขึ้นมาประจาน" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงฝนที่ซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก ทั้งสองยืนประจันหน้ากันผ่านกองเอกสารคดีเก่า คั่นกลางด้วยเส้นบางๆ ระหว่างจรรยาบรรณของแพทย์ผู้รักษาความลับของคนตาย กับความกระหายในความจริงของผู้มีอุดมการณ์บิดเบี้ยว อคิราห์หยิบแฟ้มคดีหน้าสุดท้ายขึ้นมา พลิกดูบันทึกการชันสูตรพลิกศพในคืนวันที่ 12 ตุลาคม 2556 ลายมือชื่อของแพทย์นิติเวชผู้ลงนามในตอนนั้นทำให้ปลายนิ้วของเขาชะงักกุน นั่นไม่ใช่ลายมือของคนอื่น... แต่มันคือลายมือของอาจารย์แพทย์ผู้ล่วงลับ ผู้มีศักดิ์เป็นทั้งผู้มีพระคุณและคนที่สอนวิชานิติเวชให้แก่เขาเอง ดวงตาสีดำสนิทของอคิราห์ไหววับเป็นครั้งแรก ความเย็นชาที่เคยเคลือบไว้รอบตัวแตกสลายลงชั่วขณะ ธันวาสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นทันที นักข่าวหนุ่มก้มลงมองชื่อในกระดาษแผ่นนั้นตาม แล้วอุทานเบาๆ "อาจารย์ของคุณ... เป็นคนเซ็นรับรองว่าการตายนั้นเป็นอุบัติเหตุตั้งแต่แรกอย่างนั้นเหรอ?" ธันวาเงยหน้าขึ้นมองอคิราห์ ดวงตาฉายแววตื่นตะลึงระคนขบขัน "โอ้โห หมอ... ดูท่าทางอาจารย์ผู้สูงส่งของคุณ จะไม่ได้แค่สอนให้คุณผ่าศพอย่างเที่ยงตรงเสียแล้วกระมัง แต่ท่านยังสอนวิธี 'ซ่อน' ศพไว้ใต้พรมความยุติธรรมด้วย" อคิราห์ไม่ตอบคำถามนั้น เขากำกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจในอกเต้นผิดจังหวะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ความทรงจำเกี่ยวกับอาจารย์ผู้ล่วงลับที่เคยยกย่องให้เป็นดั่งไอดอลพังทลายลงในพริบตา ทว่า ในจังหวะที่ความเงียบกำลังกดทับความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก ไม่ใช่เสียงเคาะจากภายนอกห้องตรวจศพ แต่เป็นเสียงเคาะที่ดังมาจาก "ตู้เย็นเก็บศพ" ด้านหลังที่ควรจะว่างเปล่า และไม่มีร่างใดถูกเก็บบันทึกไว้ในระบบคืนนี้!
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%