เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นจากความว่างเปล่า มันไม่ใช่เสียงจากภายนอกประตูห้องตรวจศพที่ผ่านการคัดกรองความปลอดภัยด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือหนาแน่นสามชั้น แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนต่ำทึบที่สะท้อนมาจากภายในสเตนเลสสตีลเย็นเฉียบของ "ตู้เย็นเก็บศพหมายเลข 04" ด้านหลังอคิราห์
ระบบดิจิทัลบนหน้าจอด้านนอกยืนยันชัดเจนว่าช่องนั้นว่างเปล่า ไม่มีร่างใดถูกลงทะเบียนเข้าสู่ระบบในกะดึกนี้ ไม่มีเอกสารส่งตัวจากร้อยเวร ไม่มีแม้แต่กลิ่นอายของความตายที่ควรจะลอยอบอวลออกมาตามสัญชาตญาณของแพทย์นิติเวชผู้ผ่านการผ่าศพมานับพันร่าง
แต่อคิราห์รู้ดีว่า กฎหมายของฟิสิกส์บางครั้งก็ยอมพ่ายแพ้ให้กับความลับที่มนุษย์จงใจซุกซ่อน
เขายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะผ่าตัด มือสวมถุงมือยางสีขาวยังคงถือคีมสเตนเลสค้างไว้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเพ่งตรงไปยังบานประตูโลหะที่มีไอเย็นสีขาวระเหยออกมาตามรอยต่อ บรรยากาศในห้องสว่างวาบด้วยหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์สีนวลที่ส่องกระทบพื้นกระเบื้องมันปลาบจนสะท้อนเงาร่างอันโดดเดี่ยวของเขา
"คุณคงไม่ได้คิดจะบอกผมหรอกนะ... ว่าข้างในนั้นกำลังร้องขอส่วนบุญ"
เสียงทุ้มต่ำและติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ทางออก ธันวาก้าวเท้าพ้นจากเงาของเสาโครงสร้างตึกอย่างเงียบเชเชียบราวกับแมวป่า สัญชาตญาณของนักข่าวสายมืดทำให้เขาเข้ามาในเขตหวงห้ามนี้ได้โดยที่สัญญาณเตือนภัยไม่ทันได้แผดเสียง ร่างสูงโปรดในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้มยับยู่ยี่ก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากโต๊ะผ่าตัดเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคมปลาบของนักข่าวหนุ่มไม่ได้มองที่อคิราห์ แต่จ้องเขม็งไปยังตู้เย็นเก็บศพเครื่องนั้นเช่นกัน
อคิราห์ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขาวางเครื่องมือลงในถาดสเตนเลสอย่างใจเย็น เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* เบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน
"คุณเข้ามาในนี้ได้อย่างไร, คุณธันวา" อคิราห์เอ่ยเสียงเรียบ ความเย็นชาในน้ำเสียงนั้นคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดผ่าตัด "ที่นี่ไม่ใช่ห้องข่าวบันเทิง หรือห้องทำงานของร้อยเวรที่คุณจะเดินเข้าออกตามอำเภอใจ"
"ประตูหลังตึกไม่ได้ล็อก... หรือพูดให้ถูกคือ มันถูกตั้งใจปล่อยให้เปิดไว้สำหรับคนที่ฉลาดพอจะรู้ว่าควรเข้ามาตอนไหน" ธันวาแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบความเจ้าเล่ห์แต่แฝงไปด้วยความจริงจังอย่างน่าประหลาด เขายกมือขึ้นล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต "และดูเหมือนผมจะมาทันเวลาพอดิบพอดี ก่อนที่ความลับราคาแพงในตู้หมายเลข 04 จะกลายเป็นแค่เศษเนื้อเน่าๆ ที่ถูกลบหายไปจากระบบอีกครั้ง"
อคิราห์หันขวับกลับมามองคู่สนทนา แววตาไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม "คุณหมายความว่าอย่างไร"
"หมายความว่าศพที่กำลังเคาะเรียกคุณอยู่นั่น... ไม่ได้มีตัวตนอยู่ในสารบบของโรงพยาบาลนี้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ ดร.อคิราห์" ธันวาก้าวเข้าไปใกล้ตู้เย็นเหล่านั้นทีละก้าว ฝีเท้าของเขาหนักแน่นและมั่นคง "และถ้าคุณเปิดมันออกตอนนี้ คนที่จะไม่ได้เดินออกจากห้องนี้... อาจจะไม่ใช่แค่ศพข้างในนั้น แต่รวมถึงคุณด้วย"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บทสนทนาระหว่างคนทั้งสองราวกับการเดินหมากบนกระดานที่ต่างฝ่ายต่างถือไพ่ตายซ่อนไว้ในฝ่ามือ อคิราห์เป็นตัวแทนของความถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และตรรกะทางการแพทย์ที่ต้องพิสูจน์ได้ทุกตารางนิ้ว ขณะที่ธันวาคือความโกลาหล ความจริงดิบเถื่อนที่ไม่อาจหาได้ในตำราเล่มไหน ทั้งสองขั้วอุดมการณ์ยืนอยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง แต่ในเวลานี้ กลับถูกบีบให้ต้องยืนอยู่บนพื้นที่แคบๆ
"ผมเป็นแพทย์นิติเวช หน้าที่ของผมคือการค้นหาความจริงจากร่างไร้วิญญาณ ไม่ใช่การวิ่งตามเกมสกปรกของนักข่าวใต้ดิน" อคิราห์เอ่ยพร้อมกับก้าวประชิดตู้เย็น มือขวาเอื้อมไปแตะที่สลักเปิดประตูโดยไม่ลังเล
"หยุดก่อน!" ธันวาพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของแพทย์หนุ่มไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ร่างกายของทั้งคู่ปะทะกันเบาๆ กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นฝนจากร่างของธันวาปะปนกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องตรวจศพ "ถ้าคุณเปิดมันตอนนี้โดยไม่มีแผนสำรอง ประตูบานนั้นจะกลายเป็นหลุมศพของคุณเอง คุณก็รู้ว่าคดีนี้เบื้องบนสั่งปิดตั้งแต่วันแรก ศพไม่มีชื่อ ศพไร้ญาติ และถ้ามันโผล่มาที่นี่... แปลว่ามีคนจงใจส่งมันมาให้คุณเลือกทางเดิน"
อคิราห์ก้มมองมือที่กุมข้อมือตนเองอยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาธันวาตรงๆ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ของคนที่ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจใดๆ
"แล้วคุณคิดว่าผมควรทำอย่างไร, ปล่อยให้มันเน่าอยู่ในตู้ หรือเอาออกไปเรื่อยเปื่อยตามจินตนาการขายข่าวของคุณ?" อคิราห์ย้อนถาม น้ำเสียงเยียบเย็นแต่แฝงประกายท้าทาย
"ร่วมมือกับผม" ธันวาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาจริงจังไม่มีเค้าลางของความกวนประสาทหลงเหลืออยู่ "คุณมีมีดที่คมที่สุดในการผ่าความจริงออกมาจากศพ แต่ผมมีตาข่ายที่กว้างพอจะรองรับแรงกระแทกจากพวกเบื้องบน ถ้าเราต่างคนต่างเดิน คุณจะถูกเก็บก่อนจะได้ชันสูตรเสร็จด้วยซ้ำ... ดร.อคิราห์"
ห้องตรวจศพตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของคอมเพรสเซอร์ตู้แช่เย็นที่ทำงานแข่งกับเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ อคิราห์จ้องมองใบหน้าของนักข่าวหนุ่มพิจารณาอย่างลึกซึ้ง เขาชั่งน้ำหนักระหว่างศักดิ์ศรีของแพทย์ผู้ยึดมั่นในจรรยาบรรณ กับความจำเป็นดิบๆ ที่ต้องยอมรับความช่วยเหลือจากชายผู้อยู่คนละฝั่งของกฎหมาย
รอยเคาะสามครั้งดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม ราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายทุบทำลายบานเหล็กจากด้านใน
อคิราห์สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของความตายและความกดดันอัดแน่นอยู่ในทรวงอก เขากวาดสายตามองธันวาด้วยแววตาที่ยอมจำนนต่อสถานการณ์อย่างจำใจ
"ตกลง... เราจะร่วมมือกัน" อคิราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "แต่จำไว้ว่า ทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องแต่งตามจินตนาการของคุณ"
มุมปากของธันวาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่ซ่อนความอันตรายไว้เบื้องหลัง "ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริงครับ, คุณหมอ"
ธันวาผละมือออกจากข้อมือของอคิราห์ ทั้งคู่หันกลับมาเผชิญหน้ากับตู้เย็นเก็บศพหมายเลข 04 อคิราห์เอื้อมมือไปปลดล็อกสลักนิรภัย เสียงกลไกโลหะดีดตัวดัง *คลิก* ก้องกังวานในความเงียบ ก่อนที่เขาจะออกแรงดึงบานประตูสเตนเลสให้เปิดออกช้าๆ ไอเย็นสีขาวพวยพุ่งทะลักออกมาปกคลุมทั่วพื้นห้อง
ร่างที่อยู่ภายในตู้เลื่อนออกมาตามรางเลื่อนช้าๆ...
อคิราห์หรี่ตาลงเพื่อปรับโฟกัสท่ามกลางไอเย็นที่หนาทึบ ร่างที่นอนอยู่บนถาดสเตนเลสไม่ใช่ศพไร้ชื่ออย่างที่เขาคาดคิด แต่เป็นร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มเปียกชุ่ม และสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของแพทย์อัจฉริยะสะดุดกึกจนเกือบหยุดเต้น คือรอยแผลเป็นรูปกากบาทที่กลางหน้าอก... รอยแผลเดียวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสิบปีก่อน คดีที่พี่ชายแท้ๆ ของเขาถูกระบุว่าเป็นฆาตกรและจบชีวิตลงด้วยการยิงตัวตายในห้องสอบสวน
และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น นิ้วมือของศพที่ควรจะแข็งทื่อตามสภาพความตาย กลับขยับเกร็งเข้าหากันช้าๆ ต่อหน้าต่อตาเขากับธันวา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 8
การร่วมมือที่บีบคั้น
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!