กลิ่นของผงถ่านและสารเคมีไหม้เกรียมยังคงอวลติดอยู่ปลายจมูก ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าความเหม็นไหม้ คือความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวภายในห้องเก็บของกลางชั่วคราวของสถานีตำรวจนครบาล
แฟ้มคดีหมายเลข 048—เอกสารชิ้นสุดท้ายที่บันทึกร่องรอยการผ่าพิสูจน์กระดูกซี่โครงท่อนที่สี่ของเหยื่อสาว ถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นเพียงกลุ่มเถ้าธุลีสีเทาที่กองอยู่ก้นถังโลหะ
"คุณมาช้าไปสามนาที, หมออคิราห์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากมุมมืดของห้อง ร่างสูงโปร่งของธันวาพิงสะโพกกับขอบหน้าต่างที่เปิดรับลมยามค่ำคืน แสงไฟนีออนสลัวสะท้อนแว่นตากรอบบางของนักข่าวหนุ่มผู้นี้ ให้ความรู้สึกราวกับเขากำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความถูกต้องกับความพินาศ
อคิราห์ไม่ได้ชายตามองคู่สนทนา สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะกำลังกวาดมองซากเอกสารที่ยังคงหลงเหลือเศษตัวอักษรไหม้เกรียมบนพื้นผิวโลหะ เขาคุกเข่าลงช้าๆ สวมถุงมือยางสีขาวอย่างไร้สุ้มเสียง นิ้วเรียวยาวบรรจงคีบเศษกระดาษชิ้นที่ยังพอมีตัวอักษรหลงเหลือขึ้นมาพิจารณา
"คนในเครื่องแบบ... ไม่ได้แค่ทำลายหลักฐาน" อคิราห์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความเย็นชาที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดี "แต่พวกเขากำลังบอกเราว่า รอยร้าวบนกระดูกชิ้นนั้น... ชัดเจนเกินกว่าจะปล่อยให้สายตาของผมมองเห็นเป็นครั้งที่สอง"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาต่อระบบโครงสร้างที่เขากัดไม่ปล่อยมาแรมปี เขาเดินเข้ามาใกล้ ถอดบุหรี่ออกจากริมฝีปากแต่ไม่ได้จุดไฟ "คุณคิดว่ามันเป็นฝีมือของใคร สารวัตรวิสุทธิ์ หรือว่าผู้กำกับธงชัย? สองคนนั้นเพิ่งจะนั่งประชุมลับกับอัยการฝ่ายคดีพิเศษเมื่อชั่วโมงก่อน... น่าสนใจใช่ไหมล่ะครับ ว่าทำไมคดีอุบัติเหตุธรรมดา ถึงต้องใช้บริการ 'มือป่วน' ระดับผู้บริหารกรมตำรวจมาจัดการเอง"
อคิราห์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของแพทย์นิติเวชทำให้เขายืนประจันหน้ากับนักข่าวหนุ่มในระยะประชิด กลิ่นกาแฟดำจางๆ จากตัวอคิราห์ปะปนกับกลิ่นฝนยามค่ำคืน "คุณรู้เรื่องนี้ก่อนผม ธันวา"
มันไม่ใช่คำถาม แต่มันคือการพิจารณาคดี
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย "ผมเป็นนักข่าว หน้าที่ของผมคือการวิ่งตามหาความจริง ไม่ใช่การนั่งรอให้ศพเดินมาหาที่โต๊ะทำงานเหมือนคุณ... หมอครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นเลย เราต่างก็รู้ว่าตราบใดที่กระดูกชิ้นนั้นยังอยู่ ความจริงก็จะสั่นคลอนเก้าอี้ของใครหลายคน แต่ตอนนี้... มันกลายเป็นคาร์บอนไปเรียบร้อยแล้ว"
"ความจริงไม่ใช่สิ่งที่จะถูกเผาลาญให้สูญสลายไปได้ด้วยไฟแค่กองเดียวหรอกนะครับ" อคิราห์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดผ่านผิวหนังอย่างไร้ความปรานี "กระดูกไม่ได้มีแค่มิติทางกายภาพ แต่มันจดจำแรงกระแทก แรงบีบอัด และองศาของการทำลายล้าง... ต่อให้คุณเผาจนมันกลายเป็นผงธุลี โครงสร้างระดับผลึกแคลเซียมก็ยังฟ้องว่ามันถูกกระทำด้วยวัตถุประเภทใด"
ดวงตาของธันวาหรี่ลงเล็กน้อย เคมีระหว่างคนทั้งสองในห้องแคบๆ นี้เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย คนหนึ่งใช้ตรรกะทางวิทยาศาสตร์เพื่อกักขังความจริงไว้ในห้องชันสูตร อีกคนใช้ปลายปากกาและข่าวกรองเพื่อกระชากความจริงออกไปประจานกลางแสงแดด ทั้งคู่ยืนอยู่คนละฟากฝั่งของอุดมการณ์ ทว่ากลับติดอยู่ในวงจรอุบาทว์เดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"คุณดื้อรั้นได้อย่างน่าประทับใจจริงๆ หมออคิราห์" ธันวาโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนแทบกลืนไปกับเสียงลมหายใจ "ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้น ทำไมเราไม่ลองเดิมพันกันดูล่ะครับ ว่าระหว่างทฤษฎีทางนิติเวชของคุณ กับอำนาจมืดในกรมตำรวจ สิ่งไหนจะพังทลายลงก่อนกัน"
"ผมไม่เคยเล่นการพนันกับชีวิตคนไข้... แม้กระทั่งตอนที่พวกเขาตายไปแล้วก็ตาม" อคิราห์ตอบกลับโดยไม่กะพริบตา
ก่อนที่บทสนทนาเชือดเฉือนระหว่างทั้งคู่จะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่ปลายทางเดินนอกห้องเก็บของ เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นปูนซีเมนต์ดังชัดเจนเป็นจังหวะใกล้เข้ามาทุกที—ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ธันวาหุบยิ้มทันที สีหน้าของนักข่าวผู้เจนจัดเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด เขารemove ตัวเองถอยหลังกลับไปชิดผนังพร้อมกับกวาดตามองรอบตัว "พวกมันมาเร็วกว่าที่ผมคิด... ดูท่าทางเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญ"
อคิราห์ไม่ตอบ เขาก้มลงหยิบเศษกระดาษที่ไหม้เกรียมชิ้นสุดท้ายขึ้นมาใส่ในซองพลาสติกใสอย่างใจเย็น ท่าทีที่สุขุมผิดมนุษย์ท่ามกลางสถานการณ์คับขันทำให้ธันวานึกทึ่งในใจ
ทว่า ในวินาทีที่มือของสารวัตรวิสุทธิ์กำลังผลักบานประตูเหล็กให้เปิดอ้าออก พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาวับวับ อคิราห์กลับไม่ได้หันไปมองผู้มาเยือน สายตาของแพทย์นิติเวชหนุ่มกลับจ้องเขม็งไปที่รอยคราบสีดำบนพื้นถังโลหะ—รอยคราบที่ไม่ได้เกิดจากการเผาเอกสาร... แต่เป็นคราบของเหลวบางอย่างที่ถูกราดทับลงไปก่อนที่ไฟจะถูกจุดขึ้น
ธันวาขยับเข้าไปใกล้ เพื่อจะเอ่ยปากถามบางอย่าง แต่อคิราห์กลับยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกจนสันหลังวาบ
"นั่นไม่ใช่คราบน้ำมันก๊าด..." อคิราห์พึมพำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตระหนักรู้บางอย่างที่น่ากลัวเกินกว่าจะจินตนาการ "พวกมันไม่ได้ตั้งใจจะเผาทำลายหลักฐาน... แต่พวกมันกำลังใช้น้ำยาฟอกศพเพื่อทำลาย 'ดีเอ็นเอ' ที่ติดอยู่บนแฟ้มต่างหาก"
กุญแจมือเหล็กกระทบกันเสียงดังเคร้งเมื่อสารวัตรวิสุทธิ์ก้าวเข้ามาพร้อมลูกน้องในเครื่องแบบเต็มอัตราศึก ทว่าก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทันได้เอ่ยปากขัดขวาง อคิราห์ก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเปิดหน้าจอที่กำลังแสดงภาพถ่ายความละเอียดสูงของเศษกระดาษชิ้นที่เขาเพิ่งเก็บขึ้นมา—ภาพที่เขาแอบถ่ายผ่านเลนส์ไมโครสโคปพกพาก่อนหน้านี้เพียงเสี้ยววินาที
และในบรรทัดสุดท้ายของเอกสารที่รอดพ้นจากเปลวไฟ ปรากฏชื่อของบุคคลที่ลงนามอนุมัติคำสั่งผ่าพิสูจน์ศพรอบสอง... ซึ่งเป็นชื่อเดียวกันกับนายตำรวจระดับสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาในเวลานี้
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยความระทึกใจครับ
นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 5
พยานที่หายสาบสูญ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!