นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 4

รอยร้าวในสำนวน

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นฟอร์มาลีนจาง ๆ ไม่เคยปกปิดความเน่าเฟะของความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมของกระบวนการยุติธรรมได้สนิท ดร.อคิราห์เขี่ยปลายมีดผ่าตัดสแตนเลสสตีลลงบนผิวหนังส่วนที่ตายด้านของร่างไร้ลมหายใจบนเตียงสแตนเลส เสียงเหล็กกระทบถาดเครื่องมือดัง *กริ๊ง* เบา ๆ ท่ามกลางห้องชันสูตรที่อุณหภูมิต่ำจนลมหายใจกลายเป็นไอขาวจาง เขายังคงจดจ่ออยู่กับการวิเคราะห์รอยฟกช้ำรูปทรงประหลาดบริเวณซี่โครงซ้ายของศพ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่ก้าวล่วงเข้ามาถึงเขตหวงห้ามของสถาบันนิติเวช "คุณเดินเข้ามาทางประตูด้านหลังที่มีป้ายเตือนสีแดงตัวโตเท่าควายตู้ว่า 'ห้ามผู้ ภายนอกเข้า' หรือว่าสมองส่วนการมองเห็นของคุณมีปัญหาตั้งแต่กำเนิดครับ คุณธันวา" เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยเอ่ยขึ้นโดยไร้ซึ่งความตื่นตระหนก อคิราห์วางมีดผ่าตัดลงบนถาดอย่างประณีต ถอดถุงมือยางออกทีละนิ้วด้วยความช้าและมั่นคง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก ธันวาไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนต่อคำพูดเหน็บแนมนั้นแม้แต่น้อย นักข่าวหนุ่มในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้มยับยู่ยี่กวาดสายตามองไปรอบห้องชันสูตรอย่างพิจารณา ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างไร้ชีวิตบนเตียง สายตาของเขามีประกายความกระหายใคร่รู้บางอย่างที่อคิราห์มักจะรังเกียจเสมอ มันคือแววตาของคนที่พร้อมจะเหยียบย่ำซากศพเพื่อแลกกับหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ "ผมไม่ได้ใช้ประตูหลังหรอกครับหมอ ผมแค่ใช้ 'ช่องโหว่' ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คุณติดสินบนด้วยกาแฟกระป๋องราคาถูกเมื่อเช้าต่างหาก" ธันวาตอบด้วยรอยยิ้มมุมปาก ย่างสามขุมเข้ามาใกล้เตียงชันสูตรมากขึ้น "อีกอย่าง... ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคุณวิเคราะห์รอยช้ำบนซี่โครงที่ใคร ๆ เขาก็สรุปกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วว่ามันคืออุบัติเหตุ" อคิราห์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความเย็นชาแผ่ออกมาจากตัวแพทย์หนุ่มจนบรรยากาศรอบตัวลดต่ำลงไปอีก "อุบัติเหตุ? นั่นคือสิ่งที่สำนวนตำรวจโง่ ๆ พยายามบอกประชาชนเพื่อปิดคดีให้เร็วที่สุดสินะครับ แต่ถ้าคุณใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิด ไม่ใช่แค่ใช้ปากคาบข่าวไปขาย ธันวา... รอยฟกช้ำพวกนี้ไม่มีทางเกิดจากการล้มกระแทกพื้นแน่นอน แรงกดระดับนี้ทำมุมสี่สิบห้าองศาและทิ้งคราบไขมันเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่ถูกบดขยี้ มันคือร่องรอยของการกดทับด้วยวัตถุทรงกระบอกตัน... หรือพูดง่าย ๆ คือมันถูกฆาตกรรม" "Bingo" ธันวาปรบมือเบา ๆ สองครั้ง เสียงก้องสะท้อนในห้องสแตนเลสเย็นยะเยือกฟังดูน่าขนลุก "และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงยืนอยู่ตรงนี้ เรากำลังคิดตรงกันหมอ... ต่างกันแค่คุณเก็บความจริงนี้ไว้ในรายงานชันสูตรที่อาจจะถูกเตะตกโต๊ะอัยการในอีกสามวันข้างหน้า ส่วนผม... ต้องการเอาความจริงนี้ไปตีแผ่ให้คนที่สั่งฆ่ามันนอนไม่หลับ" อคิราห์ก้าวเข้าไปประชิดตัวนักข่าวหนุ่ม ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แววตาของนิติเวชอัจฉริยะเต็มไปด้วยความดูแคลน ขณะที่ดวงตาของนักข่าวนอกแถวระอุด้วยไฟแห่งอุดมการณ์อันบ้าคลั่ง "คุณคิดว่าการตะโกนความจริงใส่หน้าสังคมมันช่วยให้อะไรดีขึ้นงั้นหรือครับ?" อคิราห์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ "คุณเป็นแค่ตัวตลกที่วิ่งไล่เงาตัวเอง ธันวา คุณคิดว่าการกระชากหน้ากากคนชั่วมันเท่เหมือนในหนังรึไง? คุณรู้ไหมว่าทุกครั้งที่คุณตีพิมพ์ข่าวโดยไม่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มารองรับอย่างแน่นหนา คุณกำลังทำลายกระบวนการยุติธรรมด้วยมือของคุณเอง มือที่เปื้อนหมึกพิมพ์พ่นพิษของคุณน่ะ มันสกปรกไม่แพ้มือของฆาตกรหรอก" ธันวาไม่ถอยหลังแม้แต่เซนติเมตรเดียว รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังที่เฉียบคมราวกับใบมีด "แล้วมือที่สะอาดสะอ้านของคุณล่ะหมอ? มือที่ถือมีดผ่าตัดเลาะเนื้อหนังของคนตายเพื่อค้นหาความจริง แต่กลับยอมให้สำนวนคดีถูกพับเก็บใส่ลิ้นช็อตมืด ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างไร้เสียงร้อง ความสะอาดของคุณมันมีความหมายอะไร ถ้าความสะอาดนั้นมันทำให้คนชั่วลอยนวลและคนตายต้องตายฟรีอย่างไร้ความเป็นธรรม?" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ากระแทกใจดำของอคิราห์อย่างจัง กล้ามเนื้อกรามของแพทย์หนุ่มขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เขาไม่เคยลืมเลือน—วันที่เขาต้องเซ็นชื่อรับรองการตายของคนในครอบครัวว่าเป็น 'อุบัติเหตุ' ทั้งที่รู้เต็มอกว่ามันคือฆาตกรรม—ผุดวาบขึ้นมาในหัวราวกับถูกกระชากลิ้นชักความทรงจำ อคิราห์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุขึ้นในอก เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธันวาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนน่ากลัว "คุณไม่รู้อะไรเลย... ธันวา" "ผมรู้แค่ว่าเราสองคนกำลังมองเหรียญคนละด้านครับ" ธันวาเอื้อมมือไปแตะแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานของอคิราห์เบา ๆ "คุณอยากให้ความจริงถูกบันทึกไว้ในกระดาษที่ไม่มีใครอ่าน ส่วนผม... อยากให้มันแผดเผาไอ้พวกสารเลวที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ให้สิ้นซาก และบังเอิญว่า... แฟ้มคดีล่าสุดที่คุณกำลังถืออยู่ มันมีชื่อของ 'คนใหญ่คนโต' ที่เชื่อมโยงกับคดีเก่าที่ผมตามหามาสามปีเต็มซ่อนอยู่ด้วย" อคิราห์ขมวดคิ้วมุ่น "คุณหมายความว่ายังไง?" ก่อนที่ธันวาจะทันได้ตอบคำถาม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงทุบประตูกระจกฝ้าของห้องชันสูตรอย่างรุนแรงจนสะเทือน *ปัง! ปัง! ปัง!* ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกัน ร่างของเจ้าหน้าที่เวรเปลคนเดิมยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่หลังกระจก สีหน้าของเขาซีดเผือดราวกับเห็นผี ปากอ้าพะงาบราวกับพยายามจะตะโกนบางอย่างที่หลุดลอดออกมาไม่ได้ยินผ่านแผ่นกระจกกันเสียง อคิราห์ขยับตัวจะเดินไปเปิดประตู แต่ธันวากลับคว้าข้อมือของแพทย์หนุ่มเอาไว้แน่น แรงบีบนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ผิดวิสัยนักข่าวปากกล้า "อย่าเพิ่งเปิด..." ธันวาเสียงกระซิบแหบพร่า สายตาจดจ้องไปที่เงาร่างของใครอีกคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาสมทบด้านหลังเจ้าหน้าที่เวรคนนั้น—เงาร่างในชุดสูทสีดำสนิทที่ถือซองเอกสารตราครุฑสีแดงฉาน ซองเอกสารคำสั่งย้ายด่วน... และคำสั่งอายัดศพ อคิราห์ก้มมองข้อมือตัวเองที่ถูกธันวากุมไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับนักข่าวหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าเคร่งเครียดไร้รอยยิ้มโดยสิ้นเชิง "ดูเหมือนว่ารอยร้าวในสำนวนที่คุณกำลังแก้... จะมีคนอยากทุบมันให้พังทลายลงมาทั้งตึกแล้วล่ะครับหมอ" ธันวาเอ่ยเสียงเบาหวิว พร้อมกับเสียงเคาะประตูดร็อปสุดท้ายที่ดังขึ้นราวกับเสียงเคาะโลงศพของความจริง ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยความระทึกใจครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%