กลิ่นอับชื้นของลานจอดรถชั้นใต้ดินใต้ตึกสถาบันนิติเวช มักชวนให้นึกถึงกลิ่นของห้องเก็บศพขนาดย่อม ยิ่งในยามวิกาลที่แสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งดูราวกับอุโมงค์ที่ทอดตัวลงสู่หุบเหวแห่งความตาย
แรงกระชากที่คอเสื้อเมื่อครู่ยังคงทิ้งสัมผัสอุ่นร้อนไว้บนผิวเนื้อของ ดร.อคิราห์ แพทย์นิติเวชหนุ่มไม่ได้ขัดขืน เขาเพียงแต่ปรายตามองมือของธันวาที่กำสาบเสื้อสูทของเขาแน่น ก่อนจะเหลือบไปมองความมืดทึบของเสาคอนกรีตต้นที่สามทางซ้ายมือ ซึ่งเป็นจุดอับสายตาจากกล้องวงจรปิด
"คุณกำลังทำให้เสื้อราคาแพงของผมยับนะครับ, คุณธันวา" อคิราห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับไม่ได้ตระหนักเลยว่าสถานการณ์รอบตัวกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ดวงตาหลังกรอบแว่นโลหะกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างรวดเร็ว—ความเงียบที่ผิดปกติ เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ที่ดับสนิทไปนานแล้ว และเงาดำทะมึนที่ทาบทับลงมาจากทางบันหนีไฟ
ธันวาปล่อยมือออกจากคอเสื้อของอีกฝ่ายช้าๆ สายตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ซุ่มซ่อนในพงหญ้าจดจ้องไปยังความมืดเบื้องหน้า มือข้างหนึ่งของนักข่าวหนุ่มเลื่อนลงไปแตะที่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตโดยสัญชาตญาณ ที่ซึ่งมีเครื่องมืออเนกประสงค์และโทรศัพท์มือถือที่ตั้งค่าเบอร์ฉุกเฉินไว้พร้อม
"ความจริงมักมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่ายเสมอครับ ดร.อคิราห์... และดูเหมือนวันนี้ พวกเขาคิดว่าเราจ่ายไม่ไหว"
สิ้นคำพูดของธันวา เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากมุมมืดของเสาต้นที่สามก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่พยายามก้าวให้เบาที่สุด แต่พลาดท่าให้กับความเงียบสงัดของลานจอดรถ
*ฟึบ!*
เงาร่างสีดำทมิฬพุ่งทะยานออกมาจากความมืดราวกับเสือชีตาร์ที่ตะครุบเหยื่อ เป้าหมายไม่ใช่ใครอื่น—อคิราห์
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย สัญชาตญาณของแพทย์นิติเวชที่คุ้นเคยกับการผ่าตัดศพอาจไม่ช่วยอะไร แต่ความนิ่งสงบภายใต้ความกดดันกลับทำงานได้อย่างแม่นยำ อคิราห์ก้าวเท้าถอยหลังครึ่งก้าว บิดตัวหลบคมมีดพกที่หวาดเฉียดใบหน้าไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงลมจากการตวัดอาวุธทำให้เส้นผมของเขาไหววูบ
แต่ผู้บุกรุกไม่ได้มาคนเดียว
จากด้านหลัง เสียงฝีเท้าอีกคู่ดังขึ้นพร้อมกับท่อนเหล็กยาวที่ถูกเง้าง่าขึ้นสูงหมายฟาดลงที่ท้ายทอยของธันวา
"ระวัง!" อคิราห์ตะโกนเสียงเข้ม เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์นั้นเจือด้วยความตึงเครียด
ธันวาหมุนตัวกลับตามสัญชาตญาณ ศอกขวาของเขาพุ่งกระแทกเข้าที่ซี่โครงของมือท่อนเหล็กอย่างจัง เสียงลมหายใจเฮือกใหญ่หลุดจากปากคนร้าย พร้อมกับท่อนเหล็กที่ร่วงหล่นกระแทกพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วลานจอดรถ
การต่อสู้ระยะประชิดในความมืดดำเนินไปอย่างรวดเร็วและไร้เสียงพูดคุย คนร้ายทั้งสองสวมชุดสีดำสนิทและสวมหน้ากากอนามัยปกปิดใบหน้า ความคล่องแคล่วและการเคลื่อนไหวที่เป็นระบบระเบียบ บ่งบอกชัดเจนว่าพวกมันไม่ใช่โจรลักทรัพย์กระจอกๆ แต่เป็นมืออาชีพที่ถูกฝึกมาเพื่อ "เก็บกวาด" โดยเฉพาะ
อคิราห์พยายามตั้งหลักหลังหลบการพุ่งชน คนร้ายคนแรกที่ถือมีดปรี่เข้ามาอีกครั้ง ประกายแวววับสะท้อนกับแสงไฟนีออนสีส้ม อคิราห์ใช้กระเป๋าเอกสารหนังแท้หนาหนักปัดป้องคมมีด แรงกระแทกทำให้ข้อมือของเขาชาหนึบ แต่เขาก็อาศัยจังหวะที่คนร้ายเสียหลัก ใช้สันมือกระแทกเข้าที่หลอดลมอย่างแม่นยำตามหลักกายวิภาคที่เขารู้จักดีที่สุด คนร้ายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น สำลักอากาศอย่างรุนแรง
ในขณะเดียวกัน ธันวากำลังแลกหมัดอยู่กับคนร้ายคนที่สอง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นท่ามกลางความมืด ธันวาแม้จะมีทักษะการต่อสู้ที่ดีจากการเป็นนักข่าวสนามที่ผ่านคดีอาชญากรรมมาโชกโชน แต่คู่ต่อสู้กลับมีพละกำลังเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ท้องน้อยของธันวาจนเขาต้องเซถอยหลังไปชนกับประตูรถกระบะของตนเอง
คนร้ายเงื้อมือเตรียมปิดฉากด้วยสนับมือโลหะ
"คุณธันวา!" อคิราห์ตะโกนลั่น ขายาวก้าวเข้าไปหาคนร้ายที่กำลังได้เปรียบโดยไม่ลังเล แม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ใช่นักสู้ แต่วินิจฉัยและการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีคือความเชี่ยวชาญของเขา
อคิราห์คว้าดับเพลิงสีแดงที่ติดตั้งอยู่ข้างเสา ลากมันออกมาแล้วทุ่มสุดแรงเกิดใส่ขาของคนร้ายที่กำลังเงื้อมัด เสียงกระดูกกระทบกับโลหะดังลั่นพร้อมเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด คนร้ายล้มลงไปกองกับพื้นทันที
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ลานจอดรถอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงของธันวาและอคิราห์ที่ดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์รถที่ยังคงระบายความร้อน
ธันวายันตัวขึ้นพิงกับตัวรถ ยกมือขึ้นเช็ดเลือดมุมปากเล็กน้อย เขายิ้มหยันออกมาท่ามกลางความมืด ดวงตาคมกราบมองร่างของคนร้ายทั้งสองที่นอนดิ้นเร่าอยู่บนพื้น ก่อนจะหันมามองอคิราห์ที่กำลังจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างใจเย็น
"มือปราบศพอย่างคุณนี่... มือหนักไม่เบานะครับ ดร.อคิราห์" ธันวาเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ
"ผมแค่วินิจฉัยจุดอ่อนของร่างกายมนุษย์ได้ดีกว่าพวกมันก็เท่านั้นครับ" อคิราห์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มก้มลงมองมือตัวเองที่มีรอยเปื้อนคราบเขม่าและฝุ่นคอนกรีต ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ร่างหนึ่งที่นอนสลบอยู่ เขาก้มลงดึงหน้ากากอนามัยของคนร้ายออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นยาวพาดผ่านแก้มซ้าย
ธันวาก้าวเข้ามาสมทบ สายตาหรี่ลงเมื่อเห็นรอยแผลเป็นนั้น "รอยแผลแบบนั้น... ผมเคยเห็นในแฟ้มคดีลับของกรมตำรวจ หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ถูกยุบไปเมื่อสามปีก่อน"
อคิราห์ไม่ได้ตอบทันที นิ้วเรียวยาวของแพทย์นิติเวชเอื้อมไปหยิบบางอย่างที่ซ่อนอยู่กระเป๋าเสื้อด้านในของคนร้าย มันคือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่ไร้รอยต่อ และเมื่อเขาพลิกดูด้านหลัง สัญลักษณ์รูป "กางเขนกลับหัว" สลักด้วยเลเซอร์อย่างประณีตก็ปรากฏแก่สายตา
หัวใจของอคิราห์กระตุกวูบ สัญลักษณ์นี้... มันคือสัญลักษณ์เดียวกับรอยสักบนศพไร้ญาติที่เขาเพิ่งผ่าพิสูจน์ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ศพที่ทางการสรุปสำนวนว่าเป็น "อุบัติเหตุจากการจมน้ำ"
ธันวาชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของนักข่าวหนุ่มหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่ากลัวกว่าเดิม
"ดูเหมือนว่า..." ธันวาพึมพำเบาๆ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ความตายที่คุณพยายามซ่อนไว้ในห้องผ่าตัด... กำลังวิ่งไล่ล่าเราผ่านคนเป็นแล้วล่ะครับ"
ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำใดเพิ่มเติม ไฟนีออนกระพริบเหนือหัวพวกเขาก็ดับวูบลงทั้งหมด เหลือเพียงความมืดมิดสนิท
ทว่า... ในความมืดนั้นเอง เสียงฝีเท้าจำนวนมาก—นับสิบ—กำลังเดินเรียงแถวเข้ามาจากทางทางออกลานจอดรถ เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้ที่ติ พร้อมกับเสียงลำกล้องปืนที่ถูกขึ้นลำพร้อมยิงดังขึ้นก้องกังวาน
ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านคมมีดแห่งความจริงไปกับผมนะครับ
--- พยานปากเอก ---
นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 10
อันตรายที่คืบคลาน
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!