กลิ่นฟอร์มาลินเจือจางในห้องดับจิตใต้ดินของสถาบันนิติเวชไม่ใช่กลิ่นที่คนปกติจะเลือกสูดดมโดยสมัครใจ แต่มันคือออกซิเจนชั้นดีสำหรับคนบางจำพวก ธันวาค่อยๆ ก้าวผ่านประตูเหล็กกล้าไร้สนิมที่ปิดสนิทลงอย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นยางกันลื่นก้องกังวานในความเงียบสงบอันน่าสะพรึงกลัว อุณหภูมิระดับสี่องศาเซลเซียสรอบตัวไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้มสะทกสะท้านแม้แต่น้อย สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองไปรอบห้องที่มีตู้แช่ศพเรียงรายเป็นระเบียบราวกับลิ้นชักเก็บความลับของมรณะ
เขากำลังมองหา "ของบางอย่าง" ที่ระบบราชการพยายามปัดตกและซุกซ่อนไว้ใต้พรม
ดวงตาของธันวาหยุดนิ่งที่ร่างบนเตียงสแตนเลสตรงกลางห้อง ร่างนั้นไร้ลมหายใจ ถูกคลุมด้วยผ้าดิบสีขาวสะอาดตา แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องเดินเข้าไปใกล้ไม่ใช่ความตายของมนุษย์ธรรมดา หากแต่เป็น "รอยแยก" ของความจริงที่ถูกเย็บปิดไว้อย่างลวกๆ จากสำนวนคดีที่ ดร.อคิราห์เพิ่งจะเซ็นชื่ออนุมัติให้เป็นอุบัติเหตุเมื่อสามชั่วโมงก่อน
"คุณคิดจริงๆ หรือว่าการเดินเข้ามาในเขตหวงห้ามยามวิกาล จะเปลี่ยนกระดาษใบบางๆ ให้กลายเป็นอำนาจต่อรองได้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้องล้างศพ อคิราห์ยืนพิงเสาเหล็ก กอดอกมองผู้บุกรุกด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนบนเลนส์แว่นตาของแพทย์นิติเวชอัจฉริยะผู้นี้ จนมองไม่เห็นประกายในดวงตาคู่นั้น มีเพียงความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงไปอีก
ธันวาไม่สะดุ้งสะเทือน เขายังคงสาวเท้าเข้าไปใกล้เตียงผ่าศพอย่างใจเย็น ก่อนจะชำเลืองมองแพทย์หนุ่มด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความท้าทายเช่นเคย
"หมอ... ความจริงก็เหมือนศพในห้องนี้นั่นแหละครับ ต่อให้คุณพยายามเย็บแผลและฉีดยาฟอร์มาลินอัดเข้าไปมากแค่ไหน กลิ่นเน่าเฟะมันก็ยังโชยออกมาเตะจมูกคนนอกอยู่ดี โดยเฉพาะคนที่จมูกไวอย่างผม" ธันวาเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่เชือดเฉือนในทุกพยางค์
อคิราห์ถอนหายใจเบาๆ เป็นจังหวะที่สะท้อนความเหนื่อยหน่ายอย่างเปิดเผย เขาผละออกจากเสา ก้าวเท้าเข้าประชิดเตียงสแตนเลสฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตัดกับบรรยากาศหม่นหมองรอบตัวได้อย่างน่าประหลาด
"คุณกำลังเล่นกับไฟ ธันวา และความอยากรู้อยากเห็นของคุณกำลังจะเผาทำลายทุกอย่างที่ผมพยายามสร้างขึ้นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของที่นี่" อคิราห์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักข่าวหนุ่มราวกับจะค้นหาความเปราะบางภายในจิตใจ
"ความสงบเรียบร้อยเหรอครับ? หรือว่าความเงียบที่ถูกซื้อไว้ด้วยตั๋วแลกเงินและอำนาจมืดกันแน่" ธันวาโต้กลับทันควัน รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความจริงจังที่กรีดลึก "ผมอ่านรายงานการชันสูตรของคุณแล้ว หมออคิราห์... รอยฟกช้ำที่ลำคอของเหยื่อรายนี้ ไม่ได้เกิดจากการกระแทกกับพวงมาลัยรถตามที่คุณสรุปในสำนวน แต่มันคือรอยนิ้วมือของคนมือหนักที่จงใจกดรีดอากาศออกจากปอดทีละน้อยจนขาดใจตายต่างหาก"
บรรยากาศในห้องดับจิตพลันเงียบงัดลงทันที ราวกับออกซิเจนทั้งหมดถูกดูดออกไปจากห้อง เสียงฮัมเบาๆ ของคอมเพรสเซอร์ตู้แช่ศพกลายเป็นเสียงเดียวที่หลงเหลืออยู่
อคิราห์ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก เขากวาดสายตากลับมามองธันวาที่ยืนยิ้มมุมปากด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก รังสีความกดดันบางอย่างแผ่พุ่งออกมาจากตัวแพทย์นิติเวช เป็นความกดดันอันตรายที่เกิดจากความลับถูกล่วงล้ำ
"คุณตาดีเกินไปแล้วนะ... นักข่าว" อคิราห์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน ก้าวเข้ามาประชิดตัวธันวาจนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นฟอร์มาลินผสมกับโคโลญจ์ราคาแพงจางๆ ลอยเข้าจมูก "การที่คุณรู้เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้คุณปลอดภัยขึ้น แต่มันกำลังทำให้คุณมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อแขกรับเชิญคนต่อไปของผม"
ธันวาไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับอคิราห์ ดวงตาทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีอันตรายระหว่างความถูกต้องตามกฎหมายกับความถูกต้องตามสามสำนึกกำลังปะทะกันอย่างเงียบเชียบในดินแดนแห่งความตาย
"ถ้าผมต้องตายในห้องนี้จริงๆ อย่างน้อยผมก็ได้ตายในฐานะคนที่วิ่งเข้าหาความจริง ไม่ใช่คนที่ยืนกอดอกมองความอยุติธรรมแล้วบอกว่ามันคือหน้าที่" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบที่ทรงพลังและสั่นสะเทือนมโนธรรม
อคิราห์ขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันคมย่นเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้ความเย็นชาตลอดหลายปีเริ่มสั่นคลอนด้วยคำพูดของชายตรงหน้า มือเรียวยาวของแพทย์นิติเวชยกขึ้น เอื้อมไปแตะที่มุมผ้าดิบสีขาวที่คลور่างไร้ญาติคนนั้น ก่อนจะกระชากมันเปิดออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นรอยเขียวช้ำรอบลำคอของศพตามที่ธันวากล่าวหาจริงๆ
"คุณอยากได้หลักฐานนักใช่ไหม..." อคิราห์พูดเสียงต่ำ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความท้าทายแบบเดียวกัน "ถ้าอยากจะเล่นเกมนี้นัก ก็เชิญดูให้เต็มตา..."
ทว่า ก่อนที่อคิราห์จะทันได้หยิบเครื่องมือแพทย์มาชี้จุดพิรุธเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันจากทางทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่เวรเปล หรือยามรักษาความปลอดภัยทั่วไป แต่เป็นจังหวะการเดินที่พร้อมเพรียงและเร่งรีบราวกับหน่วยจู่โจมพิเศษ
ประตูห้องดับจิตถูกผลักเปิดผางอย่างแรงพร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาจนแสบตา
ร่างของชายชุดสูทสีดำสนิทสามคนก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธปืนเก็บเสียงในมือ และหนึ่งในนั้นคือคนที่ควรจะอยู่บนโต๊ะทำงานของผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในเวลานี้
"ดูท่าทาง... เราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเพิ่มสินะครับ, หมอ" ธันวาพึมพำเบาๆ พร้อมกับมือที่เอื้อมไปคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะผ่าศพอย่างแนบเนียน
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบรรทัดนี้ด้วยความระทึกใจครับ
นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว•ตอนที่ 2
นักข่าวจอมล้ำเส้น
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชไร้ศพกับนักข่าวนอกแถว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!