ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงสัญญาณดิจิทัลความถี่สูงดังระรัวก้องไปทั่วห้องโถงกว้างของอาคารร้าง มันไม่ใช่เสียงของนาฬิกานับถอยหลังในภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่มักจะให้เวลาพระเอกใจเย็นถอดสายไฟสีฟ้าหรือสีแดง แต่เป็นจังหวะกระชั้นชิดของตัวประมวลผลที่กำลังส่งคำสั่งสุดท้ายไปยังแผงวงจรระเบิดแรงสูงซึ่งถูกฝังไว้ตามโครงสร้างหลักของตึกแปดชั้นแห่งนี้
สารวัตรอาทิตย์ยืนตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาเบิกโพ้าง
ในมือของชายวัยกลางคนสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่า สิ่งที่เขาพยายามพุ่งเข้าแย่งชิงเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ปืนพกสั้นตามที่สัญชาตญาณตำรวจสั่งให้ระวัง แต่มันคือกล่องควบคุมชนวนระเบิดพกพาที่เชื่อมต่อกับระบบ AI นอกเครือข่าย
"สารวัตร... ถอยออกมาเดี๋ยวนี้ครับ!"
เสียงของรินดังลั่นแทรกเสียงสัญญาณเตือน เด็กหนุ่มไม่ได้วิ่งหนีเอาตัวรอด ทว่าสมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง ดวงตาคู่คมกวาดมองผ่านแว่นตากรองแสงไปยังรอยต่อของโครงสร้างตึก คานรับน้ำหนัก และจุดอับสัญญาณที่เชื่อมกับรีโมตในมือของอาทิตย์
อาทิตย์หอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก "ริน... ฉัน... ฉันกดพลาดไปปุ่มหนึ่ง มันขึ้นไฟสีแดง... ระบบกำลังจะทำงาน!"
"ตั้งสติไว้ครับ!" รินก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวสารวัตรจอมเก๋าอย่างรวดเร็ว มือเรียวยื่นไปคว้าข้อมือของอาทิตย์ที่กำลังสั่นเทาเอาไว้แน่น "อย่าเพิ่งขยับ ปลายนิ้วของคุณกำลังค้างอยู่บนเซ็นเซอร์สัมผัสความร้อน ถ้าคุณปล่อยมือตอนนี้ แรงดันสปริงจะดีดสวิตช์ฉุกเฉิน และพวกเราจะกลายเป็นปุ๋ยฝุ่นภายในสามวินาที"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่พังเสียหายส่งเสียงหึ่งๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำ อาทิตย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเก๋าเกมที่สะสมมาหลายสิบปีในกรมตำรวจดูเหมือนจะไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับความวิปลาสของฆาตกรที่วางแผนทุกอย่างไว้ล่วงหน้าอย่างรัดกุม
"แล้วเราต้องทำยังไง... แกบอกฉันมา เด็กน้อย" เสียงของอาทิตย์แหบพร่า ความรู้สึกผิดฉายชัดในแว่นตาฝ้าฟาง เขานำพาเด็กหนุ่มคนนี้เข้ามาพัวพันกับคดีอันตราย และตอนนี้พวกเขากำลังจะตายร่วมกัน
"มองตาผมครับสารวัตร" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงอย่างประหลาด มันเป็นน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยการวิเคราะห์และเหตุผล ซึ่งช่วยดึงสติของสารวัตรผู้ผ่านศึกมาโชกโชนให้กลับคืนมาได้ "ระบบนี้ถูกออกแบบโดยใช้อัลกอริทึมการเข้ารหัสแบบวนซ้ำ มันไม่ได้ใช้สายไฟตัดแบบโบราณ แต่มันใช้การป้อนคำสั่งลบล้างผ่านพอร์ตเชื่อมต่อฉุกเฉินที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานรีโมต"
รินใช้มืออีกข้างหยิบอุปกรณ์เชื่อมต่อขนาดเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต มันคือเครื่องมือแฮกเกอร์ภาคสนามที่เขาดัดแปลงขึ้นมาเองเพื่อใช้สนับสนุนการสืบสวน ปลายนิ้วเรียวบรรจงเสียบสายเคเบิลเส้นเล็กจิ๋วเข้ากับช่องพอร์ตด้านข้างของรีโมตอย่างระมัดระวัง
ติ๊ด! เสียงสัญญาณเปลี่ยนโทนเสียงจากถี่รัวกลายเป็นเสียงยาวต่อเนื่อง
"เวรแล้ว..." อาทิตย์สบถเบาๆ "สัญญาณมันเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มแล้ว ริน!"
หน้าจอโฮโลแกรมขนาดเล็กจากอุปกรณ์ของรินปรากฏตัวเลขวิ่งรัวเป็นภาษาโค้ด
[ระบบรักษาความปลอดภัยระดับที่ 4 กำลังถูกลบล้าง...]
[ตรวจพบการป้องกันทางกายภาพ: เซ็นเซอร์แรงกดน้ำหนัก]
"สารวัตรครับ" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจน ท่ามกลางเสียงลมพัดโวนผ่านหน้าต่างที่แตกละเอียด "ในอีกสิบวินาทีข้างหน้า ตัวเก็บประจุไฟฟ้าจะปล่อยกระแสไฟครั้งสุดท้ายเพื่อจุดชนวนสารเคมีที่เสาหลักต้นที่สาม... ทางเดียวที่จะหยุดมันได้ คือการลดแรงกดบนรีโมตนี้ลงพร้อมๆ กับการถอดสลักวงจรหลักออกในเสี้ยววินาทีเดียวกัน"
"หมายความว่า..."
"ใช่ครับ... ต้องมีคนหนึ่งคอยกดค้างไว้เพื่อหลอกเซ็นเซอร์ ส่วนอีกคนต้องใช้มือเปล่าดึงแผงวงจรความร้อนออกโดยไม่ให้อุปกรณ์ตัดกระแสไฟ" รินมองหน้าอาทิตย์ แววตาของเด็กหนุ่มไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะหาคำตอบของความจริงที่ค้างคาใจ
อาทิตย์เบิกตากว้าง "ไม่ได้นะ! แกเป็นเด็ก... หน้าที่ปกป้องประชาชนมันเป็นของฉัน! ถอยไปริน!"
สารวัตรจอมเก๋าพยายามจะใช้มือข้างที่ว่างผลักรินออกไป แต่วิชาการต่อสู้และการคำนวณมุมองศาของรินรวดเร็วกว่า เด็กหนุ่มใช้ข้อศอกล็อกข้อมือของอาทิตย์ไว้ในตำแหน่งที่สมบูรณ์แบบที่สุด พร้อมกับใช้มืออีกข้างกดลงบนปุ่มเซ็นเซอร์แทนที่น้ำหนักมือของสารวัตรอย่างแม่นยำ
"ผมคำนวณอัตราความสำเร็จไว้แล้วครับสารวัตร... และผมไม่ชอบเล่นเกมที่มีโอกาสชนะแค่ศูนย์เปอร์เซ็นต์"
รินยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง มันเป็นรอยยิ้มของผู้พิชิตปริศนา ก่อนที่เขาจะออกแรงกดและกระชากแผงวงจรด้านในออกด้วยความเร็วสูงจนเกิดประกายไฟวาบขึ้นท่ามกลางความมืด
เปรี้ยะ! เสียงกระแสไฟฟ้าลัดวงจรดังสนั่นหวั่นไหว
แสงไฟสีแดงที่กะพริบถี่ๆ บนรีโมตดับวูบลงทันที เสียงสัญญาณเตือนความตายเงียบสนิทลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยของทั้งสองคนที่ดังประสานกันอยู่ในความเงียบงันของตึกร้าง
อาทิตย์ทรุดตัวลงพิงกับผนังปูนด้วยความอ่อนแรง เหงื่อท่วมกายราวกับเพิ่งอาบน้ำมา เขามองหน้าเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งทึ่ง โล่งอก และหวาดกลัวในความกล้าบ้าบิ่นเกินวัยของอีกฝ่าย
"แก... แกทำได้ยังไงวะเนี่ย..." อาทิตย์พึมพำออกมาอย่างคนหมดแรง
รินถอนหายใจยาวเหยียด เขาเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ากระเป๋าอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปมองซากรีโมตที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงแท่งพลาสติกไร้ค่าบนพื้น
"ฟิสิกส์พื้นฐานและจิตวิทยาของฆาตกรครับสารวัตร... คนที่ออกแบบเรื่องนี้ไม่ได้อยากให้เราตายทันที แต่เขาต้องการให้เราตระหนักถึงความไร้พลังของตัวเองต่างหาก" รินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามเคย ก่อนจะก้มลงหยิบบัตรสมาร์ทการ์ดสีดำสนิทที่ร่วงออกมาจากช่องลับใต้รีโมตเมื่อครู่ขึ้นมาพิจารณา
บนบัตรนั้นไม่มีลวดลายใดๆ นอกจากสัญลักษณ์รูป "นาฬิกาทรายกลับหัว" และตัวเลขพิกัด GPS ชุดหนึ่งสลักไว้ด้วยเลเซอร์
รินพลิกบัตรดูครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะหรี่ลงเมื่อสังเกตเห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ผิววัสดุ
ในจังหวะที่ความเงียบกำลังปกคลุมพื้นที่ หน้าจอสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อของรินก็สั่นขึ้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นเองโดยไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายนอก...
[ติ๊ง! ตรวจพบรหัสผ่านลับระดับ SSS: "ยินดีต้อนรับสู่ห้องทดลองใต้ดินของโครงการ 'เงาพันหน้า'"]
[เป้าหมายปัจจุบัน: ตำแหน่งพิกัดกำลังถูกอัปโหลดไปยังอุปกรณ์ของผู้ไม่ประสงค์ดีรายใหม่...]
[คำเตือน: บุคคลปริศนาในชุดโค้ทสีดำกำลังก้าวเข้ามาประชิดประตูทางเข้าชั้นล่างในอีก 30 วินาที!]
ฝากกดติดตามและเป็นกำลังใจให้แฟ้มคดีลับ007 ในตอนต่อไปด้วยนะครับ
แฟ้มคดีวิปลาสกับนักสืบพาร์ทไทม์•ตอนที่ 22
นาทีวิกฤต
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีวิปลาสกับนักสืบพาร์ทไทม์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!