แฟ้มคดีวิปลาสกับนักสืบพาร์ทไทม์•ตอนที่ 12

สมการความแค้น

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
เสียงล็อกประตูด้านนอกที่ดังขึ้น "คลิก!" ไม่ได้ทำให้รินสะดุ้งตกใจอย่างที่ควรจะเป็น แววตาของเด็กหนุ่มหลังกรอบแว่นใสยังคงนิ่งสงบ ทว่าสมองส่วนหน้ากลับทำงานด้วยความเร็วสูงราวกับหน่วยประมวลผลควอนตัม ในขณะที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบภารกิจระดับ SSS ยังคงก้องกังวานเป็นระลอกคลื่นสีแดงฉานอยู่ในโสตประสาท [ ตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ: ห้องปิดตายแห่งมรณะ ] [ ภารกิจระดับ SSS: ถอดรหัสจิตวิทยาสมาคมเงา - ค้นหาแรงจูงใจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการฆ่าภายใน 180 วินาที ] [ บทลงโทษหากล้มเหลว: ปลดล็อกระบบป้องกันอัตโนมัติของห้อง (สารพิษไร้สีไร้กลิ่น) ] รินกวาดสายตาสำรวจรอบห้องสืบสวนเก่าครึ่งมืดครึ่งสว่างแห่งนี้อย่างรวดเร็ว กลิ่นอับชื้นของกระดาษคดีค้างปีผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กเตะจมูก ฝุ่นละอองที่ลอยเค្វ้งในลำแสงสลัวจากหน้าต่างบานแคบดูราวกับเศษเสี้ยวความคิดที่กระจัดกระจาย เบื้องหน้าของเขาคือสารวัตรอาทิตย์ ผู้ชายผ่านร้อนผ่านหนาวมามากจนรอยย่นบนใบหน้าบอกเล่าเรื่องราวมานับไม่ถ้วน นายตำรวจรุ่นใหญ่กำลังยืนพิงโต๊ะไม้ตัวเก่า แววตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตื่นกลัว แต่มีความกังวลลึกซึ้งฉายชัดอยู่ภายใน "แกได้ยินเสียงนั้นไหม ริน..." สารวัตรอาทิตย์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่า น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้า "ไม่ใช่เสียงกลไกประตู... แต่เป็นเสียงของคนที่กำลังต้อนพวกเราเข้ามุม" "ครับสารวัตร" รินตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคง นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพื้นโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อเรียกสมาธิ "และคนที่ขังเราไว้ ไม่ได้ต้องการแค่ปิดปาก แต่เขากำลังบังคับให้เราตอบคำถามข้อหนึ่ง... คำถามที่ว่า *'ทำไม'* คดีเมื่อสิบปีก่อนถึงต้องถูกรื้อฟื้นขึ้นมาในตอนนี้" ในฐานะนักสืบพาร์ทไทม์ผู้ยึดมั่นในตรรกะและหลักฐาน รินรู้ดีว่าการจะไขคดีฆาตกรรมที่ถูกปิดตายด้วยอำนาจมืด การมองหาแค่หลักฐานทางกายภาพ (Physical Evidence) นั้นไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญหน้าในห้องนี้คือ "จิตวิทยาอาชญากร" ระดับสูง คนร้ายไม่ได้ทิ้งร่องรอยนิ้วมือหรือดีเอ็นเอไว้ แต่มันจงใจทิ้ง "รูปแบบความคิด" เอาไว้ให้พวกเขาถอดรหัส "คุณอาทิตย์ครับ" รินหันไปสบตารุ่นพี่วัยกลางคน "ในบันทึกคดีเก่าที่ท่านเก็บรักษาไว้ด้วยตัวเอง มีจุดไหนที่รายงานการชันสูตรพลิกศพขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุอย่างสิ้นเชิงไหมครับ แบบที่ต่อให้เป็นร้อยเวรฝึกหัดก็ต้องสังเกตเห็น แต่กลับไม่มีการบันทึกไว้ในสำนวนอย่างเป็นทางการ" สารวัตรอาทิตย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นนิดหน่อยก่อนจะหรี่แคบลงเพื่อดึงความทรงจำในอดีตขึ้นมาประมวลผล ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเข็มนาฬิกาดิจิทัลสีแดงบนหน้าจอระบบที่กำลังนับถอยหลังอย่างโหดเหี้ยม... 145... 144... 143... "มีสิ..." อาทิตย์พึมพำออกมาในที่สุด น้ำเสียงของเขาแห้งผาก "ศพของเหยื่อ... รายแรกในคดีลูกโซ่เมื่อสิบปีก่อน มือขวาของเขาถูกจัดวางให้ถือปากกาหมึกซึมราคาแพง ทั้งที่ผู้ตายเป็นคนถนัดซ้าย และในตอนนั้น ตำรวจท้องถิ่นสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุจากการทำงานหักโหม แต่ฉัน... ฉันรู้ดีว่ามันไม่ใช่" รินพยักหน้ารับช้าๆ สติปัญญาอันเฉียบ ฌาณทัศน์ และข้อมูลที่ถูกป้อนเข้ามาในระบบประสาทเริ่มเชื่อมโยงกันราวกับจิ๊กซอว์ที่ลงล็อก "นั่นไม่ใช่ความผิดพลาดในการทำสำนวนครับสารวัตร แต่มันคือ 'ลายเซ็น' (Signature) ของฆาตกร" เด็กหนุ่มก้าวเดินไปหยุดตรงหน้ากระดานไวท์บอร์ดเก่าๆ ที่มีคราบฝุ่นหนา เขายื่นมือไปหยิบปากกาไวท์บอร์ดที่แห้งกรังมาแท่งหนึ่ง แม้หมึกจะจาง แต่รินก็ยังบรรจงเขียนสมการบางอย่างลงไปบนกระจกหน้าต่างที่ขุ่นมัวด้วยไออุ่นจากลมหายใจ *สมการความแค้น = (ความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม × ความเงียบของพยาน) + ความต้องการการมองเห็น* "อธิบายให้ฉันฟังซิ ริน" อาทิตย์ขยับเข้ามาใกล้ ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเด็กหนุ่ม เคมีระหว่างความเก๋าเกมของนายตำรวจรุ่นใหญ่กับความเยือกเย็นรอบคอบของนักสืบหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันกับการสร้างพันธมิตรที่พร้อมชนกับความมืดมิด "ฆาตกรไม่ได้ฆ่าเพื่อเงิน ไม่ได้ฆ่าเพื่อปิดปากพยานแบบพวกนักฆ่ารับจ้างธรรมดาครับ" รินหันมาอธิบาย แววตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นของการวิเคราะห์ "แต่เขากำลังทำ 'ศิลปะเชิงจิตวิทยา' เหยื่อทุกรายถูกเลือกเพราะพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการบิดเบือนความจริงในอดีต และการที่มันขังเราไว้ที่นี่ พร้อมกับตั้งเวลา 180 วินาที... นั่นหมายความว่า คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่า *'ใครคือฆาตกร'* แต่อยู่ที่ว่า *'ใครคือผู้บงการตัวจริงที่นั่งดูเราจากกล้องวงจรปิดตัวนั้น'*!" นิ้วเรียวของรินชี้ไปยังมุมห้องด้านบน ซึ่งมีรอยต่อของสายไฟแปลกปลอมซ่อนอยู่หลังตู้เก็บเอกสาร สารวัตรอาทิตย์เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า ชายวัยกลางคนใช้พละกำลังทั้งหมดกระโดดขึ้นกระชากหน้ากากพลาสติกครอบสายไฟออกทันที เผยให้เห็นเลนส์กล้องขนาดจิ๋วที่กำลังกะพริบตาเป็นแสงสีแดงระยิบระยับ ส่งสัญญาณภาพตรงไปยังที่ที่พวกเขาคาดไม่ถึง ระบบภารกิจส่งเสียงแจ้งเตือนความสำเร็จดังขึ้นในหัวของรินทันที [ ตรวจพบเป้าหมาย: ถอดรหัสสำเร็จ ] [ ปลดล็อกสิทธิ์เข้าถึงเครือข่ายภายนอกชั่วคราว... ] [ คำเตือนจากระบบ: คุณได้เปิดโปงเบาะแสระดับลึกเกินไป กำลังดาวน์โหลดข้อมูลลับชุดสุดท้าย... ] ทว่า... ก่อนที่รินจะได้กดดึงข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อดูใบหน้าของผู้ที่เฝ้าดูพวกเขาอยู่ จู่ๆ หน้าจอทั้งหมดก็ดับวูบลง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นห้องสืบสวน ปลดล็อกเสียงกลอนประตูด้านนอกที่ดัง "คลิก!" อีกครั้ง แต่มันไม่ใช่การเปิดออกเพื่อต้อนรับ... ประตูกระจกฝ้าด้านนอกค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงกรอบประตู มือข้างหนึ่งถือร่มด้ามยาวแบบสุภาพบุรุษอังกฤษ ทั้งที่ข้างนอกไม่มีฝนตกแม้แต่หยดเดียว รินหรี่ตาลงพยายามเพ่งมองผ่านความมืด ขณะที่สารวัตรอาทิตย์ชักปืนพกสั้นออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักล่าเตือนภัยขั้นสูงสุด เงาร่างนั้นยกมือขึ้นดันปีกหมวกปานามาขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด... รอยยิ้มของบุคคลที่ควรจะหายสาบสูญไปจากคดีเมื่อสิบปีก่อนอย่างไร้ร่องรอย "ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนบทที่สี่ครับ... คุณนักสืบพาร์ทไทม์" - ขอบคุณที่ติดตามและร่วมไขคดีไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ -
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฟ้มคดีวิปลาสกับนักสืบพาร์ทไทม์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%