"เจ้าสำนัก... ท่านจะกล่าวหาข้าด้วยข้อหาอันใดก็ย่อมได้ แต่ถ้าจะให้ข้าชักกระบี่หันคมใส่คนที่ช่วยชีวิตคนนึงไว้... ข้า 'อวิ๋นซี' ขอเอาชีวิตนี้คืนให้สำนักหมื่นสวรรค์ ณ บัดนี้!"
เสียงกังวานดั่งระฆังแก้วแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดูสะท้อนก้องไปทั่วลานพิธี บรรยากาศรอบด้านพลันเงียบสงบลงราวกับห้วงเวลาถูกแช่แข็ง แม้แต่เสียงลมหายใจของเหล่าผู้วิโสและศิษย์นับพันยังต้องขาดห้วง
คำพูดเมื่อครู่ไม่ใช่เพียงการปฏิเสธคำสั่ง แต่มันคือการประกาศตัดขาดสะพานเยื่อใยทั้งหมดที่มีต่อสำนักอันดับหนึ่งแห่งดินแดนเซียน
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน... คำประกาศก้องของประมุขเงามารที่ทิ้งไว้ว่า *"ดินแดนเซียนทั้งหมดจะลุกเป็นไฟ!"* ยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำของผู้คน ทว่าความโกลาหลเบื้องหน้ากลับไม่ได้มาจากศัตรูภายนอก หากแต่เป็นความร้าวฉานที่ปะทุขึ้นจากภายในตำหนักสูงสุดของสำนักหมื่นสวรรค์เอง
หลี่เฟายืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหลังร่างเพรียวบางของหญิงสาว เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นดั่งสายน้ำ ทว่าแววตาคู่คมกลับกวาดมองไปรอบทิศทางอย่างรวดเร็ว สมองของเขาประมวลผลคำนวณค่ายกลและจุดอับสายตาของผู้ฝึกปราณนับร้อยที่รายล้อมอยู่โดยสัญชาตญาณ มือขวาของเขาสอดไว้ในแขนเสื้อ สัมผัสได้ถึงกระดาษยันต์อักขระนับสิบแผ่นที่เรียงรายอยู่ภายใน นิ้วมือขยับวาดลวดลายกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง เตรียมพร้อมที่จะแปรเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัวให้กลายเป็นค่ายกลสังหารได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์พลิกผัน
"อวิ๋นซี!" ผู้อาวุโสสูงสุดไท่เฉิน แผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าชราภาพบิดเบี้ยวด้วยความอับอาย "เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ? เพียงเพราะเด็กหนุ่มนอกรีตผู้เดียว ถึงกับกล้าทรยศต่อบุญคุณของสำนักที่หล่อเลี้ยงเจ้ามาตั้งแต่เยาว์วัยเชียวรึ! ลืมไปแล้วหรือว่าวิชาเซียนเหมันต์สวรรค์ที่เจ้าฝึกฝนจนสำเร็จเป็นผู้ครองอันดับหนึ่งในยุทธภพนี้ ได้มาจากที่ใด!"
เซียนอวิ๋นซีหลับตาลงชั่วพริบตา แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับฉายแววเจ็บปวดลึกซึ้ง หยาดน้ำใสเอ่อคลอขึ้นที่หางตาเล็กน้อยแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว นางย่อมไม่ลืมพระคุณของสำนัก แต่นางยิ่งไม่ลืมว่าในวันที่สำนักต้องการใช้ประโยชน์จากนางในฐานะ 'อาวุธมนุษย์' ไร้หัวใจ มีเพียงหลี่เฟยผู้เดียวที่มองเห็นตัวตนที่แท้จริงของนางภายใต้เปลือกนอกอันหนצוาวเหน็บ
"บุญคุณของสำนัก... ข้าอวิ๋นซีได้ใช้คืนหมดสิ้นแล้วด้วยหยาดเลือดและคราบน้ำตาในยศึกสงครามมารโลหิตเมื่อสิบปีก่อน" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงดั่งภูผา ก่อนจะค่อย ๆ ปลดปิ่นหยกประจำตำแหน่งรองเจ้าสำนักออกจากเรือนผมสีดำสนิท ปิ่นหยกชิ้นนั้นร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินศิลาแตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ข้าและสำนักหมื่นสวรรค์... ตัดขาดกันเด็ดขาด!"
"บังอาจนัก!"
เสียงคำรามดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลจากขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แบบที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของผู้อาวุโสไท่เฉิน พลังปราณสีครามเข้มแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง บีบอัดอากาศรอบตัวจนเกิดเสียงระเบิดดังเปรี๊ยะ ๆ ศิษย์สายตรงหลายคนถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวต่อแรงกดดันระดับนี้
ในสายตาของเหล่าผู้วิโสและศิษย์สำนักหมื่นสวรรค์ การกระทำของอวิ๋นซีไม่ใช่แค่การทรยศ แต่มันคือการตบหน้าสำนักผู้ทรงเกียรติอย่างรุนแรง พวกเขาไม่สนใจว่าความจริงเบื้องหลังคืออะไร สนใจเพียงแต่ศักดิ์ศรีและความถูกต้องตามกฎเหล็กที่ต้องชำระด้วยเลือด
หลี่เฟายกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเย้ยหยันและว่างเปล่าในคราวเดียว เขาขยับก้าวเท้ามาอยู่วางตำแหน่งเคียงข้างหญิงสาวอย่างเป็นธรรมชาติ ฝ่ามือข้างหนึ่งยกขึ้นแตะเบา ๆ ที่ไหล่บางของนางเพื่อถ่าย
ทอดความอบอุ่นผ่านกระแสลมปราณที่อ่อนโยน ทว่ามั่นคง
"แม่นางอวิ๋น... การตัดสินใจเช่นนี้ หนักหนากว่าการถือกระบี่สู้กับคนนับหมื่นเสียอีกนะ" หลี่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าดังก้องกังวานไปทั่วลานพิธี "แต่ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะเดินเคียงข้างข้าแล้ว ข้า 'หลี่เฟย' ย่อมไม่ยอมให้ผู้ใดในใต้หล้านี้แตะต้องปลายเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว"
คำพูดของเขาเรียบง่าย ไม่มีถ้อยคำโอ้อวดกร้าวร้าว ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอันน่าสะพรึงกลัว ชายหนุ่มผู้ไม่เคยฝึกปราณโดยตรง แต่กลับใช้เพียงปลายนิ้วจรดอักขระบนอากาศ บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับยอดฝีมืออันดับต้น ๆ ของดินแดนเซียนอย่างไร้ความเกรงกลัว
"เด็กน้อยปากสิ้นกลิ่นน้ำนม เจ้าคิดว่าการมีกระบี่ไร้ลักษณ์อยู่ในมือ แล้วจะสามารถต่อกรกับค่ายกลสวรรค์เก้าทิศของสำนักเราได้งั้นรึ?" ผู้อาวุโสไท่เฉินแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ย มือชราสะบัดออกไปเบื้องหน้า "ศิษย์ทั้งหลาย! ตั้งค่ายกล! จับกุมตัวคนทรยศทั้งสองคนนี้มาสังหารเสีย!"
สิ้นคำสั่ง ศิษย์นับร้อยในชุดขาวบริสุทธิ์พุ่งทยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ กระบี่นับร้อยเล่มชี้ตรงลงมายังเบื้องล่าง แสงสว่างเจิดจ้าของค่ายกลสวรรค์เก้าทิศเริ่มก่อตัวขึ้น ท้องฟ้าเหนือหุบเขาเหมันต์ที่เคยแจ่มใสพลันมืดครึ้มลงในพริบตา เมฆสีดำทะมุนหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น พลังกดดันมหาศาลถาโถมใส่หลี่เฟยและอวิ๋นซีราวกับขุนเขาขนาดยักษ์กดทับลงมา
อวิ๋นซีสูดหายใจเข้าลึก ๆ นางชักกระบี่เหมันต์ออกจากฝัก แสงสีขาวบริสุทธิ์เปล่งประกายเจิดจ้าตัดกับความมืดมิดของท้องฟ้า ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกรอบตัวจนพื้นดินกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน นางเตรียมพร้อมที่จะสะบัดกระบี่สู้ตายเพื่อปกป้องชายหนุ่มผู้กุมหัวใจของนาง
ทว่า หลี่เฟยกลับยกมือขึ้นห้ามปรามเบา ๆ
"ช้าก่อน อวิ๋นซี... ให้ข้าจัดการเอง"
ดวงตาของหลี่เฟยทอประกายวาวโรจน์ นิ้วมือทั้งห้าของเขาประสานกันเป็นรูปผนึกกระบี่ ก่อนจะตวัดวาดลงไปในอากาศว่างเปล่าอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ตัวอักษรสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นทีละตัวกลางอากาศ อักขระโบราณนับร้อยตัวหมุนวนรอบตัวเขาก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าปะทะกับค่ายกลสวรรค์เก้าทิศอย่างจัง!
*ตูมมมมม!*
เสียงระเบิดกึกก้องสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ค่ายกลสวรรค์เก้าทิศที่ขึ้นชื่อว่าไร้เทียมทานของสำนักหมื่นสวรรค์กลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวสีทองปรากฏขึ้นบนม่านพลังฟ้าอย่างรวดเร็วราวกับใยแมงมุม ผู้อาวุโสไท่เฉินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด สีหน้าซีดเผือดลงในทันทีเมื่อตระหนักได้ว่าอักขระเพียงไม่กี่ตัวของเด็กหนุ่มผู้นี้ กำลังทำลายรากฐานค่ายกลที่บรรพจารย์สร้างมานับพันปีด้วยเวลาเพียงลมหายใจเดียว!
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังพลิกผันและชัยชนะอยู่แค่เอื้อมนั้นเอง...
จู่ ๆ พื้นดินเบื้องล่างเท้าของหลี่เฟยก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไอสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลุขึ้นมาจากรอยแตกของศิลา กลิ่นอายความตายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วร่างของทั้งสองคน
และก่อนที่หลี่เฟยจะทันได้ตั้งตัว เสียงหัวเราะแหบพร่าอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่าข้างหลังเขา—
*"ฮี่ๆๆๆ... เจ้าคิดว่าเจ้ากำจัดคนของสำนักหมื่นสวรรค์ได้แล้ว รอดพ้นแล้วงั้นรึ หลี่เฟย... เจ้าช่างไร้เดียงสานัก!"*
หลี่เฟยหันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจ ดวงตาหรี่แคบลงเมื่อพบว่าร่างของผู้อาวุโสไท่เฉินที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเมื่อครู่ บัดนี้ได้สลายกลายเป็นควันสีดำสนิท และผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหลังอวิ๋นซีในระยะประชิด... กลับเป็นเงาดำลึกลับที่ถือดาบโลหิตจ่ออยู่ที่ลำคอระหงของนางแล้ว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดครับ
- หมึกทองคำข้ามภพ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์•ตอนที่ 22
การทรยศที่แสนเจ็บปวด
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!