กลิ่นอายอับชื้นของกระดาษโบราณผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในโถงลับใต้พื้นศิลาเบื้องล่าง แม้สำนักเซียนหิมะโปรยจะถูกปกคลุมด้วยไอเย็นบริสุทธิ์นับพันปี ทว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์อันสูงส่งและบริสุทธิ์ดั่งเกล็ดน้ำค้าง กลับซ่อนขุมนรกแห่งความมืดมิดที่แม้แต่ลมหายใจยังต้องสั่นสะท้าน
"ที่นี่... ไม่ใช่สถานที่ที่ศิษย์สายในควรล่วงล้ำ"
เสียงราบเรียบดั่งสายน้ำแข็งของเซียนอวิ๋นซีดังขึ้น ทว่ากลับสั่นเครือเล็กน้อยยามที่นางกวาดสายตามองแผ่นป้ายวิญญาณนับร้อยที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า แผ่นป้ายเหล่านี้หาใช่บรรพบุรุษผู้บำเพ็ญเพียรไม่ หากแต่สลักด้วยชื่อของเหล่าปรมาจารย์ที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายร้อยปีก่อน
หลี่เฟยไม่ตอบคำ เขายกมือขึ้นวาดผ่านความว่างเปล่า ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดลากเส้นสายอักขระสีทองอร่ามลงบนอากาศอย่างไร้เสียง พลังปราณอัคคีทมิฬถูกบีบอัดจนกลายเป็นค่ายกลตรวจสอบดวงจิตขนาดเล็ก หมุนวนรอบเสาหินศิลาสีดำสนิทที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางห้องโถง
"เจ้ากำลังสงสัยว่ารากฐานของสำนักที่ข้าเติบโตมา... ถูกสร้างขึ้นบนซากศพของสิ่งใดสินะ?" อวิ๋นซีหันมามองชายหนุ่ม แววตาคู่คมที่เคยเย็นชาดั่งเหมันต์บัดนี้ฉายแววเจ็บปวดลึกซึ้ง นางก้าวเข้าไปใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว ราวกับความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวในโลกหล้าคือกายหนาที่ยืนหยัดอยู่นี้
"ข้าไม่ได้สงสัยอวิ๋นซี... ข้าเพียงแค่กำลังหา 'คำตอบ' ที่พวกมันพยายามซ่อนไว้" หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว เขายื่นมืออีกข้างไปโอบเอวบางของนางไว้หลวมๆ เพื่อถ่าย
ทอดความอบอุ่นผ่านไออุ่นจากฝ่ามือเข้าสู่ร่างที่สั่นเทาของนาง "จำไว้ วิถีกระบี่ของข้าไม่เคยฟันแทงผู้บริสุทธิ์ แต่หากสิ่งใดกล้าขวางทางเรา ต่อให้เป็นฟ้าดินหรือเซียนสวรรค์ ข้าก็จะผ่ามันให้ขาดเป็นสองท่อน"
ฉับพลันนั้น ค่ายกลอักขระบนอากาศก็สว่างวาบขึ้น!
*เปรี้ยง!*
เสาหินสีดำสนิทใจกลางห้องโถงแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นคัมภีร์หนังมนุษย์ที่ถูกตรึงไว้ด้วยตะปูเหล็กไหลเก้าเล่ม อักษรบนคัมภีร์ไม่ใช่เคล็ดวิชาเซียนโบราณ หากแต่เป็นอักขระโลหิตมารที่แผ่ไอสังหารรุนแรงจนทำให้อากาศรอบด้านบิดเบี้ยว
"นี่คือ... คัมภีร์กลืนวิญญาณโลหิตมาร!" อวิ๋นซีอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา มือเรียวบางยกขึ้นปิดริมฝีปาก "ท่านอาจารย์... หรือว่าท่านอาจารย์เป็นผู้..."
"ไม่ใช่แค่ปรมาจารย์ของเจ้าหรอก" เสียงหัวเราะแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของโลหะดังขึ้นจากความมืดมิดมุมห้อง เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหลังม่านค่ายกลพรางตา ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับซากศพ ทว่าดวงตากลับเปล่งประกายสีแดงฉานน่าสะพรึงกลัว "ศิษย์รักของข้า ในที่สุดเจ้าก็ตามรอยเท้าพี่ๆ ของเจ้ามาจนถึงที่นี่จนได้"
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักเซียนหิมะโปรย! ผู้ที่ทุกคนต่างเคารพยกย่องว่าเป็นเสาหลักแห่งความเที่ยงธรรม บัดนี้กลับยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว น่ากลัว และเปี่ยมด้วยกลิ่นอายของมารร้ายอย่างเต็มขั้น
"ผู้อาวุโสหลิน..." อวิ๋นซีชักกระบี่ประจำกายออกมาทันที ไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกมารอบตัวจนพื้นห้องโถงกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง "ท่านทำลายสำนักของเราด้วยวิธีนี้มาตลอดอย่างนั้นหรือ? เอาวิญญาณของเหล่าศิษย์พี่ไปบำเพ็ญเพียรเพื่อยืดอายุขัยของท่านเอง!"
"ฮ่าๆๆๆ เด็กโง่เอ๋ย โลกใบนี้มีความยุติธรรมที่ไหนกัน? มีแต่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด!" ผู้อาวุโสหลินแผดเสียงหัวเราะลั่น พลังปราณระดับหลอมรวมแดนสวรรค์ขั้นสมบูรณ์ทะลตทะลักออกมาจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน "ในเมื่อพวกเจ้าบังอาจล่วงล้ำความลับนี้ วันนี้ทั้งเจ้าและเจ้าเด็กอวดดีผู้นี้จะต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของคัมภีร์โลหิตมาร!"
บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง แรงกดดันมหาศาลกดทับจนบ่าของอวิ๋นซีทรุดลงเล็กน้อย ทว่ามือของหลี่เฟยกลับแตะลงที่ไหล่ของนางอย่างมั่นคง
หลี่เฟยค่อยๆ ก้าวออกไปยืนเบื้องหน้าหญิงสาวอย่างสง่างาม ดวงตาคมกริบทอดมองศัตรูระดับสูงด้วยความเย้ยหยัน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเหนือชั้น ปลายนิ้วมือขวาดีดออกไปกลางอากาศเบื้องหน้า เสียงแหลมคมของโลหะกระทบกันดังขึ้นติดต่อกันสามครั้ง
*กริ๊ง... กริ๊ง... กริ๊ง...*
อักขระโบราณนับร้อยตัวที่หลี่เฟยแอบซ่อนไว้ตามมุมห้องตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา เริ่มเปล่งแสงสีทองเจิดจ้าเชื่อมโยงเข้าหากันกลายเป็นตาข่ายค่ายกลขนาดยักษ์ ปิดผนึกเส้นทางหลบหนีและตัดขาดการเชื่อมต่อพลังปราณของผู้อาวุโสหลินกับคัมภีร์มารทันที!
"เจ้าคิดว่ามีแค่คัมภีร์มารเล่มนั้นที่หลอกลวงคนได้งั้นหรือ?" หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังราวดังประกาศิตจากสวรรค์ "แก่จนป่านนี้แล้ว ยังไม่รู้อีกหรือว่า... แก่ตัวลงไปก็ควรตายไปตามกาลเวลา การฝืนฝันทอต่ออายุด้วยเลือดเนื้อผู้อื่น มันก็น่าสมเพชไม่ต่างอะไรกับสุนัขที่รอวันถูกเชือดหรอกนะ"
ผู้อาวุโสหลินหน้าถอดสีทันทีเมื่อพบว่าพลังปราณในร่างของตนถูกค่ายกลกดทับจนเหลือไม่ถึงสามส่วน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "เจ้า... เจ้าวางค่ายกลนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!"
หลี่เฟยไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ยกมือขึ้นช้าๆ ดึงกระบี่ไร้ลักษณ์ออกจากฝักที่ว่างเปล่า ความคมกริบของคมดาบที่ไร้รูปร่างกรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ ดั่งมังกรหลับไหล
"เตรียมตัวรับทัณฑ์กรรมที่พวกเจ้าก่อไว้หรือยัง..."
ทว่า ในวินาทีที่หลี่เฟยกำลังจะสะบัดกระบี่ลงทัณฑ์ มิติเบื้องหลังผู้อาวุโสหลินกลับฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท มือสีดำขนาดมหึมาที่ปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรทมิฬพุ่งทะลุรอยแยกออกมา กระชากร่างของผู้อาวุโสหลินหายลับไปในความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะก้องกังวานที่สั่นประสาทของตัวตนที่ยิ่งใหญ่กว่าปรากฏขึ้นจากรอยแยกนั้น—
*"ฮี่ๆๆๆ เจ้าหนู... น่าสนใจไม่เบานี่ แต่อีกสามวันข้างหน้า... ดินแดนเซียนทั้งหมดจะลุกเป็นไฟ!"*
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมติดตามและสนับสนุนการเดินทางของหลี่เฟยและอวิ๋นซีมา ณ ที่นี้นะครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์•ตอนที่ 21
ความลับใต้สำนักเซียน
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!