“ความตาย... มักมาเยือนผู้ที่หลงใหลในความเงียบงันเสมอ”
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจของสายลมเหมันต์ แต่กลับดังก้องกังวานบาดลึกถึงจิตวิญญาณ แผ่นยันต์สีทองโปร่งแสงที่หลี่เฟยซัดออกไปเมื่อครู่ มิได้ระเบิดออกด้วยเปลวเพลิงหรือสายฟ้าเกรี้ยวกราดดังที่มารเฒ่าคาดคิด หากแต่มันแตกสลายกลายเป็นละอองอักขระนับหมื่นตัว ที่ร้อยเรียงกันขึ้นเป็นตาข่ายดาราจักร สะกดตรึงร่างของศัตรูให้แข็งค้างอยู่กลางอากาศ ราวกับแมลงวันตัวน้อยที่ถูกตรึงไว้บนแผ่นกระดาษด้วยเข็มเงิน
มารเฒ่าเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เส้นเลือดปูดโปนตามขมับและลำคอ พลังมารสีดำทมิฬที่เคยพรั่งพรูออกมาเพื่อปกป้องร่างกาย บัดนี้กลับถูกอักขระสีทองกดทับจนสลายกลายเป็นไอ
“วิชาบ้าอะไรกัน... เจ้าไม่ได้ใช้ลมปราณ... แต่วิถีของเจ้าคือ...!” มารเฒ่าเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความยากลำบาก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปถึงแก่นวิญญาณ
หลี่เฟยยืนไขว่ห้างอยู่บนก้อนน้ำแข็งมหึมา สายตาลุ่มลึกดั่งห้วงมหาสนุกไร้ก้นบึ้ง เขามองดูดอนเมืองแห่งสำนักมารที่กำลังดิ้นรนด้วยความเยือกเย็น นิ้วชี้มือขวายกขึ้นวาดผ่านอากาศเบาๆ ราวกับกำลังเขียนบทกวีบนผืนผ้าใบ ทุกครั้งที่ปลายนิ้วผ่านไป อากาศรอบกายจะเกิดรอยปริ
“วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ มิได้อยู่ที่คมกระบี่ แต่อยู่ที่เจตจำนง” หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังอำนาจกดขี่ “เจ้าฝึกฝนวิชามารโลหิตมาตลอดชีวิตเพื่อสังหารผู้คน ทว่าเจ้ากลับหลงลืมไปว่า... สิ่งที่ค้ำจุนฟ้าดินมิใช่เลือดเนื้อ แต่คือระเบียบ”
*ฉับ!*
เพียงแค่ปลายนิ้วของหลี่เฟยตวัดลงเบาๆ ตาข่ายอักขระสีทองก็รัดแน่นขึ้น ร่างของมารเฒ่าสลายกลายเป็นฝุ่นผงสีดำปลิวหายไปกับสายลมหนาว โดยไร้ซึ่งเสียงกรีดร้องโหยหวน มีเพียงความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทั่วทั้งหุบเขาธารน้ำแข็งแห่งนี้
ณ ใจกลางธารน้ำแข็งอันเหน็บหนาว ห่างออกไปร้อย丈 [สามร้อยเมตร] ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูยืนนิ่งงัน เซียนอวิ๋นซีจ้องมองเหตุการณ์เมื่อครู่ด้วยแววตาที่ไหววับเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี
ความเย็นชาที่เคยปกคลุมใบหน้าราวกับกำแพงน้ำแข็งพันปี บัดนี้เริ่มมีรอยร้าว น้ำค้างแข็งบนขนตาของนางสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ นางก้มลงมองกระบี่เยือกแข็งในมือ
สำหรับนาง ผู้ซึ่งบรรลุวิถีเซียนแห่งเหมันต์ด้วยความโดดเดี่ยวและเลือดเย็น การต่อสู้คือการฆ่าฟันและการใช้พลังปราณปะทะกันอย่างดุเดือด แต่วิธีการของหลี่เฟย... มันคือศิลปะ มันคือการใช้ปัญญาเหนือฟ้าดิน ชัยชนะที่ปราศจากคราบเลือดบนเสื้อผ้า กลับสง่างามและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด
“เจ้ามองพอหรือยัง?” เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวโดยไร้ซึ่งซุ่มเสียง หลี่เฟยยืนอยู่ห่างจากนางเพียงคืบ กลิ่นอายจางๆ ของสุราชั้นยอดและสนเหมันต์ลอยแตะจมูก
อวิ๋นซีสะดุ้งเล็กน้อย นางรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดั่งน้ำแข็ง ทว่าดวงตากลับหลบสายตาคู่นั้น “วิชาอักขระของเจ้า... พิสดารเกินไปแล้ว หลี่เฟย เจ้าทำได้อย่างไรกัน ในเมื่อเส้นชีพจรลมปราณของเจ้าไร้การเคลื่อนไหว?”
หลี่เฟยแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่น and ความทะนงตน เขาเอื้อมมือออกไป แตะที่ปลายกระบี่เยือกแข็งในมือของนางเบาๆ กระแสความอุ่นแผ่ซ่านผ่านนิ้วมือของเขาสู่เหล็กเย็นเฉียบ
“ลมปราณเป็นเพียงพลังงานภายนอก เซียนซี... เปรียบเสมือนน้ำในแม่น้ำที่เชี่ยวกราก หากเจ้าปล่อยให้มันไหลไปตามใจ น้ำย่อมพัดพาทำลายทุกสิ่ง แต่หากเจ้าใช้สติปัญญาขุดคูคลองและวางค่ายกลบังคับทิศทาง น้ำย่อมกลายเป็นพลังที่สร้างสรรค์และไร้พ่าย” หลี่เฟยโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดลงบนแก้มขาวเนียนของนาง “เช่นเดียวกับวิชากระบี่... เคล็ดวิชาเหมันต์ของเจ้าแข็งแกร่งจนเกินไป จนมันกล ายเป็นดาบสองคมที่แช่แข็งแม้กระทั่งหัวใจของเจ้าเอง”
หัวใจของเซียนอวิ๋นซีสะท้านเฮือก นางอยากจะถอยหลังหลบหนี แต่ทว่าเรียวขาคู่นั้นกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนตราของเขา คำพูดของหลี่เฟยแทงทะลุผ่านเกราะป้องกันอันหนาทึบที่นางสร้างขึ้นมาตลอดชีวิต เซียนสาวผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในยุทธภพ บัดนี้กลับรู้สึกราวกับว่าหัวใจดวงน้อยกำลังจะหลุดออกจากอก
“ถ้าเช่นนั้น... ข้าควรทำเช่นไร?” อวิ๋นซีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งหากไม่ใช่เพราะหลี่เฟยผู้มีประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์ คงไม่มีวันได้ยินความเปราะบางนี้จากปากของยอดนางเซียน
“เริ่มจากการเรียนรู้ที่จะผสาน” หลี่เฟยผละออกเล็กน้อย เขาดึงกระบี่ออกจากฝักของนางอย่างนุ่มนวล ประกายแสงสีฟ้าครามวาววับสะท้อนเข้ากับนัยน์ตาคมกริบ “วันนี้ ข้าจะสอนเจ้า... วิธีการเขียนอักขระลงบนคมกระบี่เหมันต์ เพื่อหลอมรวมจิตวิญญาณของเจ้าเข้ากับวิถีฟ้าดิน”
หลี่เฟยจับมือเรียวบางของอวิ๋นซีให้กุมด้ามกระบี่ร่วมกับเขา สัมผัสจากฝ่ามือที่อุ่นจัดของชายหนุ่มส่งผ่านผิวเนื้อ ทำให้นางรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง เซียนสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปราณเหมันต์รอบตัวปั่นป่วนเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“หลับตาลง... ปล่อยวางจิตใจให้ว่างเปล่า” เสียงกระซิบของหลี่เฟยดังอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงนั้นอบอุ่นและทรงอำนาจจนทำให้นางยอมทำตามอย่างว่าง่าย
กลางหุบเขาธารน้ำแข็งที่ลมพายุเริ่มโหมกระหน่ำ ร่างของคนทั้งสองยืนแนบชิดสะท้อนเงาบนพื้นน้ำแข็งใส หลี่เฟยเริ่มขยับมือพาอวิ๋นซีวาดกระบี่ไปในอากาศ ทุกครั้งที่ปลายกระบี่ผ่านไป อักขระสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นสลักลงบนความว่างเปล่า ก่อนจะถูกเคลือบด้วยละอองความเย็นสีฟ้าจัดของเซียนอวิ๋นซี
พลังงานสองขั้ว—ความอบอุ่นแห่งปัญญาของหลี่เฟย และความเย็นเยียบแห่งเหมันต์ของอวิ๋นซี—เริ่มหลอมรวมเข้าหากันอย่างช้าๆ ดุจดั่งหยินและหยางที่สมบูรณ์แบบ แสงสว่างเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน แหวกมฆทมิฬจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดมหึมา
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งกระบวนท่าสุดท้ายสิ้นสุดลง หลี่เฟยและอวิ๋นซีต่างหอบหายใจเล็กน้อย ร่างกายของพวกเขายังคงแนบชิดกัน ใบหน้าห่างกันเพียงไม่กี่ลมหายใจ ดวงตากลมโตของอวิ๋นซีมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาของชายหนุ่ม นางพบความลุ่มลึก ความจริงใจ และบางสิ่งที่ทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“เจ้า...” อวิ๋นซีริมฝีปากสั่นระริก กำลังจะเอ่ยคำพูดบางอย่าง
ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง พื้นน้ำแข็งใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
รอยแยกสีดำสนิทขนาดมหึมาพุ่งแหวกแผ่นน้ำแข็งเข้าประชิดตัวพวกเขาด้วยความเร็วราสายฟ้าแลบ พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงรากเหง้าของขุนเขา และกลิ่นอายมารระดับบรรพกาลที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ามารเฒ่าร้อยเท่าก็ระเบิดขึ้นจากรอยแยกเบื้องล่าง!
หลี่เฟยหรี่ตาลงทันที เขากระชับมือที่กุมกระบี่ของอวิ๋นซีแน่นขึ้น สีหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นกลับปรากฏแววเคร่งเครียดเป็นครั้งแรก ขณะที่เงาดำมหึมาพุ่งทะยานขึ้นมาจากความมืดมิด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทงแก้วหู...
"ฮ่าๆๆๆ... นึกไม่ถึงว่า ขอบเขตเหมันต์พันปี จะมีแขกผู้สูงศักดิ์มาเยือนถึงเพียงนี้!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีกระบี่บทนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์•ตอนที่ 20
ดวลกระบี่กลางธารน้ำแข็ง
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!