กลิ่นอายโลหิตและไอทมิฬที่อวลระเหยอยู่เบื้องหน้า หาใช่สิ่งที่หลี่เฟยใส่ใจในยามนี้ไม่
ปลายนิ้วเรียวยาวดุจหยกสลักของเขากำลังจวัดจวาดกลางอากาศ วาดเส้นสายอักขระสีทองอร่ามที่เปล่งประกายเจิดจ้าตัดกับความมืดมิดของถ้ำผาประจิม หยดหมึกสีทองที่เกิดจากการหลอมรวมจิตวิญญาณและโลหิตปราณ ไม่ได้ถูกเขียนลงบนกระดาษสา หากแต่ถูกสลักลงบนความว่างเปล่า ทว่ามันกลับสถิตเสถียรดั่งค่ายกลเหล็กไหล
"วิชาของเจ้า... แปลกประหลาดสิ้นดี"
เสียงหวานใสดุจธารน้ำแข็งใสไหลรินดังขึ้นจากมุมมืด เซียนอวิ๋นซี (Xian Yunxi) ยืนกอดอกพิงผนังถ้ำ เรือนร่างระหงห่อหุ้มด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาหิมะ ทว่าดวงตาคู่งามที่มักจะเย็นชาดั่งเหมันต์พันปี บัดนี้กลับทอประกายความห่วงใยและกังวลใจอย่างปิดไม่มิด นางมองดูหยดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าคมคายของชายหนุ่ม
หลี่เฟยหาได้หยุดมือ อักขระตัวสุดท้ายถูกตวัดด้วยความเร็วราสายฟ้าแลบ ก่อนที่เขาจะพ่นลมหายใจยาวเหยียดออกมา ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์รอบตัวสั่นระริก เสียงหวีดหวิวของลมปราณคำรามดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บ
"พลังมารที่พวกเราเผชิญในหุบเขาอสูรโลกันตร์เมื่อวันก่อน หาใช่พลังปราณธรรมดาที่ยันต์ทั่วไปจะรับมือได้" หลี่เฟยหันกลับมาสบตากับนาง มุมปากหยักยิ้มบางเบาอย่างเย่อหยิ่งและทะนงตน "พวกมันใช้ 'กลืนกินวิญญาณ' เป็นแก่นแท้ หากใช้กระบี่ต้านกระบี่ มีแต่จะตกหลุมพรางของพวกมัน... ข้าจึงต้องสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา"
"ยันต์แปรธาตุ?" อวิ๋นซีทวนคำ ดวงตาคู่คมกวาดมองอักขระสีทองที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศอย่างพิจารณา "เจ้าคิดจะใช้มันเปลี่ยนทิศทางพลังมาร... หรือคิดจะหลอมมันให้กลายเป็นความว่างเปล่ากันแน่?"
"ทั้งสองอย่าง... และมากกว่านั้น"
หลี่เฟยสะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง อักขระสีทองทั้งหมดพุ่งมารวมกันที่ฝ่ามือ กลายเป็นแผ่นยันต์โปร่งแสงที่เต็มไปด้วยลวดลายซับซ้อนราวกับวิถีโคจรของดวงดาว นี่คือสิ่งที่เขาใช้เวลาถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนในการคิดค้น—**ยันต์แปรธาตุ** วิชาใหม่ที่แหวกขนบธรรมเนียมการบำเพ็ญเพียรนับหมื่นปี เพราะเขาไม่เคยเชื่อว่าวิถีเซียนจะต้องจำนนต่อกฎเกณฑ์ที่ฟ้าดินกำหนด
ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้ ผู้คนต่างพากันดิ้นรนฝึกฝนลมปราณ ดูดซับแก่นแท้ฟ้าดินเพื่อทะลวงขอบเขต แต่หลี่เฟยกลับเลือกเส้นทางที่ไร้ผู้ใดกล้าเดิน เขาใช้สติปัญญา ค่ายกล และอักขระ เป็นสะพานเชื่อมระหว่างฟ้าดินและตัวตน โดยไม่ต้องพึ่งพาเส้นชีพจรลมปราณที่พิการตั้งแต่กำเนิด
ความดื้อรั้นและทะนงตนนี้เอง ที่ทำให้เซียนอวิ๋นซีผู้เย็นชาและถือตัว ยอมเปิดใจมอบความรู้สึกที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้เกราะน้ำแข็งให้แก่เขาเพียงผู้เดียว
"เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังฝืนชะตากรรม" อวิ๋นซีเดินเข้าไปใกล้ ร่างบางหยุดยืนห่างจากเขาเพียงคืบ กลิ่นหอมเย็นจางๆ ประจำตัวนางโชยปะทะนาวิกโยธินของหลี่เฟย "การฝืนสร้างวิชาที่เปลี่ยนแปลงกฎแห่งพลังมารและปราณเซียนพร้อมกัน... หากเกิดความผิดพลาดแม้แต่น้อย ร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้าจะแตกสลาย กลายเป็นเถ้าธุลีที่ไม่แม้แต่จะได้เข้าสู่สังสารวัฏ"
หลี่เฟยยิ้มมุมปาก มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของนางอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วอุ่นซ่านถ่าย
"ถ้าฟ้าดินกำหนดให้ข้าต้องตายเพราะทำตามกฎ พวกมันก็คงเลือกผิดคนแล้วล่ะ อวิ๋นซี" น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแต่หนักแน่นดั่งขุนเขา "ข้าเกิดมาเพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ของตนเอง หาใช่เพื่อทำตามคำบัญชาของสวรรค์"
หัวใจของเซียนอวิ๋นซีสั่นไหวอย่างรุนแรง ความเย็นชาที่นางสะสมมานับร้อยปีราวกับถูกละลายด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำของบุรุษผู้นี้ นางเม้มริมฝีปากแน่น พยายามซ่อนความเขินอายไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับไหววับ
"คนทะนงตนเช่นเจ้า... สักวันคงทำให้ข้าอกุศลใจตายก่อนวัยอันควร" นางพึมพำเสียงเบา ทว่ายอมปล่อยให้เขาจับมือไว้โดยไม่สะบัดหนี
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเงียบงันอันลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยความรู้สึกของคนทั้งสอง—
*เปรี้ยง! ตูม!*
ผนังศิลาแกร่งด้านนอกถ้ำระเบิดออกเป็นจุล แรงระเบิดมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา เศษหินแหลมคมนับพันชิ้นพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับห่าฝนกระสุนธนู!
หลี่เฟยตวัดสายตาคมกริบไปทางปากถ้ำโดยสัญชาตญาณ ร่างสูงตระหง่านดึงเซียนอวิ๋นซีเข้าสู่อ้อมกอด ป้องกันนางไว้เบื้องหลังอย่างรวดเร็ว มือซ้ายสะบัดวูบ อักขระสีทองที่เพิ่งหลอมเสร็จแปรเปลี่ยนเป็นโล่ค่ายกลหมุนวนรับแรงกระแทกจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วบริเวณ!
"ดูท่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิด" หลี่เฟยหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก
ท่ามกลางกลุ่มควันสีดำที่พวยพุ่งเข้ามาทางปากถ้ำ เงาร่างมหึมาในชุดเกราะกระดูกมารสีดำสนิทก้าวเท้าเดินเข้ามา ชายผู้มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวพาดผ่านใบหน้าและดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตจ้องมองมาที่พวกเขาทั้งสอง รัศมีพลังมารระดับบรรพกาลกดทับจนอากาศรอบตัวหนาทึบจนแทบหายใจไม่ออก
"หลี่เฟย... ในที่สุดข้าก็เจอตัวเจ้า" เสียงแหบพร่าดั่งภูตผีดังลอดไรฟันของมารเฒ่าผู้นั้น "ส่ง 'คัมภีร์วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์' มาให้ข้า มิฉะนั้น... วันนี้จะเป็นวันตายของสตรีข้างกายเจ้า!"
เซียนอวิ๋นซีขมวดคิ้วมุ่น พลังปราณเหมันต์ในกายเริ่มหมุนวนเตรียมพร้อมระเบิดออก นางขยับตัวจะก้าวออกไปเผชิญหน้า แต่มือของหลี่เฟยกลับเอื้อมมาแตะที่ไหล่ของนางเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
หลี่เฟยขยับยิ้มเย็นชา ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังมารเฒ่าเบื้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
"เจ้าอยากได้วิชากระบี่ของข้า..." หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนก้องกังวานไปทั่วถ้ำ "เกรงว่าเจ้าคงไม่มีปัญญาแม้แต่จะรับ... 'ยันต์แปรธาตุ' บทแรกที่ข้าเพิ่งเขียนเสร็จหรอกนะ"
สิ้นเสียงคำพูดนั้น หลี่เฟยก็สะบัดมือขวาออกไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ แผ่นยันต์สีทองโปร่งแสงพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าใส่หน้าอกของมารเฒ่าโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและวิถีกระบี่มาด้วยกันครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์•ตอนที่ 19
ยันต์แปรธาตุ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!