วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์•ตอนที่ 23

หลบหนีจากเงามืด

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"เลือดสดๆ ย่อมคู่ควรกับการสังเวยกระบี่โลหิตทมิฬเสมอ... หลี่เฟย วันนี้ต่อให้เจ้ามีปีกบินได้ ก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของสำนักอัคคีผลาญสวรรค์ไปได้หรอก!" เสียงคำรามดั่งอสนีบาตฟาดลงกลางหุบเขาหมื่นอสูร สะท้อนก้องกังวานจนหน้าผาหินผุกร่อนร่วงหล่นลงมาเป็นฝุ่นผง การไล่ล่าอย่างดุเดือดดำเนินมาถึงจุดเป็นจุดตาย พลังปราณสีชาดพวยพุ่งแผดเผาผืนป่าให้กลายเป็นทะเลเพลิงในพริบตา ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุและบีบคั้นถึงขีดสุด หลี่เฟยกลับยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดกิ่งสนโบราณ ร่างกายของเขาสะท้อนเงากับแสงจันทร์สีเลือด ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ประดุจเซียนผู้กำลังชมทัศนียภาพอันงดงามหาใช่เหยื่อที่กำลังถูกไล่ล่า "เสียงดังเอะอะโวยวายเช่นนี้ ไม่กลัวว่าเงื้อมเงาของความตายจะย้อนกลับมากลืนกินพวกมันเองบ้างเลยหรือครับ..." หลี่เฟยพึมพำกับตนเองเบาๆ แววตาคมกริบทอประกายเยือกเย็น นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวสะบัดวาดกลางอากาศอย่างไร้เสียง ไร้ซึ่งร่องรอยการโคจรลมปราณแบบผู้ฝึกตนทั่วไป ทว่าทุกคราวนظที่ปลายนิ้วจรดลงบนความว่างเปล่า อักขระทองคำนับร้อยตัวก็ปรากฏขึ้นราวกับดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้ายามราตรี นี่คือวิถีแห่งค่ายกลที่เหนือล้ำกว่ากาลเวลาและมิติ หลี่เฟยไม่เคยฝึกปราณเพื่อทำลายล้างโดยตรง แต่เขาใช้กฎเกณฑ์ของฟ้าดินและพลังหยินหยางมาเป็นอาวุธสะท้อนกลับ เบื้องหลังของเขา ร่างระหงของเซียนอวิ๋นซีประทับนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาโบราณ ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนางจนหยาดน้ำค้างรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีคราม นางคือยอดเซียนแห่งหุบเขาเหมันต์ผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งความรู้สึกต่อโลกหล้า ไร้ความเมตตาต่อผู้ใด ทว่าในยามนี้ แววตาคู่สวยที่เคยว่างเปล่ากลับทอดมองแผ่นหลังของบุรุษเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ไอความอบอุ่นแผ่วเบาที่นางไม่เคยสัมผัสตลอดหลายร้อยปีของการบำเพ็ญเพียร บัดนี้กลับซึมซาบเข้าสู่หัวใจที่ด้านชาของนางทีละน้อย *‘เขาช่าง... ทะนงตัวและโง่เขลาเสียจริง ท่ามกลางศัตรูระดับบรรพจารย์นับสิบ เหตุใดจึงยังคงสงบนิ่งได้ถึงเพียงนี้...’* เซียนอวิ๋นซีขบกริมฝีปากแน่น เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากขาวเนียนเนื่องจากการโคจรลมปราณเพื่อระงับพิษร้ายที่แทรกซึมเข้าสู่ชีพจร นางรู้ดีว่าหากไม่ใช่เพราะหลี่เฟยยอมแบกรับภาระและถ่วงเวลาเหล่าผู้อָวุโสสายมารไว้ นางคงดับสูญวิญญาณสลายไปนานแล้ว ความคิดนี้ทำให้หัวใจที่เคยเยือกแข็งดั่งน้ำแข็งขั้วโลกเกิดระลอกคลื่นแห่งความห่วง "นั่นไง! มันอยู่ตรงนั้น!" เสียงตะโกนด้วยความกระหายเลือดดังขึ้นจากเงาไม้เบื้องล่าง เงาร่างนับสิบสายทะยานขึ้นมาจากหุบเหวด้วยความเร็วสูง ประกายแสงกระบี่และอาวุธเวทพุ่งตรงเข้าใส่กิ่งสนที่หลี่เฟยยืนอยู่ราวกับฝูงตั๊กแตนปาทาน พวกมันล้วนเป็นยอดฝีมือขั้นหลอมรวมวิญญาณและขั้นกำเนิดวิญญาณจากสำนักมารและตระกูลใหญ่ที่หมายหัวเอาชีวิตของยอดนางเซียนและชายหนุ่มลึกลับผู้นี้ หลี่เฟยมิได้ขยับเขยื้อนกายหนีแม้แต่น้อย เขากลับยกมือขึ้นประสานไว้ที่อก สายตาดั่งเหยี่ยวหวันมองฝูงชนที่กำลังพุ่งเข้ามาดั่งแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ "มนุษย์เรามักหลงคิดว่าพลังอำนาจที่ได้มาจากการนองเลือดจะทำให้ตนเองไร้เทียมทาน แต่น่าเสียดาย... พวกท่านไม่เคยเข้าใจเลยว่า ยิ่งวิ่งเข้าหาความตายด้วยความโลภมากเท่าใด หลุมศพที่ขุดไว้ก็ยิ่งกว้างใหญ่ขึ้นเท่านั้นนะครับ" สิ้นเสียงของหลี่เฟย อักขระทองคำกลางอากาศพล L พลันสطว่างวาบขึ้นเจิดจ้า รัศมีค่ายกล 'ดาราผูกพันธนาการ' แผ่ขยายออกเป็นวงกว้างครอบคลุมรัศมีร้อยลี้ ทันใดนั้น แรงโน้มถ่วงรอบกายของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรฝ่ายมารก็เพิ่มสูงขึ้นนับพันเท่า! *ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!* เสียงร่างกระแทกพื้นและเสียงกระอักเลือดดังสนั่นหวั่นไหว ยอดฝีมือหลายคนที่พุ่งทะยานมาด้วยความเร็วดุจสายฟ้า พลันร่วงหล่นลงมากองกับพื้นดินราวกับถูกภูเขาทั้งลูกกดทับ กระดูกทั่วร่างแตกละเอียด แรงกดดันจากค่ายกลอักขระไม่อาจต้านทานด้วยพละกำลังหรือลมปราณดิบเถื่อนได้ ยิ่งพวกมันดิ้นรนโคจรปราณมากเท่าใด อักขระเหล่านั้นก็ยิ่งซึมซาบเข้าสู่จุดชีพจรและแผดเผาพลังชีวิตของพวกมันรวดเร็วยิ่งขึ้น "อ๊ากกก! วิชาอักขระประหลาดอันใดกันนี่! ปราณวิญญาณของข้า... กำลังถูกสลาย!" ผู้อำนวยการอาวุโสผู้หนึ่งแห่งสำนักอัคคีผลาญสวรรค์แผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่ร่างของเขากำลังจมลงไปในพื้นดินที่แปรสภาพเป็นโคลนตมแห่งพลังหยิน หลี่เฟยทอดสายตามองภาพนั้นด้วยความเรียบเฉย ไร้ความเย่อหยิ่งแต่เปี่ยมด้วยความเด็ดขาด เขาค่อยๆ ก้าวเดินลงมาจากกิ่งสน ราวกับกำลังเดินอยู่บนบันไดขั้นสรวงสวรรค์ ทุกย่างก้าวสร้างแรงสั่นสะเทือนในจิตใจของศัตรูที่เหลือรอด ทว่า ในขณะที่สถานการณ์ทุกอย่างกำลังอยู่ในกำมือของหลี่เฟยนั้นเอง ท้องน้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วดั่งคลื่นยักษ์ในมหาสมุทร แรงกดดันระดับมหาเทพที่แท้จริงแผ่ซ่ายลงมาจากยอดเขาสูงเสียดฟ้า ไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัวทำให้แมลงและสัตว์อสูรทั่วทั้งหุบเขาหมื่นอสูรต่างหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว เซียนอวิ๋นซีที่กำลังนั่งหลับตานิ่งพลันลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน ใบหน้าขาวซีดเผือด นางพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่กลับเซถลาเกือบทรุดลงกับพื้น ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี "หลี่เฟย... ระวัง! นั่นคือ... 'ราชันโลหิต' บรรพจารย์ขั้นทะลวงขอบเขตอมตะที่ปิด The seclusion มาสามร้อยปี!" หลี่เฟยชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า รอยยิ้มสบายๆ ที่มุมปากค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยแววตาที่จริงจังขึ้นมาบ้าง ทว่าหาได้มีความกลัวไม่ มีเพียงประกายความท้าทายในวิถีกระบี่และอักขระ เบื้องบนเมฆดำทมิฬ ร่างเงาสีแดงฉานร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติ อากาศรอบตัวแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ สายตาคู่นั้นมองลงมายังหลี่เฟยและเซียนอวิ๋นซีดั่งพญามัจจุราชพิพากษาวิณญาณ เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังก้องกังวานไปทั่วฟ้าดิน "เจ้าเด็กน้อย... ใช้ค่ายกลเล็กๆ นี้คิดว่าจะขวางวิถีแห่งข้าได้กระนั้นหรือ? ถือว่าเจ้ามีความสามารถไม่เลวทีเดียว... แต่วันนี้ หุบเขาแห่งนี้ จะกลายเป็นสุสานฝังกระดูกของพวกเจ้าทั้งสองคน!" เงาสีแดงนั้นสะบัดมือเพียงครั้งเดียว คลื่นดาบโลหิตขนาดยักษ์ยาวนับพันวาพุ่งแหวกอากาศลงมาตรงหน้าผาที่พวกเขายืนอยู่ราวกับจะผ่าแผ่นดินออกเป็นสองซีก แรงปะทะมหาศาลทำให้ค่ายกลอักขระของหลี่เฟยเริ่มสั่นสะเทือนและเกิดรอยร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด! หลี่เฟยสูดลมหายใจเข้าลึก 1 ครั้ง ดวงตาคมกริบทอประกายแสงสีทองเจิดจ้า เขายื่นมือออกไปข้างหน้า ฝ่ามือเปล่าเปล่าสะบัดวาดอักขระโบราณตัวสุดท้ายที่ซับซ้อนที่สุดลงบนความว่างเปล่า พร้อมกับเอמהเสียงกระซิบเบาๆ ที่ทำให้หัวใจของเซียนอวิ๋นซีหยุดเต้นไปชั่วขณะ "วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์... หาได้ใช้อาวุธในการฆ่าฟันไม่... หากแต่วันนี้ ข้าจะใช้ฟ้าดินนี่แหละ เป็นฝักกระบี่ของข้าเอง!" *เปรี้ยงงงง!* อักขระสุดท้ายเชื่อมต่อกับพลังแห่งดวงดาวบนฟากฟ้า ทันใดนั้นกระบี่แสงสีทองอร่ามขนาดยักษ์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนก็พุ่งทะยานออกจากมิติเบื้องหลังของหลี่เฟย พุ่งสวนทางกับคลื่นดาบโลหิตของราชันโลหิตกลางเวหาอย่างดุเดือดตระการตา! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาแห่งยุทธภพอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะครับ - หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%