วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์•ตอนที่ 6

บันทึกอักขระสาบสูญ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"หากเจ้ายังก้าวเท้าพลาดไปอีกเพียงครึ่งชốnั่นหมายถึงความตายที่ไม่แม้แต่จะมีวิญญาณเหลือให้หวนคืน" น้ำเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำวนใต้ธารน้ำแข็งเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในโถงสุสานโบราณที่อวลไปด้วยกลิ่นไอความตาย เซียนอวิ๋นซีไม่ได้หันกลับมามอง ทว่าปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวของนางกำลังสะบัดวาดไอเย็นสีครามออกเป็นม่านพลังป้องกันอักขระมรณะที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาอย่างดุเดือด เศษซากอิฐศิลาโบราณแหลมคมนับร้อยพุ่งเข้าใส่ทั้งสองจากทุกทิศทาง ทว่าเมื่อปะทะเข้ากับเขตอาคมเหมันต์ของนาง มันก็พลันแปรสภาพกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่างจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หลี่เฟยแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ชายหนุ่มหาได้มีความตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ตรงหน้าแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหอคอยกวาดตามองเสาหินสลักยันต์โบราณแปดต้นที่กำลังหมุนวนสลับตำแหน่งกันอย่างซับซ้อน เขาก้าวเท้าสลับกันอย่างเป็นจังหวะ มือขวาไม่ได้ถือศาสตราวุธใดๆ นอกจากนิ้วชี้ที่ถูกเคลือบไว้ด้วยแสงสีทองเรืองรอง "คุณหนูอวิ๋นซี... หากข้าเดินตามใจเจ้าเกรงว่าเราคงติดอยู่ในค่ายกลอัสนีผสานโลหิตนี่จนวิญญาณสลายกลายเป็นปุ๋ยใต้สุสานไปเสียก่อน" หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลก ทว่าแววตากลับจริงจังอย่างยิ่งยวด "ค่ายกลนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อฆ่า แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อ 'คัดกรอง' ผู้มีสิทธิ์ครอบครองบันทึกอักขระสาบสูญ หากเจ้าใช้พละกำลังทำลายมัน มีแต่จะกระตุ้นให้กลไกด้านในทำงานรวดเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว" เซียนอวิ๋นซีขมวดคิ้วเรียวงามเล็กน้อย นางหันมามองชายหนุ่มข้างกายที่เวลานี้เนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นผงจากการหลบหลีกกลไกเมื่อครู่ ทว่าแววตานั้นกลับทอประกายความมั่นใจอย่างน่าประหลาดใจ นางกัดริมฝีปากบางเฉียบสีชาดอย่างไม่สบอารมณ์นัก ยอดเซียนแห่งหุบเขาเหมันต์ผู้สูงส่งผู้ไม่เคยต้องก้มหัวให้ผู้ใด กลับต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องฝากชีวิตไว้กับการตัดสินใจของบุรุษผู้ไม่อภิมหาปราณผู้หนึ่ง "ถ้าเช่นนั้น... อัจฉริยะเช่นเจ้ามีแผนการอันใดเล่า?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทว่าแฝงไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้ง หลี่เฟยไม่ตอบคำทันที เขายกมือขึ้นวาดอักขระกลางอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาคนธรรมดาจะมองทัน อักษรโบราณสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นทีละตัวๆ หลอมรวมเข้ากับปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา "หันหลังชนกัน... ปล่อยไอเย็นของเจ้าตรึงเสาทิศเหนือและทิศใต้ไว้ ข้าจะใช้อักขระเจาะทะลวงผ่านแกนกลางของค่ายกลนี้ในเวลาสามลมหายใจ" คำสั่งนั้นห้วนสั้นและเต็มไปด้วยอำนาจอันน่าประหลาด เซียนอวิ๋นซีชะงักไปชั่วขณะ นางไม่เคยยอมรับคำสั่งจากผู้ใดมาก่อนในชีวิต ทว่ายามเมื่อแผ่นหลังของนางแนบชิดติดกับแผ่นหลังของชายหนุ่ม ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามากลับทำให้หัวใจที่ด้านชามานานนับร้อยปีของนางสั่นไหวอย่างรุนแรง *ตู้มมม!* แรงระเบิดจากกลไกชุดใหม่สะท้อนสะเทือนไปทั่วทั้งชั้นใต้ดิน หินผาถล่มลงมาปิดกั้นทางออกเบื้องหลังจนมืดมิด เหลือเพียงแสงสีทองจากอักขระของหลี่เฟยและแสงสีครามจากไอเหมันต์ของเซียนอวิ๋นซีที่ส่องประกายแข่งกันท่ามกลางความมืดมิด บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายที่พร้อมจะกลืนกินลมหายใจของพวกเขาทุกเมื่อ "เริ่ม!" สิ้นเสียงคำรามของหลี่เฟย เซียนอวิ๋นซีระเบิดพลังน้ำแข็งระดับเซียนออกมาจนเกิดเป็นพายุเกล็ดหิมะหมุนวนสะท้านฟ้า แช่แข็งเสาศิลาทั้งสองต้นในพริบตา ขณะเดียวกัน หลี่เฟยก็สะบัดนิ้วครั้งสุดท้าย อักขระสีทองนับพันพุ่งพรูราวกับห้วงดาราจักร ทะลวงผ่านจุดอ่อนของค่ายกลโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นศิลาได้อย่างแม่นยำราวดั่งจับวาง *ครืนนน...* เสียงกลไกมหาศาลหยุดชะงักลงในทันที ผืนศิลาเบื้องหน้าแยกออกช้าๆ เปิดเผยให้เห็นห้องลับชั้นในที่ถูกปิดตายมานานนับหมื่นปี กลิ่นอายของคัมภีร์โบราณและพลังปราณบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาจนทำให้ลมหายใจสะดุด ทว่าสิ่งที่รออยู่เบื้องหลังประตูบานนั้นกลับไม่ใช่สมบัติล้ำค่าอย่างที่คิด กลางห้องโถงหินอับทึบ มีร่างของนักพรตโบราณในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ทว่ารอบกายกลับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนอักขระสีเลือดที่ยังคงเปล่งแสงระยิบระยับราวกับยังมีชีวิต และที่น่าตกใจที่สุดคือ... แผ่นหลังของนักพรตผู้นั้น มีรอยกระบี่ลึกลับที่ทิ้งร่องรอยวิชาปราณคุ้นตาอย่างประหลาดปักคาอยู่ เซียนอวิ๋นซีสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อนางมองเห็นรอยกระบี่นั้น "นี่มัน... วิถีกระบี่กลืนนภาของสำนักกระบี่สวรรค์เมื่อสามพันปีก่อน เหตุใดจึงมาปรากฏอยู่ที่นี่ได้?" หลี่เฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปโดยสิ้นเชิง เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างนั้นช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง "ไม่ใช่เพราะสำนักกระบี่สวรรค์หรอกคุณหนูอวิ๋นซี..." หลี่เฟยหยุดยืนห่างจากร่างนั้นเพียงสามก้าว "เพราะว่า... เจ้าของรอยกระบี่ยังไม่ตาย และเขากำลังรอให้พวกเราเดินเข้ามาในกับดักนี้ตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก" ฉับพลันนั้น ดวงตาสีดำสนิทของศพนักพรตโบราณก็ลืมโพรงขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ฉีกกว้างถึงใบหู ขณะที่โซ่ตรวนอักขระสีเลือดระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ และเสียงหัวเราะก้องกังวานดั่งมาจากขุมนรกก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งสุสาน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%