วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์•ตอนที่ 26

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"เจ้าคิดว่าพยัคฆ์ที่สิ้นเขี้ยวเล็บอย่างข้า จะตกเป็นเหยื่อของคนหนุ่มที่หยิ่งผยองในวิชาเล่นแร่แปรธาตุต่ำต้อยเช่นเจ้าได้งั้นรึ?" เสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งกรอบของผู้นำตระกูลหลงดังก้องไปทั่วหุบเขาไร้นาม เขาไม่ได้พุ่งเข้ามาในทันที ทว่ากลับยืนหยัดอยู่บนยอดหินแหลมคม สายตาอาบยาพิษจ้องมองหลี่เฟยราวกับงูพิษที่รอจังหวะฉกกัด ทว่าหลี่เฟยกลับเพียงยืนนิ่งสงบ ดัชนีมือขวาเขียนอักขระล่องหนลงบนอากาศอย่างใจเย็น ราวกับกำลังวาดลวดลายบนผืนผ้าใบแห่งโชคชะตา "ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยอดฝีมือที่ร่วงหล่น... คือการมองข้าม 'ตัวแปร' ที่ตนเองไม่อาจเข้าใจครับ ท่านผู้นำตระกูลหลง" หลี่เฟยกล่าวตอบพลางแย้มยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขามิได้สั่นไหวแม้แต่น้อย เขาสะบัดปลายนิ้วเบาๆ สายลมที่พัดผ่านกลับกลายเป็นเส้นสายของค่ายกลอักขระที่ซ่อนเร้นอยู่ในอากาศ "อวดดีนัก!" ร่างของผู้นำตระกูลหลงพุ่งทะยานราวกับลูกธนูที่หลุดจากคันศร ปราณสีหม่นเข้มข้นรวบรวมไว้ที่ฝ่ามือ หวังจะบดขยี้กระดูกของหลี่เฟยให้เป็นผุยผงในคราเดียว ทว่าวินาทีที่เท้าของเขาสัมผัสลงบนพื้นที่หมายตา ทันใดนั้น... ผืนดินใต้ฝ่าเท้าพลันสั่นสะท้าน อักขระสีทองอร่ามหลายสิบตัวผุดขึ้นจากใต้ผืนทราย ก่อตัวเป็นโดมโปร่งแสงขังเขาไว้ภายใน "ค่ายกลพันธนาการดารา? เจ้า! เจ้าวางกับดักไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" เสียงตะโกนอย่างกราดเกรี้ยวของผู้นำตระกูลหลงดังขึ้น พร้อมกับที่เขาพยายามระเบิดปราณเพื่อทำลายม่านอักขระ แต่ทว่ายิ่งเขาใช้พลังมากเท่าใด แรงกดดันภายในค่ายกลกลับยิ่งบีบคั้นมากขึ้นเท่านั้น หลี่เฟยเดินตรงเข้าไปหาอย่างช้าๆ ก้าวย่างของเขาดูผ่อนคลายดุจเดินชมบุปผาในสวนหลังบ้าน ทว่าในสายตาของนางเซียนอวิ๋นซีที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ออกไปบนกิ่งสนหิมะ นางรับรู้ได้ทันทีว่ากระบี่ในมือของเขานั้นมิได้ถือเพื่อฟาดฟัน แต่ถือเพื่อ 'บัญชาการ' "ผมไม่ได้วางกับดักไว้ที่นี่เพียงที่เดียวครับ" หลี่เฟยหยุดยืนห่างจากม่านค่ายกลเพียงสามก้าว "แต่พื้นที่รอบรัศมีสามลี้แห่งนี้... คือหมากกระดานที่ท่านเดินเข้ามาให้ผมจัดวางด้วยตนเองต่างหาก" เซียนอวิ๋นซีเผลอขยับกายเล็กน้อย นัยน์ตาดั่งเหมันต์ของนางทอประกายความประหลาดใจ นางเห็นหลี่เฟยมิได้ใช้วิชาเซียนระดับสูงทว่ากลับใช้ความเข้าใจใน 'วิถีแห่งสมดุล' มาควบคุมพลังธรรมชาติให้กลายเป็นกรงขัง การคำนวณที่แม่นยำดุจเครื่องจักรทอผ้าสวรรค์เช่นนี้ หากมิใช่คนที่มีจิตใจแน่วแน่และเยือกเย็นกว่าน้ำแข็ง ย่อมมิอาจทำได้ "แผนซ้อนแผนงั้นรึ..." ผู้นำตระกูลหลงพ่นลมหายใจออกทางจมูก ก่อนจะแค่นหัวเราะ "เจ้าคิดว่าค่ายกลขี้ประติ๋วนี้จะกักขัง 'ผู้นำตระกูลหลง' ได้ตลอดกาลหรือ? มิติแห่งเลือดที่ข้าทำพันธสัญญาไว้กำลังจะเปิดออก! เมื่อเวลานั้นมาถึง แม้แต่สวรรค์ก็มิอาจหยุดยั้งข้าได้!" สิ้นเสียงคำราม ท้องฟ้าเหนือหุบเขาพลันเปลี่ยนเป็นสีเลือด ก้อนเมฆทมิฬหมุนวนเข้าหากันเป็นเกลียวคลื่น กลิ่นอายคาวเลือดตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กระแสพลังที่กดทับลงมานั้นหนักอึ้งจนน่าสะพรึงกลัว กระทั่งเหล่านกกาในป่าต่างร่วงหล่นลงสู่พื้นสิ้นใจ "ระวังตัวด้วย หลี่เฟย!" เสียงของเซียนอวิ๋นซีดังแว่วมาตามลม แม้น้ำเสียงจะยังคงความเย็นชาตามวิสัย แต่เนื้อความกลับแฝงไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด หลี่เฟยชำเลืองมองนางเพียงครู่ ก่อนจะหันกลับมายังกรงขัง เขาไม่รีรอช้า กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือวาดวงโคจรเป็นเส้นสายที่ซับซ้อน อักขระนับพันตัวพุ่งเข้าสู่ม่านค่ายกลราวกับฝูงผึ้งรุมตอมน้ำหวาน "ท่านเข้าใจถูกครึ่งเดียวครับ... แต่มิติแห่งเลือดที่ท่านว่ามานั้น มิได้มีไว้เพื่อพาใครออกมา แต่มีไว้เพื่อ 'กลืนกิน' สิ่งที่อ่อนแอกว่าต่างหาก" เขากดดัชนีลงกลางอากาศอย่างแรง "ปิดผนึก... ผสานมิติดับสูญ!" ทันใดนั้น แรงดึงดูดมหาศาลจากค่ายกลพลันย้อนกลับ พลังงานมืดมิดที่ผู้นำตระกูลหลงพยายามอัญเชิญออกมา กลับถูกดูดกลืนเข้าไปในอักขระของหลี่เฟยแทน ร่างของผู้นำตระกูลหลงเริ่มบิดเบี้ยว ดวงตาที่เคยดุร้ายเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อตระหนักว่าแผนของตนถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับศัตรู "เจ้า... เจ้ามันปีศาจ!" "ผมเพียงแค่เป็นนักหมากรุกที่ชอบเล่นตามกติกาของคู่ต่อสู้เท่านั้นครับ" หลี่เฟยตอบเรียบๆ ก่อนจะยกกระบี่ชี้ตรงไปยังหัวใจของผู้นำตระกูลหลงในม่านพลัง ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะปิดฉากชีวิตของผู้ที่พยายามรุกรานตน เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติที่ผู้นำตระกูลหลงสร้างไว้ ไม่ใช่ปีศาจ ไม่ใช่ยอดเซียน แต่เป็นบุรุษที่สวมหน้ากากเงินครึ่งใบหน้าที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ชายปริศนาผู้นั้นวางมือลงบนม่านค่ายกลที่หลี่เฟยสร้างไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หลี่เฟยต้องชะงักฝีเท้า "เจ้าหนู... วิชาอักขระของเจ้าช่างงดงามราวกับลายมือของคนคุ้นเคยที่จากไปนาน... แต่เจ้าลืมไปหรือไม่ ว่ากระดานนี้ไม่ได้มีเพียงเจ้าที่เดินหมากเพียงลำพัง?" หลี่เฟยหรี่ตาลง กระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้น พลังปราณที่เคยนิ่งสงบพลันปั่นป่วนขึ้นมาทันที "ท่านคือใคร?" หลี่เฟยถามเสียงต่ำ บุรุษหน้ากากเงินยิ้มมุมปาก ก่อนจะชักกระบี่เล่มหนึ่งออกมาจากความว่างเปล่า กระบี่ที่แผ่ไอเย็นเยือกสั่นประสาทไม่ต่างจากเซียนอวิ๋นซี แต่มันกลับแฝงด้วยกลิ่นอายของ 'วิถีกระบี่สังหาร' ที่เขาไม่เคยพบพานมาก่อน "คนที่จะมาทวงคืน 'เศษเสี้ยวแห่งวิญญาณ' ที่เจ้าขโมยมาอย่างไรล่ะ..." แล้วสายฝนที่ไร้เค้าลางก็เริ่มโปรยปรายลงมา ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด หลี่เฟยรู้ดีว่าศึกครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการกำจัดศัตรูเก่า แต่คือจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้ากับความลับที่ถูกฝังกลบมานับพันปี ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในยุทธภพแห่งอักขระนี้นะครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%