วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์•ตอนที่ 27

อำนาจที่แท้จริงของเซียน

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"เจ้าคิดว่าความภักดีที่กัดกินจิตวิญญาณของเจ้า คือสิ่งที่เรียกว่ากฎเกณฑ์หรือ?” เสียงของหลี่เฟยดังกังวานท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้น เขาไม่ได้ขยับกายแม้แต่น้อย มือข้างหนึ่งไพล่หลัง อีกข้างจดปลายพู่กันทิพย์ลงบนอากาศ ว่างเปล่า ทว่าอักขระแสงสีทองกลับค่อยๆ ก่อตัวเป็นโครงร่างค่ายกลที่ซับซ้อนและงดงามราวกับผลงานศิลปะของเทพเจ้า เบื้องหน้าของเขา เซียนอวิ๋นซีไม่ได้เย็นชาดั่งน้ำแข็งที่ไร้ความรู้สึกอีกต่อไป นัยน์ตาคู่สวยคู่นั้นสั่นระริกด้วยคลื่นอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ ความหนาวเย็นที่เคยแผ่กระจายรอบกายบัดนี้บิดเบี้ยวกลายเป็นรัศมีอันรุนแรงที่ทำให้อากาศรอบตัวบิดเบี้ยว นางไม่ได้สวมชุดขาวบริสุทธิ์ของสำนักหุบเขาเหมันต์อีกต่อไป แต่เป็นอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มที่ดูคล้ายรัตติกาลลึกล้ำ “กฎเกณฑ์คือคุกที่สร้างโดยผู้ที่อ่อนแอเพื่อควบคุมผู้ที่แข็งแกร่งกว่า” อวิ๋นซีกล่าว เสียงของนางแผ่วเบาทว่าหนักแน่นดุจภูผาหล่นทับ "ข้าแบกรับมันมานานเกินไป... หลี่เฟย ความเยือกเย็นที่ข้าเคยยึดถือ มันไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องความสงบ แต่มันมีไว้เพื่อกักขังตัวตนที่แท้จริงของข้าไว้ในกรงขังแห่งความคาดหวังของผู้อื่น" ฉับพลันนั้น รัศมีปราณเหมันต์รอบตัวนางก็ระเบิดออก ไม่ใช่ไอเย็นที่แช่แข็งทุกสรรพสิ่งแบบเดิม แต่เป็นพลังที่แหลมคมราวกับกระบี่นับหมื่นเล่มที่ถูกซ่อนไว้ใต้ผืนน้ำแข็ง เกล็ดหิมะที่เคยร่วงโรยอย่างสงบนิ่งกลับกลายเป็นคมศาสตราที่หันเข้าหาสำนักหุบเขาเหมันต์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง “เจ้ากำลังจะทำลายรากฐานของตนเอง” หลี่เฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเขียนอักขระตัวสุดท้ายลงไป "หากเจ้าละทิ้งวิถีแห่งเหมันต์ที่บ่มเพาะมานับร้อยปี พลังของเจ้าจะย้อนกลับมาทำร้ายเจ้าเอง" “หากต้องแลกด้วยการสูญเสียวิญญาณไปวันละน้อย ข้าขอเลือกที่จะแตกสลายในมือของคนที่ข้าเชื่อใจ... ดีกว่าต้องอยู่รอดในกรงขังที่ปราศจากสีสันของชีวิต” อวิ๋นซีมองตรงไปยังดวงตาของหลี่เฟย สายตาของนางไม่ได้สื่อถึงความรักเพียงอย่างเดียว แต่มันคือความวางใจอย่างถึงที่สุด ในเสี้ยววินาทีนั้น ผู้อาวุโสแห่งสำนักหุบเขาเหมันต์สามคนเหาะทะยานลงมาจากยอดเขา พวกเขาคือผู้คุมกฎที่มีใบหน้าเรียบเฉย ไร้ความอาวรณ์ ดาบในมือของพวกเขาเปล่งประกายแสงสีฟ้าจางๆ พร้อมที่จะพิพากษาศิษย์ผู้ทรยศ “อวิ๋นซี เจ้ามันบ้าคลั่งไปแล้ว!” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งแผดเสียงก้อง "เจ้ากล้าทรยศต่อกฎสวรรค์ กล้าละทิ้งวิถีเซียนเพียงเพราะคำพูดจอมปลอมของบุรุษไร้สำนักผู้นี้งั้นหรือ?" อวิ๋นซีไม่ได้ตอบคำถามนั้น นางเพียงขยับนิ้วเรียวงาม แสงสีน้ำเงินเข้มรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท กระบี่เหมันต์ในมือของนางที่เคยเป็นน้ำแข็งใสบริสุทธิ์ บัดนี้กลับกลายเป็นมวลพลังงานอันมหาศาลที่หลอมรวมจากหยินหยาง พลังที่แท้จริงของนางไม่ใช่การแช่แข็ง แต่คือการ 'หยุดเวลา' ของสรรพสิ่งในอาณาเขต หลี่เฟยยกยิ้มที่มุมปาก "งดงามมาก... หากเจ้าต้องการปลดปล่อยตัวตน ก็จงทำให้พวกเขาเห็นว่าเซียนที่ไร้กรอบกฎเกณฑ์นั้น น่าสะพรึงกลัวเพียงใด" เขาสะบัดพู่กันในอากาศ ค่ายกลอักขระที่เขาวาดไว้ลอยคว้างออกไป ห่อหุ้มรอบตัวอวิ๋นซี ราวกับเกราะป้องกันที่เสริมพลังของนางให้ทวีคูณเป็นเท่าตัว อักขระสีทองไหลเวียนเข้าสู่ร่างของนางราวกับกระแสน้ำวน การปะทะเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว! ผู้อาวุโสทั้งสามร่ายรำกระบี่ผสานกันเป็นค่ายกล 'ดวงดาราล้อมเหมันต์' ซึ่งเป็นกระบวนท่าที่ร้ายกาจที่สุดของสำนัก แต่ก่อนที่กระบี่เหล่านั้นจะสัมผัสตัวอวิ๋นซี อากาศรอบกายของนางก็หยุดนิ่งไปโดยสมบูรณ์ ทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีสามสิบจั้งถูกแช่แข็งไม่เพียงแค่กายภาพ แต่รวมถึงกระแสปราณที่เคลื่อนไหวในเส้นชีพจรของคู่ต่อสู้ "กฎเกณฑ์ของพวกเจ้า..." อวิ๋นซีเดินผ่านร่างของผู้อาวุโสเหล่านั้นไปอย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าของนางแผ่วเบาราวกับแมว แต่น้ำหนักของมันกลับกดทับลงบนจิตวิญญาณของผู้ที่อยู่โดยรอบ "สิ้นสุดลงแล้ว ณ บัดนี้" เพล้ง! สิ้นเสียงของนาง ร่างของผู้อาวุโสทั้งสามก็กระเด็นถอยหลังไปคนละทิศละทาง เลือดสีสดพ่นออกมาจากปากของพวกเขาพร้อมกับสีหน้าตื่นตะลึง พลังของเซียนอวิ๋นซีในยามนี้ไม่ได้มาจากคัมภีร์ของสำนัก แต่มันมาจาก 'เจตจำนง' ที่เป็นอิสระจากความกลัว ทว่า... ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับคืนมา ท้องฟ้าเบื้องบนกลับแปรปรวนอย่างรุนแรง เมฆดำทะมึนก่อตัวเป็นรูปดวงตาขนาดยักษ์ที่กำลังจ้องมองลงมายังร่างของหลี่เฟยและอวิ๋นซี สายฟ้าสีเลือดฟาดลงมาบนยอดเขาราวกับจะประกาศทัณฑ์สวรรค์ "หลี่เฟย..." อวิ๋นซีแหงนหน้ามองฟ้า พลางกุมมือหลี่เฟยไว้แน่น "มีบางอย่างที่ข้าปิดบังเจ้าไว้... พลังที่ข้าใช้เมื่อครู่ ไม่ใช่ของข้าแต่เพียงผู้เดียว แต่มันเป็นพันธสัญญาโลหิตที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่อยู่หลังม่านฟ้าคู่นี้" หลี่เฟยขมวดคิ้ว มือข้างที่ถือพู่กันสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเขารู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่เก่าแก่และชั่วร้ายกำลังตื่นขึ้นจากใต้ผืนดินที่พวกเขาเหยียบอยู่ และในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปาก เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทิศทางของยอดเขาที่ควรจะร้างผู้คน "ช่างเป็นภาพที่น่าดูชมจริงๆ... การทรยศของเซียนสาวและการกบฏของจอมยุทธ์ผู้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง" ร่างในชุดสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับกระบี่ที่ไม่มีคม แต่มวลอากาศรอบกระบี่นั้นกลับบิดเบี้ยวจนมองเห็นมิติที่ซ้อนทับกันอยู่เบื้องหลัง หลี่เฟยตระหนักได้ทันที... ชายผู้นี้ไม่ได้มาเพื่อหยุดยั้งพวกเขา แต่มาเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากพลังที่อวิ๋นซีเพิ่งปลดปล่อยออกมา ศึกใหญ่ที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ วินาทีนี้ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านอักขระและกระบี่ไปกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%