โลหิตสีดำคล้ำหยดติ๋งลงบนพื้นศิลาเย็นเยียบ กลิ่นอายความตายแผ่พุ่งจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น
"หุ่นเชิดมารโลหิตขั้นเก้า... ดูท่าผู้อาวุโสสำนักมารโลหิตผู้นั้น จะยอมทุ่มทุนสร้างไม่น้อย ถึงกับยอมสละแก่นแท้โลหิตนับร้อยปีเพื่อหล่อหลอมเศษซากกระดูกของยอดฝีมือยุคโบราณขึ้นมา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน หลี่เฟยยืนไขว่ห้างอยู่บนยอดเสาหินอัคคี แววตาของเขาคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนเร้นในฝัก มือข้างหนึ่งยกขึ้นวาดอักขระสีทองกลางอากาศอย่างไม่รีเวลาร้อนรน แม้เบื้องล่างจะมีเงาร่างมหึมาสูงสามเชียวกำลังคำรามก้องด้วยความกระหายเลือด ร่างกายของมันปกคลุมด้วยเกล็ดโลหิตสีแดงฉานและควันไอนรกที่กัดกร่อนทุกสรรพสิ่งจนสลายเป็นจุล
เซียนอวิ๋นซีซึ่งยืนอยู่บนยอดผาน้ำแข็งเบื้องหลัง ปลายกระบี่เหมันต์ในมือสั่นระริกเล็กน้อย ละอองความเย็นจัดแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนหยาดน้ำค้างแข็งตัวกลางอากาศนางมิได้ขยับกายเข้าไปช่วยทันที เพราะนางรู้ดีว่า... บุรุษผู้นี้ไม่เคยต้องการความช่วยเหลือในยามที่เขาตั้งใจจะลงมือ
"หลี่เฟย ระวังกระดูกโลหิตนั่น มันมีอาคมสถิตวิญญาณอาฆาตอยู่พันปี หากถูกมันสะบัดโดน แม้แต่ปราณคุ้มกายระดับหลอมรวมวิญญาณก็ยังแหลกสลายได้ในพริบตา" น้ำเสียงใสเย็นดั่งธารน้ำแข็งเอ่ยเตือน แม้จะพยายามรักษาความเยือกเย็นตามวิถีแห่งเซียน แต่แววตาคู่สวยกลับซ่อนความห่วงใยไว้ลึกซึ้งอย่างปิดไม่มิด
หลี่เฟยเพียงแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความทะนงตนและความเชื่อมั่นในวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ของตนเอง "วางใจเถอะอวิ๋นซี ในสายตาของข้า หุ่นเชิดที่ไร้จิตวิญญาณที่แท้จริง ก็เป็นเพียงหุ่นกระบอกที่ถูกชักใยด้วยกิเลส ตราบใดที่ผู้ควบคุมยังซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง มันก็เป็นเพียงแค่สวะที่รอวันถูกกวาดล้างเท่านั้น"
สิ้นเสียงคำว่า 'เท่านั้น' ร่างของหุ่นเชิดมารโลหิตก็พุ่งทะยานเข้าหาด้วยความเร็วเหนือเสียง กรงเล็บมหึมาแฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่ฉีกกระชากมิติให้ปริแตก อากาศรอบด้านกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แรงกดดันมหาศาลกดทับจนพื้นศิลาใต้เท้าหลี่เฟยยุบตัวลงเป็นหลุมลึก
ทว่า หลี่เฟยกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้ว
*ฟุบ!*
นิ้วเรียวยาวสะบัดวาดอักขระตัวสุดท้ายกลางอากาศ อักษรโบราณสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นราวกับดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน นั่นคือ "ยันต์ลบล้างวิญญาณ" — เคล็ดวิชาโบราณที่สาบสูญไปนับหมื่นปี ซึ่งมีอานุภาพในการตัดขาดความเชื่อมโยงระหว่างร่างหุ่นเชิดกับจิตมารที่บงการอยู่เบื้องหลังโดยตรง!
"สลาย!"
แสงสีทองพวยพุ่งออกมาราวกับคลื่นกระบี่นับหมื่นเล่ม พุ่งเข้าปะทะกับร่างมหึมาของหุ่นเชิดมารโลหิตอย่างจัง ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น ไม่มีแรงปะทะที่รุนแรงจนแผ่นดินสะเทือน มีเพียงเสียง "ฟิ้ว..." คล้ายสายลมพัดผ่านร่างของหุ่นเชิดมารโลหิตตัวนั้น
ร่างที่เต็มไปด้วยเกล็ดโลหิตหนาเตอะหยุดชะงักลงกลางอากาศ ดวงตาสีแดงฉานที่เคยลุกโชนด้วยเพลิงแค้นค่อยๆ หม่นแสงลง ควันสีดำที่พวยพุ่งออกมาถูกชำระล้างจนสะอาดหมดจดด้วยอานุภาพแห่งอักขระทองคำ ก่อนที่ร่างมหึมานั้นจะแตกสลายกลายเป็นผุยผงปลิวไปตามสายลม ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้มาก่อน
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมหุบเขาอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและกลิ่นอายจางๆ ของพลังปราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่
เซียนอวิ๋นซีลอบถอนหายใจในความโล่งอก นางมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางเศษฝุ่นผงด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ในยุทธภพนี้ มีผู้ใดบ้างสามารถจัดการกับหุ่นเชิดมารโลหิตขั้นเก้าได้โดยไม่ต้องชักกระบี่ออกจากฝักแม้แต่กระบี่เดียว? มีเพียงเขา... หลี่เฟย ผู้เด็ดเดี่ยวและไร้พ่ายผู้นี้
"เจ้าใช้พลังวิญญาณสิ้นเปลืองไปไม่น้อยเลยกระมัง" นางเอ่ยเบาๆ พร้อมกับเหินร่างลงมาจากยอดผาน้ำแข็ง นำขวดหยกบรรรจุโอสถทิพย์ยื่นให้เขาด้วยกิริยาที่พยายามสงวนท่าที
หลี่เฟยหันกลับมาสบตากับนาง แววตาคมกริบทอประกายความอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่ง เขาเอื้อมมือไปรับขวดหยกนั้นโดยปลายนิ้วสัมผัสโดนมือเรียวเย็นเฉียบของนางโดยบังเอิญ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวหนังเข้าสู่หัวใจที่เย็นชาดั่งเหมันต์ของนาง จนเซียนอวิ๋นซีต้องรีบชักมือกลับด้วยความเขินอาย ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างหาได้ยากยิ่ง
"เพื่อรอยยิ้มของยอดนางเซียนแห่งหุบเขาเหมันต์ ต่อให้ต้องผลาญพลังวิญญาณจนหมดสิ้น หลี่เฟยผู้นี้ก็หาได้เสียดายไม่" เขาเอ่ยหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"วาจาเจ้าเล่ห์..." นางพึมพำเบาๆ พร้อมกับเบือนหน้าหนีซ่อนรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและอบอวลไปด้วยความหวานล้ำ ทันใดนั้น ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เคยกระจ่างใสกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆหมอกสีเลือดอย่างกะทันหัน แรงกดดันระดับ "บรรพชนขั้นทะลวงขอบเขต" แผ่พุ่งลงมาจากฟากฟ้า ราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่าของพวกเขาทั้งสอง
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าสีดำสนิทผ่าลงมาตรงหน้าพวกเขา ห่างออกไปไม่ถึงสามจัตุรัส ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ฮ่าๆๆๆ... ดี! ยอดเยี่ยมมาก เจ้าหนูตระกูลหลี่ เจ้าทำลายหุ่นเชิดของข้าได้ แต่อย่าลืมว่า... ชีวิตของเจ้านั้น มีค่าพอกับวิญญาณโลหิตที่เจ้าเพิ่งจะปลดปล่อยไปหรือไม่!"
หลี่เฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งคมกริบ เขายื่นมือขวาออกไปช้าๆ แล้วแตะลงบนด้ามกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอว...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านอักขระและกระบี่ไปกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
หมึกทองคำข้ามภพ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์•ตอนที่ 28
ยันต์ลบล้างวิญญาณ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กับยอดนางเซียนผู้เย็นชาดั่งเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!