เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับกลิ่นไอฟรุ้งของกาแฟคั่วบดเข้มข้นในห้องทำงานกว้างขวางของไซต์งานก่อสร้าง ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึมครึมระหว่างคนทั้งสองเบาบางลงได้เลยแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบของธรรศยังคงจ้องมองแผ่นหลังบางของวิศวกรสาวที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้สักทอง รินรดาไม่ได้สะทกสะท้านต่อแรงดึงดูดอันดิบเถื่อนที่เขากำลังแผ่ซ่านออกมาครอบ the room เธอขยับตัวออกจากวงแขนแข็งแรงที่โอบรัดเอวเธอไว้เมื่อครู่เพียงเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉียบหันกลับมาประจันหน้ากับเขา ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังและดื้อรั้นจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของเจ้าถิ่นอย่างเขา
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ ธรรศ..." น้ำเสียงของเธอราบเรียบเย็นชา ทว่าแฝงความสั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วเรียวของเธอเลื่อนผ่านหน้าจอแท็บเล็ตที่เปิดไฟล์บัญชีวัสดุก่อสร้างชุดล่าสุดค้างไว้
ธรรศแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างไม่ให้ตั้งตัว กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดแบบผู้ชายดิบเถื่อนโชยเข้าแตะนาสิกจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ มือหนายื่นข้ามไหล่บางไปกดปิดหน้าจอแท็บเล็ตนั้นลงเสียงดัง *ปึ้ง* จนเธอสะดุ้งสุดตัว
"เกมเหรอ... รินรดา คุณต่างหากที่กำลังขุดหลุมฝังตัวเองโดยไม่รู้ตัว" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาอย่างดุดัน ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับแก้มเนียน "บัญชีพวกนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่คุณควรเอาหัวสมองอันแสนฉลาดของคุณมารื้อฟื้น"
"แต่มันเป็นหน้าที่ของฉัน!" เธอสวนกลับทันควัน นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความถือดี "ในฐานะวิศวกรคุมโครงการ ฉันมีสิทธิ์ตรวจสอบทุกเม็ดทุกบาทที่จ่ายออกไป และตัวเลขเหล็กเส้นกับปูนซีเมนต์ในล็อตล่าสุด มันไม่สอดคล้องกับหน้างานจริงเลยแม้แต่น้อย ปริมาณมันหายไปเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์... คุณเอาไปซุกไว้ที่ไหน หรือว่ามันถูกเปลี่ยนเป็นเงินทอนเข้ากระเป๋าใครบางคนไปแล้ว"
คำพูดที่พุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษทำให้ดวงตาคมกริบของธรรศวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ปฏิเสธแถมยังโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ฉลาดเกินไป... มักจะอายุสั้นนะ คุณวิศวกรหน้าตาย"
มือหนาเลื่อนลงมาบีบปลายคางมนของเธอให้เงยขึ้นบังคับให้สบตา แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอที่จะแสดงถึงอำนาจเหนือกว่าที่เธอบ่ายเบี่ยงไม่ได้ รินรดาพยายามฝืนเกร็งคอขัดขืน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล แรงปะทะระหว่างความเย่อหยิ่งของเธอและความดุดันไร้ความปรานีของเขาแผดเผาอากาศในห้องจนแทบหายใจไม่ออก
"ปล่อยนะ..." เธอพึมพำเสียงลอดไรฟัน พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือของเขา
"ถ้าผมไม่ปล่อยล่ะ... คุณจะทำไม?" ธรรศท้าทาย สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความหวาดหวั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกระด้างของเธอ เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้กลัวเขาในแบบที่คนอื่นกลัว แต่เธอกำลังหวัวใจเต้นแรงเพราะแรงดึงดูดระหว่างเขากับเธต่างหาก
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม สายตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนที่ธรรศจะตัดสินใจทำในสิ่งที่เธอคาดไม่ถึง
มือหนารวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิดติดกับแผงอกแกร่ง ร่างสูงก้มลงประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากอิ่มของเธอทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกมาอีก ความนุ่มนวลไม่ได้ถูกนำมาใช้ในวินาทีนี้ มีเพียงความเร่าร้อน ดิบเถื่อน และรุกไล่อย่างเอาแต่ใจที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นพายุ
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอยกมือขึ้นทุบไหล่หนาและพยายามเบือนหน้าหนี แต่เรียวแรงอันน้อยนิดของผู้หญิงหรือจะสู้แรงมหาศาลของอดีตมาเฟียท้องถิ่นได้ ธรรศใช้มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้านหลังด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะกดริมฝีปากลงลึกล้ำและดุดันยิ่งขึ้น เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รสชาติจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อนทำให้สมองของรินรดาขาวโพลน ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงลงจนแทบจะทรุดฮวบคราบพื้น ทว่าอ้อมแขนแข็งแกร่งกลับรั้งเอวเธอไว้แน่นไม่ให้ล้มลงไป
ความโกรธขึงในตอนแรกค่อยๆ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่แล่นพล่านไปตามเส้นประสาท ร่างกายของเธอตอบสนองต่อสัมผัสอันช่ำชองและเปี่ยมด้วยเสน่หาของเขาอย่างน่าละอาย เสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันก้องห้องทำงาน รินรดาเผลอเผยอริมฝีปากตอบรับสัมผัสของเขาอย่างไม่รู้ตัว มือที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำเสื้อผ้าบริเวณอกแกร่งของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว
ธรรศผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย นัยน์ตาคมกริบพินิจมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อจากการรุกรานเมื่อครู่ และหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบถี่ รอยยิ้มพึงใจระบายบนใบหน้าคมคาย นิ้วโป้งเกลี่ยไล่ริมฝีปากอิ่มที่ยังคงสั่นระริกแผ่วเบา
"จำไว้... ว่าอย่าล้ำเส้นเข้ามาในเขตที่ผมหวงห้ามอีก รินรดา" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยคำเตือนที่จริงจังและอันตราย "ไม่อย่างนั้น คราวหน้าผมจะไม่หยุดแค่รอยจูบนี้แน่"
รินรดาหอบหายใจหนักหน่วง เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจที่เธอพ่ายแพ้ให้กับร่างกายตัวเองอีกครั้ง แต่ก่อนที่เธอจะได้สะบัดหน้าหนีและต่อว่าเขา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้องเสียก่อน
*ก๊อกๆๆ!*
ทั้งสองคนชะงัก ธรรศขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดเวลาส่วนตัว ขณะที่รินรดาอาศัยจังหวะนี้บิดข้อมือออกจากพันธนาการของเขาแล้วก้าวถอยหลังไปตั้งหลักที่มุมโต๊ะทำงานทันที
"เข้ามา!" ธรรศตะโกนเสียงเข้มด้วยความหงุดหงิด
ประถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว ปรากฏร่างของลูกน้องคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง สีหน้าซีดเผือดจนผิดปกติ ทำให้บรรยากาศที่เพิ่งร้อนระอุเมื่อครู่เย็นเยียบลงในพริบตา
"นายครับ... แย่แล้วครับ!" ลูกน้องหนุ่มหอบหายใจโยนแฟ้มเอกสารอีกชุดลงบนโต๊ะ "คนของเราที่คลังสินค้าท่าเรือเพิ่งโทรมาแจ้งด่วน... ตู้คอนเทนเนอร์เหล็กเส้นล็อตใหญ่ที่เพิ่งมาถึงเมื่อคืน ถูกเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรบุกเข้าอายัดตรวจค้นแล้วครับ! และ... และในนั้นไม่มีเหล็กสักเส้น มีแต่ปูนทรายผสมหินกรวดถ่วงน้ำหนักไว้ทั้งหมดเลยครับ!"
ธรรศนิ่งงัน ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นด้วยความเหี้ยมเกรียมทันทีเมื่อได้ยินคำรายงาน ขณะที่รินรดาหันขวับกลับมามองหน้าเขาโดยอัตโนมัติ ความตกใจฉายชัดในแววตากลมโตก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นความสงสัยขั้นสุด
ธรรศหันกลับมามองหน้าเธอ ชั่วขณะนั้นเองที่รoman ความเร่าร้อนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดระดับวิกฤต เมื่อความลับที่เขากำลังปกปิดถูกกระชากออกมาต่อหน้าพยานปากเอกอย่างเธอ... และใครบางคนจงใจส่งระเบิดลูกนี้เข้ามากลางวงล้อมของพวกเขา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเผชิญหน้ากับความเร่าร้อนดุเดือดไปด้วยกันนะครับ
วิศวกรถล่มขวัญ กับวิศวกรหญิงหน้าตาย•ตอนที่ 8
พยานปากเอก
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรถล่มขวัญ กับวิศวกรหญิงหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!