เสียงปรบมือช้าๆ สองสามครั้งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมไซต์งานชั่วคราว ร่างสูงใหญ่ของธรรศก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจดจ้องตรงไปยังร่างระหงของรินรดาที่กำลังยืนตัวเกร็งอยู่เบื้องหน้าหัวหน้าคนงานก่อสร้าง
"ดูท่าทาง... เกมของเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงเสียแล้วล่ะครับคุณรินรดา"
ประโยคที่ทิ้งไว้จากค่ำคืนก่อนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่วันนี้... แขกที่ไม่ได้รับเชิญไม่ได้มีแค่คนนอก แต่สายตานับสิบชีวิตของคนงานนับร้อยที่ยืนออกันอยู่หน้าห้องกระจกกำลังจ้องมองมายังพวกเขาทั้งคู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอสวมชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มเพื่อปกปิดความอ่อนล้า แต่แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชากลับไหวระริกด้วยความกรุ่นโกรธ "ที่นี่คือสถานที่ราชการ... เอ้ย ไซต์งานก่อสร้างตามสัญญา ไม่ใช่สนามเด็กเล่นส่วนตัวของคุณนะธรรศ" เธอย้ำเสียงแข็ง พยายามรักษามาارยาทและศักดิ์ศรีของวิศวกรควบคุมงานอย่างสุดความสามารถ
ธรรศแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนไปถึงผนังห้อง เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยระยะห่างที่อันตราย กลิ่นกายผสมผสานระหว่างบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายดินฝุ่นกลางแดดจัดโชยเข้าจมูกจนรินรดาต้องผับลมหายใจ
"สถานที่ราชการเหรอครับ? หรือไซต์งานนรกนี่... ที่ผมเป็นคนกุมกระสุนดินดำและงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ไว้ในกำมือ" มือหนาหยาบกร้านจากการจับประแจและคุมคนงานนับร้อย ยื่นออกไปอย่างอկออาจ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างกกหูของเธออย่างถือวิสาสะ
รินรดาเบี่ยงหน้าหนีตามสัญชาตญาณ แต่ทว่า... ช้าไป
ธรรศคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอ รั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ท่ามกลางสายตาของหัวหน้าคนงานและลูกน้องที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ด้านนอกกระจกใส เสียงซุบซิบเงียบลงทันทีเมื่อถูกสายตาดุดันราวกับเสือร้ายของธรรศกวาดตามองกลับไป
"นายหัว..." หัวหน้าคนงานอ้าปากจะเอ่ยท้วง
"ออกไปให้หมด!" ธรรศตวาดกร้าวโดยไม่ละสายตาจากใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธของหญิงสาวในอ้อมแขน ฝูงคนงานรีบสลายตัวหายลับไปจากหน้าห้องกระจกภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที เหลือเพียงความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น
รินรดาพยายามดันอกแกร่งออกสุดแรง "ปล่อยฉันนะ! คุณบ้าไปแล้วหรือไง มาทำแบบนี้ต่อหน้าคนงานได้อย่างไรศักดิ์ศรีฉัน..."
"ศักดิ์ศรี?" ธรรศทวนคำ น้ำเสียงของเขาทรงอำนาจและเยียบเย็นจนน่ากลัว เขากดน้ำหนักมือที่เอวเธอแน่นขึ้นจนเนื้อตัวแนบสนิท ไม่มีช่องว่างให้หายใจ "คุณคิดว่าก้าวเข้ามาในอาณาจักรของผมแล้ว คุณยังมีสิทธิ์มีเสียงอะไรอีกเหรอครับรินรดา? ผู้หญิงอวดดีจากเมืองหลวงอย่างคุณ... เหมาะกับการถูกสยบให้อยู่ใต้ร่างของผมที่สุดแล้ว"
สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ขึ้นมาตามแนวสันหลัง ทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความโกรธขัดขืนกำลังถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วขึ้นมาจากท้องน้อย เสน่ห์ร้ายกาจและดิบเถื่อนของชายหนุ่มตรงหน้าเปรียบเสมือนหุบเหวที่เธอกำลังก้าวพลาดตกลงไป
รินรดาหอบหายใจถี่กระชั้น เปลือกตาสั่นระริกเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "หยุดนะ..." เธอท้วงเสียงแผ่วเบา แรงขัดขืนเริ่มมลายหายไปทีละน้อยเมื่อริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนมาคลอเคลียอยู่ข้างใบหู
"ผมไม่เคยหยุดในสิ่งที่ผมอยากได้... และคุณ... ก็เป็นของผมตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณกล้าต่อปากต่อคำกับผมแล้วครับ"
เสียงกระซิบพร่าทุ้มราวกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วผิวหนัง ธรรศไม่รอให้เธอได้เอ่ยปฏิเสธอีกต่อไป ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบจູບลงมาบนกลีบปากนุ่มอย่างไร้ความปรานี รสจูบทั้งดุดัน เรียกร้อง และเอาแต่ใจ ดึงเอาสติสัมปชัญญะทั้งหมดของรินรดาให้หลุดลอยไปในความมืดมนของห้วงเสน่หา
มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนขึ้นมาล็อกท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับสัมผัสอันเร่าร้อนอย่างจำยอม ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อสูท ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก ร่างกายของเธออ่อนยวบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันรุนแรงที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างไม่มีวันดับ
ในความมืดสลัวของห้องประชุมที่ปิดทึบ เสียงหอบหายใจและเสียงครางประท้วงในลำคอของรินรดาถูกกลืนหายไปด้วยรสจูบอันดุดันของชายหนุ่ม ธรรศอุ้มร่างบางขึ้นจนเท้าลอยจากพื้น พาเธอก้าวถอยหลังไปจนแผ่นหลังนุ่มแนบชิดกับโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่
เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของเธออย่างตะกละตะกลาม ร่องรอยสีแดงกุหลาบถูกประทับทิ้งไว้บนผิวเนื้อเนียนอย่างจงใจ เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของให้ประจักษ์แก่สายตาใครก็ตามที่กล้าอาจเอื้อมเข้าใกล้เธออีก
"อื้อ... ธรรศ... พอ..." รินรดาครางชื่อเขาออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือเรียวขยุ้มบ่ากว้างของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ทรุดฮวบลงไป
ธรรศเงยหน้าขึ้นจากซอกคอของเธอ แววตาดำมืดเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความกระหาย ปลายจมูกโด่งคลอเคลียกับแก้มเนียนที่แดงก่ำ เขายกยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการจูบ
"นี่เป็นแค่การเริ่มต้น... รอยบนตัวคุณวันนี้ จะบอกให้ไอ้หน้าไหนก็ตามที่คิดจะแตะต้องคุณ... ว่าคุณมีเจ้าของแล้ว"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ตั้งสติจากความวาบหวามที่เพิ่งผ่านพ้นไป เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงตะโกนตื่นตระหนกของหัวหน้าคนงานที่หน้าห้อง
"นายหัวครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... รถบรรทุกหินหน้าไซต์งานพลิกคว่ำ ทับคนงานติดอยู่ข้างล่าง!"
ธรรศชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหันไปมองทางประตูทันที แต่ทว่ามือหนายังคงโอบกอดเอวบางของรินรดาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปไหน
**ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของผมเสมอนะครับ**
วิศวกรถล่มขวัญ กับวิศวกรหญิงหน้าตาย•ตอนที่ 7
ร่องรอยในที่ทำงาน
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรถล่มขวัญ กับวิศวกรหญิงหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!