กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกับกลิ่นดินเปียกชื้นหลังฝนตกอบอวลอยู่ในอากาศยามค่ำคืน รินรดากลั้นหายใจ แผ่นหลังบางแนบสนิทไปกับเสาเหล็กสนิมเขรอะในมุมอับของโกดังร้าง เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะหนักแน่น—จังหวะของคนที่เดินอย่างผู้คุมเกม
ธรรศไม่ได้เดินหาเธอด้วยความโง่เขลา เขากำลังต้อนเธอให้จนมุมด้วยความเงียบเชียบและสัญชาตญาณสัตว์ป่า
รินรดากระชับแฟ้มเอกสารในมือแน่น หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเย็นเยียบจากเหล็กโครงสร้างซึมผ่านเสื้อเชิ้ตบางๆ ของเธอ เธอรู้ดีว่าหากถูกจับได้ในเขตพื้นที่หวงห้ามนี้ ชีวิตของวิศวกรสาวจากเมืองหลวงคงไม่จบแค่การถูกไล่ออก แต่มันหมายถึงการสูญหายไปจากพื้นที่ทุรกันดารแห่งนี้อย่างไร้ร่องรอย
“เล่นซ่อนหาตอนดึกๆ มันไม่ดีต่อสุขภาพหรอกนะ รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของธรรศดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ใกล้จนประชิด แต่ไกลพอที่จะทำให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกเกรียว รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอหมุนตัวกลับหมายจะวิ่งหนีไปทางช่องว่างระหว่างตู้คอนเทนเนอร์ แต่ร่างสูงใหญ่ของเขากลับปรากฏขึ้นดักหน้าไว้เสียก่อน
แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบถี่ๆ สะท้อนให้เห็นแววตาดุดันภายใต้คิ้วหนา ธรรศไม่ได้ดูโกรธเกรี้ยวจนขาดสติ แต่มันคือความนิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น เขาก้าวเท้าเข้ามาหาเธอช้าๆ ทีละก้าว ความสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรของเขาข่มขวัญเธอจนต้องถอยกรูดไปชนกับผนังโกดัง
“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม” ธรรศเอ่ยพลางก้าวเข้ามาจนหน้าอกแกร่งแทบจะชิดกับอกอวบอัดของเธอ “และคุณก็ยิ่งไม่มีสิทธิ์... เข้ามาจุ้นจ้านในเรื่องที่ผมพยายามปกปิดเอาไว้”
“มันเป็นเรื่องของความถูกต้อง ธรรศ!” รินรดาเชิดหน้าสู้ แม้ขาจะสั่นพับๆ “โครงการนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล และคุณก็รู้ดีว่าฉันจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นแค่เพราะคำสั่งของมาเฟียอย่างคุณ”
“คำสั่งของผมเหรอ?” ธรรศแสยะยิ้มที่มุมปาก มือหนาเอื้อมไปล็อกคางมนของเธอให้เงยขึ้น บีบเบาๆ แต่หนักแน่นด้วยอำนาจ “อยากรู้ความจริงนักใช่ไหม? อยากเห็นกับตาใช่ไหมว่าในโกดังนี้มีอะไร?”
เขาลากนิ้วโป้งไล้ผ่านริมฝีปากที่สั่นเทาของเธอ ก่อนจะขยับตัวเข้ามาประชิดจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายเขา กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายแบบผู้ชายดิบเถื่อนทำให้รินรดารู้สึกเหมือนจะขาดใจ ความตึงเครียดที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดทางเพศอันรุนแรงที่พวกเขาต่างรู้อยู่เต็มอกว่ามันอันตรายแค่ไหน
“ถ้าอยากรู้ ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้สาสม” ธรรศกระซิบข้างหู เสียงนั้นแหบพร่าและเปี่ยมไปด้วยตัณหา มืออีกข้างของเขาเลื่อนไปโอบเอวคอดกิ่ว กดร่างบางให้บดเบียดเข้าหาตัวเขาจนไม่เหลือที่ว่างสำหรับอากาศ
รินรดาพยายามผลักอกแกร่งของเขาออก แต่แรงมหาศาลจากฝ่ามือที่กดล็อกแผ่นหลังเธอไว้ทำให้เธอทำได้เพียงแค่สะอื้นในลำคอ “คุณมันสารเลว...”
“สารเลวคนนี้แหละที่จะทำให้อากาศในปอดคุณหมดไป”
ริมฝีปากหนาประกบลงบนปากอิ่มอย่างหิวกระหาย ไม่มีการออมแรง ไม่มีความอ่อนโยน มันเป็นการรุกรานที่ดุดันและเผด็จการ ธรรศบดขยี้เรียวปากเธอราวกับต้องการลงโทษที่เธออาจหาญท้าทายเขา ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในอย่างถือสิทธิ์ รินรดาแทบจะละลายลงไปในอ้อมกอดของเขา มือที่เคยถือแฟ้มเอกสารกลับขยำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้
ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความใคร่ที่พุ่งพล่าน ร่างกายของเธอทรยศต่อสมองที่สั่งให้ต่อต้าน เมื่อฝ่ามือร้อนของเขาเลื่อนต่ำลงไปบีบเค้นสะโพกมนผ่านเนื้อผ้ากางเกงสแล็ค ความซ่านสยิวแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับกระแสไฟฟ้า
ท่ามกลางความมืดมิดของโกดังที่ควรจะเต็มไปด้วยอันตราย กลายเป็นเวทีของความปรารถนาที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ธรรศอุ้มเธอขึ้นจนเท้าลอยพ้นพื้น ก่อนจะพาเดินถอยหลังไปพิงกับโต๊ะเหล็กตัวใหญ่ที่วางอยู่กลางห้อง เสียงสิ่งของหล่นพื้นดังโครมคราม แต่ไม่มีใครสนใจ
เขากระชากกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกจนเม็ดกระดุมหลุดกระเด็น เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว ธรรศฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดกลิ่นกายของเธอราวกับคนคลั่งไคล้
“คุณอาจจะหาทางเปิดโปงผม” ธรรศเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉ่ำปรือของเธอ “แต่คืนนี้... คุณจะเป็นของผมแค่คนเดียว รินรดา”
เขาก้มลงซุกไซ้ความหอมหวานอีกครั้ง ในขณะที่รินรดาทำได้เพียงแหงนหน้าหลับตาพริ้ม กอดรัดลำคอแกร่งไว้แน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมลายหายไป เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่โหยหาการสัมผัสจากชายตรงหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
ท่ามกลางความเร่าร้อนนั้น เสียงกุกกักจากด้านหลังประตูเหล็กของโกดังก็ดังขึ้น... มันไม่ใช่เสียงลมพัด แต่มันคือเสียงฝีเท้าของคนมากกว่าหนึ่งคนกำลังย่างกรายเข้ามา
ธรรศหยุดชะงักกึกทันที เขาสบถเบาๆ ก่อนจะรีบดึงเสื้อผ้าของรินรดาให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว สายตาคมกริบของเขามองไปที่ประตูด้วยความฉงน นี่ไม่ใช่ลูกน้องของเขา... และนั่นหมายความว่าสิ่งที่เขากำลังปิดบังอยู่ กำลังถูก ‘ใครบางคน’ กระชากออกมาเปิดเผยต่อหน้าบุคคลที่สามที่เพิ่งก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างคนคุ้นตาที่ยืนถือปืนจ่อตรงมาที่พวกเขา
“วิศวกรที่รัก... ดูเหมือนว่าเกมไล่ล่าของพวกคุณจะจบลงเร็วกว่าที่คิดนะ”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงนี้ครับ
ธานินทร์แดนเถื่อน
วิศวกรถล่มขวัญ กับวิศวกรหญิงหน้าตาย•ตอนที่ 9
เกมไล่ล่าในยามค่ำคืน
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรถล่มขวัญ กับวิศวกรหญิงหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!