วิศวกรถล่มขวัญ กับวิศวกรหญิงหน้าตาย•ตอนที่ 5

เส้นกั้นระหว่างงานกับราคะ

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นฝนที่ตีเข้ากับไอความร้อนของแผ่นเหล็กคอนเทนเนอร์ ส่งกลิ่นอื้นไอน้ำมันเครื่องและดินโคลนคละคลุ้งไปทั่วในความมืดมิดสนิท ทว่าสิ่งที่น่าตื่นตระหนกยิ่งกว่าความมืดและสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยงลงมาเมื่อครู่ คือเงาร่างสูงใหญ่ของคนที่ก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวอย่างอุกอาจ ร่างนั้นไม่ได้ส่งเสียงเอะอะโวยวาย แต่แรงกดดันจากมวลอากาศที่ถูกแหวกผ่านด้วยไหล่กว้างและก้าวเดินอันมั่นคง ก็เพียงพอจะทำให้รินรดารู้สึกได้ถึงภัยคุกคามที่คืบคลานเข้ามาประชิดตัว แสงวาบจากฟ้าแลบระลอกใหม่สาดส่องผ่านช่องประตูกรอบแคบ เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำฝนและเรือนผมสีเข้มลู่แนบกรอบหน้า ดวงตาคมกริบราวกับเสือดาวในยามล่าเหยื่อคู่นั้นกำลังจ้องมองตรงมายังเธอโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "ธรรศ..." รินรดาหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อบรรยากาศรอบตัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่พุ่งชนกันจนแทบจะหลอมละลายสติสัมปชัญญะของเธอให้แหลکสลาย ฝ่ายชายไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ในทันที เขาก้าวเข้ามาภายในตู้คอนเทนเนอร์อย่างเงียบเชียบ ปิดประตูเหล็กหนาทึบลงเบาๆ เพื่อตัดขาดเสียงกึกก้องของพายุภายนอก เหลือไว้เพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องในพื้นที่แคบๆ "คิดว่าล็อกประตูแล้วจะปลอดภัยจากผมหรือครับ... คุณวิศวกรคนเก่ง" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามในลำคอเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ขยับเข้าประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังเหล็กเย็นเฉียบ รินรดากัดริมฝีปากแน่น พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความเยือกเย็นที่เหลืออยู่ทั้งหมดมาต้านทานแรงกดดันอันมหาศาลนี้ "ที่นี่คือไซต์งาน และนี่คือเวลาส่วนตัวของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์..." "สิทธิ์เหรอครับ?" ธรรศหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ายวนอันตราย มือหนาเอื้อมมาทาบลงบนผนังเหล็กข้างศีรษะของเธอ กักขังร่างบอบบางไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ "ในดินแดนของผม... กฎหมายเดียวที่มีค่าคือความต้องการของผมเอง" ปลายนิ้วหยาบกร้านของชายหนุ่มเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นไม่ได้นุ่มนวล ทว่ากลับร้อนรุ่มจนผิวเนื้อของรินรดาร้อนวาบราถูกไฟลน เธอย่นหัวคิ้วด้วยความไม่พอใจและพยายามเบี่ยงหน้าหนี ทว่ามืออีกข้างของเขากลับรวบเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วดึงรั้งเข้ามาชิดแนบกายอย่างรวดเร็ว แรงปะทะระหว่างร่างกายทำให้ทั้งคู่รับรู้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าที่เปียกชื้น อกแกร่งที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจบีบอัดเข้ากับความนุ่มหยุ่นของเรือนร่างระหง ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์ของการปะทะคารมและการทำงานร่วมกัน บัดนี้เดินทางมาถึงจุดแตกหักที่ไม่อาจย้อนกลับ "ปล่อยฉัน..." รินรดากระซิบเสียงสั่น ขณะที่มือเรียวพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก ทว่ามันกลับไร้ผลโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับพละกำลังอันเหนือกว่า "ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะครับ..." ธรรศก้มลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอระหงทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง "คุณจะทำยังไง จะตบผมอีกสักทีไหม... หรือจะยอมรับเหมือนที่แววตาดื้อรั้นของคุณกำลังร้องบอกผมอยู่กันแน่" คำพูดนั้นจี้ใจดำจนรินรดาชาวาบไปทั้งร่าง เธอยอมรับไม่ได้แม้แต่กับตัวเองว่าลึกๆ แล้ว เธอกำลังโหยหาสัมผัสจากผู้ชายดิบเถื่อนคนนี้มานานเพียงใด ดวงตาสองคู่ประสานกันในความมืดสลัว ความดื้อรั้นท้าทายในแววตาสีเข้มของหญิงสาวค่อยๆ เจือจางลงเมื่อถูกความปรารถนาอันรุนแรงแผดเผาจนมอดไหม้ และในวินาทีที่ธรรศโน้มใบหน้าลงมาประชิด ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้การลังเล มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน ทว่ามันคือการประกาศิตและการครอบครองอันป่าเถื่อน ริมฝีปากหนากดจูบเน้นหนัก บดขยี้ความถือดีและศักดิ์ศรีทั้งหมดของวิศวกรสาวให้แหลکละเอียด รินรดาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ก่อนที่สติอันน้อยนิดจะถูกละลายหายไปกับรสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนจนแทบขาดใจ มือหนาที่เคยทาบผนังเปลี่ยนมาโอบประคองท้ายทอยบังคับให้เธอเงยหน้ารับสัมผัสที่รุกไล่อย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปในลำคอของชายหนุ่ม ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดสนิทแนบจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศผ่าน ความดิบเถื่อนของธรรศผสมผสานเข้ากับความยอมจำนนที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของรินรดา มือบางที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิร์ตชื้นเหงื่อของเขาไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปตามปลายประสาททุกอณู รสชาติของฝน ความร้อน และกลิ่นอายบุรุษเพศหลอมรวมเป็นความลุ่มหลงที่ไร้ทางหนี เมื่อผริมฝีปากออกเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอด ทั้งคู่ต่างหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาของธรรศเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนยิ่งกว่ากองเพลิง ส่วนรินรดาก็มีใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อและชุ่มฉ่ำด้วยพิษเสน่หา "คุณมัน... คนอันตราย..." เสียงหอบกระซิบของเธอเล็ดลอดออกมาอย่างอ่อนแรง "เพิ่งรู้หรือครับ?" ธรรศยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนเกิดรอยกุหลาบจางๆ มือหนาลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสะโพกภายใต้ชุดทำงานอย่างล่วงเกินและเร่าร้อน บรรยากาศในตู้คอนเทนเนอร์แคบๆ ร้อนระอุขึ้นจนแทบหลอมละลาย เสียงพายุฝนด้านนอกกลายเป็นเพียงฉากหลังอันเลือนราง เมื่อโลกทั้งใบของคนทั้งคู่เหลือเพียงสัมผัส เสียงครางแผ่วเบา และแรงขับทางสัญชาตญาณที่กำลังพุ่งทะยานเกินกว่าจะหยุดยั้ง ทว่า ในขณะที่มือหนากำลังปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตตัวนอกของหญิงสาวออกอย่างเชื่องช้าและมั่นคง สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มผ่านช่องกระจกบานเล็กของประตูที่สะท้อนแสงไฟจากรถบรรทุกด้านนอก ธรรศหยุดชะงักกึกทันที ร่างกายกำยำตึงเกร็งขึ้นในเสี้ยววินาที รินรดาที่กำลังเคลิบเคลิ้มลืมตาขึ้นด้วยความงุนงงเมื่อสัมผัสร้อนผ่าวหายไป "มีอะไร..." เธอยังไม่ทันเอ่ยถามจบ ชายหนุ่มก็ยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากของเธอเป็นเชิงห้ามปราม พร้อมกับดึงเสื้อผ้าของเธอให้เข้าที่อย่างรวดเร็วด้วยความเร็วระดับมืออาชีพ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยเสียงตะโกนฝ่าสายฝนเข้ามาจากด้านนอกที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ "หัวหน้าครับ! แย่แล้ว... มีคนบุกรุกเข้าไปในห้องควบคุมระบบหลักของโครงการแล้วครับ!" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรถล่มขวัญ กับวิศวกรหญิงหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%