วิศวกรถล่มขวัญ กับวิศวกรหญิงหน้าตาย•ตอนที่ 4

กลิ่นดินกลิ่นกาย

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เสียงทุ้มต่ำของธรรศกระซิบแนบชิดใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความดุดันเฉพาะตัวแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท จนรินรดาต้องเผลอเกร็งตัวขยับถอยหนี ทว่าพื้นที่ด้านหลังเธอกลับไร้ทางหนี—มีเพียงแผ่นไม้กั้นผนังเย็นเฉียบของตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานชั่วคราวเท่านั้นที่คอยกักขังเธอไว้ ฝนข้างนอกยังคงกระหน่ำซัดสาดใส่หลังคาเหล็กจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว กลบเสียงรอบกายจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองคนที่เต้นรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบจากไซต์งานด้านนอกลอดผ่านรอยแยกของมู่ลี่เข้ามาเป็นริ้วๆ ใบหน้าคมคายดุดันของธรรศอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอราวกับจะควานหาคำตอบในสิ่งที่เธอพยายามซ่อนเร้นมาตลอด "คิดว่าฉันไม่รู้ทันเกมของเธอหรือรินรดา?" เสียงของเขาแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจและแรงกดดันที่ทำเอาลมหายใจของเธอกระตุกวูบ "เธอคิดว่าเข้ามาอยู่ในดงเสือทาสเสือแบบนี้แล้ว จะเล่นเกมเหนือกว่าฉันได้คนเดียวงั้นเหรอ?" "ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดถึงเรื่องอะไร" รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ พยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าแผ่นหลังของเธอจะแนบชิดติดผนังจนสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือก และหัวใจที่เต้นระทึกจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก ทว่าความเย่อหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีก็ยังคงผลักดันให้เธอเชิดหน้าสู้สายตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ฉันมาที่นี่เพื่อตรวจสอบบัญชีโครงการตามหน้าที่ ไม่ใช่มาเล่นเกมตื้นๆ กับคุณ" ทว่าธรรศกลับไม่ปล่อยให้เธอได้ใช้กำแพงความเย็นชามาปกป้องตัวเองอีกต่อไป มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบลงบนผนังข้างศีรษะของเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่งอย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนมืออีกข้างเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้นช้าๆ บังคับให้เธอยิ่งต้องสบตาเขาตรงๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านที่ผ่านงานหนักมาโชกโชนลูบไล้กรอบหน้าเนียนของเธอเบาๆ สัมผัสที่ร้อนผ่าวราถ่านไฟทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นสั่นสะท้านขึ้นมาทันที "ปากเก่งนักนะ... เวลาต่อปากต่อคำกับฉันเนี่ยเก่งนัก แต่ทำไมตัวถึงได้สั่นขนาดนี้ล่ะ หืม?" เขายิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และท้าทายในคราวเดียวกัน "กลัวฉันเหรอ หรือว่า... กลัวใจตัวเองกันแน่?" ประโยคทิ่มแทงใจดำนั้นทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากความเยือกเย็นออกจนหมดจด เธอพยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสอันตรายนั้น ทว่าท่อนแขนแกร่งกลับขยับเข้ามาใกล้ขึ้น ปิดกั้นทุกเส้นทางหนี ร่างกายของเขาร้อนระอุทะลุผ่านเนื้อผ้าชุดทำงานออกมาจนเธอรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผดเผาเข้ามาในร่างกาย ความใกล้ชิดที่มากเกินไปนี้กำลังทำลายสติสัมปชัญญะที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาป้องกันตัวอย่างยากลำบาก "ปล่อยนะ..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามผลักแผงอกกว้างของเขาออกด้วยแรงอันน้อยนิด แต่ทว่าร่างหนากลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งลึกขึ้นเมื่อเห็นดวงตาที่ไหววูบด้วยความตื่นตระหนกของหญิงสาว "ปล่อยเหรอ? ในเมื่อเธอเดินเข้ามาในถ้ำเสือเองถึงที่แล้ว ยังคิดว่าจะเดินออกไปได้ง่ายๆ โดยไม่มีรอยขีดข่วนกลับไปงั้นเหรอทนายสาวตัวแสบ?" เสียงกระซิบของเขานุ่มทุ้ม ทว่าแฝงไปด้วยความอันตรายที่ชวนให้ขนหัวลุก และในขณะเดียวกันก็ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ริมฝีปากหยักได้รูปเคลื่อนเข้าไปใกล้ริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธและหวาดกลัว รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดป่า0อยู่บนพวงแก้ม ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะทาบทับลงมาอย่างไร้ซึ่งการลังเลและปรานี วินาทีที่ริมฝีปากของเขารุกรานเข้ามา ความคิดอันตรายในหัวของเธอก็พังทลายลงในพริบตา ความโกรธขึงและการต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปในอากาศ ถูกแทนที่ด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง รสจูบของเขาไม่ได้นุ่มนวลทว่าเต็มไปด้วยความเร่าร้อน ดุดัน และเรียกร้อง ราวกับต้องการจะกลืนกินตัวตนของเธอให้หลอมละลายไปกับเขา ทว่าในความดิบเถื่อนนั้นกลับซ่อนเร้นความช่ำชองและแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้สมองของเธอบลาน่ามึนงงจนแทบยืนไม่อยู่ เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาควานหาความหวานภายในโพรงปาก บังคับให้เธอต้องเปิดทางรับสัมผัสนั้นอย่างจำยอม รินรดารู้สึกราวกับว่าอากาศรอบตัวกำลังเบาบางลง ทุกลมหายใจของเธอถูกสูบหายไปกับรสจูบที่ทวีความรุนแรงและลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ มือของเขาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางไว้แน่น ดึงรั้งร่างของเธอให้แนบชิดติดกับแผงอกแกร่งจนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามา ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกจากอก เธอพยายามทุบอกเขาเบทเบาเพื่อประท้วง แต่การกระทำนั้นกลับดูไร้เรี่ยวแรงและยิ่งทำให้เขาได้ใจ มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปสอดผสานกับเส้นผมสลวยของเธอ กดท้ายทอยให้เธอแหงนเงยรับรสจูบที่ลึกล้ำยิ่งขึ้นไปอีก สติสัมปชัญญะที่เคยยึดมั่นถือมั่นในความถูกต้องพังทลายลงทีละน้อย ภายใต้สัมผัสที่ร้อนแรงและบ้าคลั่งของชายหนุ่มตรงหน้า ในเสี้ยววินาทีที่ความวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว และเทศกาลแห่งความลุ่มหลงกำลังครอบงำสติสัมปชัญญะจนหมดสิ้นนั้นเอง เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นหวั่นไหวก็ดังผ่าเปรี้ยงลงมาใกล้ตัวอาคารจนตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้สั่นสะเทือนไปทั้งหลัง พร้อมกับแสงไฟนีออนด้านบนที่กะพริบถี่ๆ สองสามทิต1ก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงความมืดมิดสนิทที่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง และในความมืดมิดนั้นเอง ประตูตู้คอนเทนเนอร์ที่ควรจะถูกล็อกสนิท กลับถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับร่างเงาสูงใหญ่ของใครบางคนที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตูท่ามกลางสายฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามา! ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรถล่มขวัญ กับวิศวกรหญิงหน้าตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%