*เปรี้ยะ!*
เสียงโลหะหนาเตอะนับนิ้วบิดเบี้ยวและหลอมละลายจนกลายเป็นสีแดงฉานดังขึ้นสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงคับแคบ กลิ่นไอน้ำมันเครื่องผสมผสานกับกลิ่นโอโซนจากการใช้ความร้อนสูงพวยพุ่งเข้าปะทะจมูกทันทีที่บานประตูเหล็กนิรภัยถูกแรงมหาศาลผลักกระแทกจนหลุดจากวงกบ รินก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณหนึ่งก้าว มือขวาขยับกรอบแว่นโลหะบนสันจมูกให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ดวงตาสีเข้มกวาดมองกลุ่มควันสีเทาที่พรูตัวเข้ามาอย่างใจเย็น ทว่าสมองกลับประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุด
"[ระบบแว่นขยายตรวจพบพลังงานความร้อนระดับ 4,200 เคลวิน... คำเตือน: อุปกรณ์ทำลายล้างนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีของมนุษย์ในโซนสลัมเขต 7]"
ข้อความสีฟ้าเรืองแสงปรากฏขึ้นซ้อนทับกับภาพตรงหน้าผ่านเลนส์ตาของริน เขาไม่รอช้าที่จะยกมือขึ้นวาดอากาศเพื่อเรียกหน้าต่างอินเทอร์เฟซส่วนตัวขึ้นมาตรวจสอบค่าพลังงานรอบกาย ท่ามกลางบรรยากาศอับชื้นและกลิ่นเน่าเหม็นของแหล่งเสื่อมโทรมยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวช่างกดดันเสียจนแม้แต่เสียงลมหายใจยังต้องผ่อนให้เบาที่สุด
"ถอยไป ริน" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกของเวโรนิก้าดังขึ้นข้างกาย อาจารย์สาวในชุดโค้ทกันหนาวสีดำสนิทไม่ได้หันมามองเขา ดวงตาสีอัมพันของเธอจับจ้องไปยังกลุ่มควันที่ค่อยๆ จางลง เธอยกมือเรียวขึ้นระดับอก ฝ่ามือบางปรากฏกลุ่มแสงสีฟ้าดิจิทัลระยิบระยับรวมตัวกันเป็นรูปทรงเรขาคณิตซับซ้อน มันคือ 'โครงข่ายเวทมนตร์ฐานข้อมูล' ทักษะเฉพาะตัวที่เธอใช้ผสานเวทมนตร์เข้ากับรหัสคอมพิวเตอร์ยุคโบราณ
ผ่านม่านควันจางๆ เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเท้าเหยียบย่างเข้ามา เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นปูนซีเมนต์แตกๆ ดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่สม่ำเสมออย่างน่าขนลุก มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนธรรมดา น้ำหนักการลงน้ำหนักและแรงสะเทือนที่ส่งผ่านมายังพื้นห้องบ่งบอกชัดเจนว่าผู้มาเยือนสวมใส่อุปกรณ์เสริมพลังกายระดับสูง หรือไม่... ก็อาจจะไม่ใช่ 'มนุษย์' ตั้งแต่แรก
"อาจารย์ครับ รูปแบบการหลอมโลหะเมื่อครู่... มันตรงกับบันทึกการสังหารหมู่ในคดี 'เงาทมิฬ' เมื่อห้าปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน" รินเอ่ยกระซิบ สายตาคมกริบไม่ละไปจากเงาร่างนั้นแม้แต่วินาทีเดียว นิ้วชี้ข้างซ้ายเคาะเบาๆ ที่ขาแว่น เป็นสัญญาณเชิงตรรกะว่าเขากกำลังวิเคราะห์จุดอ่อนของเป้าหมาย
เวโรนิก้าปรายตามองลูกศิษย์หนุ่มแวบหนึ่ง มุมปากของเธอหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ยากจะคาดเดา "เธอตาไวใช้ได้นี่ ริน... แต่ตอนนี้ สิ่งที่เราต้องกังวลไม่ใช่แค่เรื่องอดีต เพราะเจ้านี่กำลังจะทำให้เราไม่ได้มีอนาคตต่างหาก"
สิ้นคำพูดของเธอ เงาร่างนั้นก็พุ่งทะยานผ่านกลุ่มควันเข้ามาด้วยความเร็วสูงชนิดที่ตาเปล่าแทบมองไม่ทัน! ประกายแสงสีแดงฉานวาบขึ้นในความมืด พร้อมกับเสียงหวีดหิวของอากาศที่ถูกฉีกกระชาก รินหัวใจเต้นรัว แต่มือกลับหยิบแผ่นดิสก์ข้อมูลขนาดจิ๋วขึ้นมาเตรียมพร้อมใช้งานตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกขัดเกลามาจากการไขคดีนับไม่ถ้วน
เวโรนิก้าไม่รอช้า เธอสะบัดมือขวาออกไปเบาๆ โครงข่ายเวทมนตร์ดิจิทัลพุ่งเข้าปะทะกับร่างเงานั้นกลางอากาศ เกิดเสียงระเบิดเบาๆ ดัง *ฟุบ!* แรงปะทะทำให้เงาร่างดังกล่าวสะดุดกึกและต้องถอยหลังไปสามก้าว เปิดโอกาสให้รินได้ใช้ระบบแว่นขยายสแกนรูปลักษณ์ที่แท้จริงของมันในระยะประชิด
ภาพสามมิติสีแดงฉานจำลองโครงสร้างของศัตรูถูกฉายขึ้นในดวงตาของริน มันคือหุ่นยนต์ลาดตระเวนรุ่นดัดแปลงพิเศษ โครงสร้างภายนอกห่อหุ้มด้วยผิวหนังเทียมที่ลอกหลุดจนเห็นแผงวงจรด้านในที่กำลังลุกไหม้ ทว่าสิ่งที่ทำให้รินต้องเบิกตากว้างไม่ใช่ตัวหุ่นยนต์... แต่เป็นสัญลักษณ์รูป 'ดวงตาที่สาม' ที่สลักอยู่ตรงหน้าอกของมัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏในสมุดบันทึกของพ่อแม่ผู้ล่วงลับของเขา!
"หุ่นนี่... มันถูกควบคุมจากระยะไกลด้วยคลื่นความถี่เฉพาะ" รินกัดฟันกรอด ความทรงจำอันเจ็บปวดพรั่งพรูเข้ามาในหัว แต่เขาไม่มีเวลามาจมดิ่งกับอารมณ์ เพราะเวโรนิก้ากำลังส่งเสียงเตือนลั่น
"ริน! มันกำลังจะระเบิดตัวเอง!"
อาจารย์สาวพุ่งตัวเข้ามากอดเอวของเขาแล้วกระโจนหลบไปด้านข้างอย่างเฉียดฉิว แรงระเบิดมหาศาลจากหุ่นยนต์ตัวนั้นแผดเผาห้องโถงจนกลายเป็นทะเลเพลิงย่อมๆ เศษซากเหล็กกระเด็นไปคนละทิศละทาง ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทั้งสองคนกลิ้งไปตามพื้นปูนหยาบๆ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่หลังแนวเสาคอนกรีตเก่าคร่ำคร่า
รินหายใจหอบถี่ เขายันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ พลางปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ก่อนจะหันไปมองอาจารย์สาวที่กำลังยืนขึ้นด้วยท่าทีสงบนิ่ง แม้ว่าปลายเสื้อโค้ทของเธอจะมีรอยไหม้เล็กน้อยก็ตาม
"เราต้องรีบไปจากที่นี่แล้วครับ แหล่งเสื่อมโทรมโซนนี้กำลังจะถูกปิดกั้นสัญญาณ" รินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่หน้าจอระบบแว่นขยายแสดงผลแจ้งเตือนสีแดงกะพริบถี่ว่ากำลังมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายนับสิบกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
เวโรนิก้าพยักหน้ารับน้อยๆ เธอก้าวเท้าเดินนำหน้าเข้าไปในตรอกมืดทึบที่ลึกยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังเขตอุตสาหกรรมร้าง "ตามมาสิ ริน... ถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนส่งของขวัญชิ้นนี้มาต้อนรับเรา"
ทั้งสองเร่งฝีเท้าฝ่าความมืดของแหล่งเสื่อมโทรมไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองความเคลื่อนไหวของพวกเขาจากจอภาพมอนิเตอร์ความละเอียดสูงในตึกร้างฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของบุคคลปริศนา นิ้วเรียวยาวกดปุ่มส่งสัญญาณเสียงบางอย่างไปยังอุปกรณ์สื่อสาร
"เป้าหมายกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่โซน B... เริ่มแผนการ 'ล้างบาง' ได้เลยครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากลุ่มเงาทมิฬนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
เซนเซอร์คดีลับกับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา•ตอนที่ 8
รอยเท้าที่ไร้ตัวตน
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์คดีลับกับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!