เซนเซอร์คดีลับกับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา•ตอนที่ 13

เกมไล่ล่ากลางเมือง

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
เสียงรองเท้าผ้าใบของผมกระทบกับพื้นคอนกรีตเปียกชื้นของตรอกซอกซอยย่านการค้าเขตสามดัง *กัป-กัป-กัป* เป็นจังหวะกระชั้นชิดที่สอดรับกับเสียงเตือนรัวเร็วจนน่ารำคาญจากอินเตอร์เฟซสีฟ้าตรงหน้า *[คำเตือน: ตรวจพบการล็อกเป้าหมายจากโดรนลาดตระเวนสังกัด "บริษัทเนโอ-ลอจิก" จำนวนสามลำในรัศมีห้าสิบเมตร]* *[ระดับภัยคุกคาม: สูงมาก]* *[คำแนะนำ: ทำลายวงจรสื่อสารหรือหาที่หลบซ่อนทันที]* "รู้แล้วน่า ไม่ต้องบอกซ้ำหรอกเจ้า ‘ระบบแว่นขยาย’" ผมพึมพำเบาๆ ขณะพุ่งตัวหลบเข้าไปใต้ชายคาของร้านขายแผ่นเสียงเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอับชื้นของกระดาษและแผ่นเสียงไวนิลลอยปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ อากาศยามค่ำคืนนี้เย็นเยียบจนผมต้องสูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกสติ หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นตัว แต่สมองส่วนตรรกะกลับทำงานด้วยความเร็วสูงราวกับหน่วยประมวลผลควอนตัม เมืองทั้งเมืองในยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่อยู่อาศัยอีกต่อไป แต่มันได้กลายเป็น "กระดานหมากรุก" ขนาดยักษ์ ที่ซึ่งทุกตรอกซอกซอย ทุกกล้องวงจรปิด และทุกสัญญาณไวไฟถูกควบคุมโดยองค์กรที่ต้องการปิดปากพวกเรา ริน... เราจะติดอยู่ที่นี่ไม่ได้" เสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเร่งรีบดังขึ้นจากต่างหูสื่อสารไร้สายที่แนบอยู่กับใบหูข้างขวา เวโรนิก้า... อาจารย์สาวลึกลับผู้เป็นทั้งผู้ชี้นำและสหายร่วมเป็นร่วมตายกำลังวิเคราะห์ข้อมูลจากปลายทางอีกด้านหนึ่ง "ฉันเพิ่งเจาะเข้าระบบควบคุมไฟจราจรของเขตสามได้สำเร็จ... สามวินาทีนี้คือโอกาสเดียวที่คุณจะข้ามถนนสายหลักไปฝั่งตึกร้างได้ วิ่ง!" สิ้นเสียงคำสั่งของเธอ ดวงตาของผมก็กะพริบถี่ เลนส์อัจฉริยะในดวงตาผสานเข้ากับระบบแว่นขยาย เส้นแสงสีฟ้าจำลองวิถีการเคลื่อนที่ปรากฏขึ้นบนลานสายตา คำนวณแรงโน้มถ่วง แรงลม และความเร็วในการวิ่งได้อย่างแม่นยำถึงระดับมิลลิเมตร ผมไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ถีบตัวพุ่งออกจากเงาดำของร้านแผ่นเสียง ท่ามกลางแสงไฟนีออนสีแดงฉานที่สาดส่องลงมาจากป้ายโฆษณาขนาดยักษ์กลางเมือง *ฟ리즈!*—เสียงเครื่องยนต์เจ็ตมินิของโดรนลาดตระเวนรุ่นล่าสุดกรีดร้องแหวกอากาศตามมาติดๆ ลำแสงเลเซอร์สีแดงกวาดผ่านไหล่เสื้อของผมไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร แรงระเบิดเบาๆ จากกระสุนช็อตไฟฟ้าพุ่งชนเข้ากับพื้นถนนตรงจุดที่ผมเพิ่งวิ่งผ่านมาเมื่อครู่ สะเก็ดไฟสีฟ้าแตกกระจายวาววับ "เฉียดฉิวเป็นบ้า..." ผมกัดฟันกรอด ทิ้งตัวสไลด์หลบหลังตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าอัตโนมัติที่จอดทิ้งไว้ริมถนนอย่างหมหมิ่นเหม่ ตรรกะบอกผมว่า การหนีอย่างไร้ทิศทางในเมืองที่ถูกเซ็นเซอร์ทุกตารางนิ้วแบบนี้มีแต่จะนำไปสู่ความตาย พวกมันไม่ได้แค่ไล่ล่า แต่พวกมันกำลัง "ต้อน" เราให้จนมุมไปยังพื้นที่ปิดตายที่พวกมันเตรียมไว้ "เวโรนิก้าครับ ทางฝั่งคุณสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?" ผมเอ่ยถามผ่านไมโครโฟนขนาดเล็กที่ปกปิดอยู่ใต้ปกเสื้อ ขณะที่หูยังคงคอยเงี่ยฟังเสียงใบพัดของโดรนที่กำลังบินวนเวียนอยู่เหนือหลังคาตึกแถว "กำลังยุ่งอยู่กับการแกะรหัสไฟร์วอลล์ชั้นที่เจ็ดของพวกมันค่ะ... เด็กน้อย" เสียงถอนหายใจเบาๆ ของเธอเจือรอยยิ้มที่มุมปาก แม้ในสถานการณ์เป็นตายร้ายดีแบบนี้ เธอก็ยังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้เสมอ "พวกมันใช้โปรโตคอลโบราณที่ฉันเคยเขียนขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน... ช่างน่าขันเสียจริงที่พวกมันคิดว่าสิ่งนั้นจะหยุดฉันได้" "ถ้าอย่างนั้นก็จัดการเปิดทางให้ผมทีครับ ผมมีแผนบางอย่าง..." ผมหรี่ตาลง มองผ่านเลนส์แว่นขยายไปยังโครงสร้างตึกระฟ้าสามสิบชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ตึกนั้นคือสำนักงานใหญ่เก่าของบริษัทเทคโนโลยีที่ล้มละลายไปเมื่อสี่ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการเสียชีวิตของครอบครัวผมพอดี ที่นั่น... ต้องมีเบาะแสอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ "อ๋อ? แผนอะไรล่ะที่ทำให้คุณยอมวิ่งเข้าสู่ปากเสือแบบนั้น?" เวโรนิก้าถามกลับ น้ำเสียงของเธอมีความอยากรู้อยากเห็นเจืออยู่จางๆ "เราไม่ได้วิ่งเข้าหาเสือครับอาจารย์..." มุมปากของผมยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "แต่เรากำลังจะพาเสือเข้าไปติดกับในกรงที่พวกมันสร้างขึ้นเองต่างหาก" ระบบแว่นขยายตรงหน้าผมเริ่มส่งเสียงเตือนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงเตือนภัยสีแดงอันตราย หากแต่เป็นหน้าต่างอินเตอร์เฟซสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับข้อความปริศนาที่ผมไม่ได้เป็นคนเรียกมันขึ้นมา *[แจ้งเตือนระบบภารกิจเสริมระดับ SSS: ค้นพบร่องรอย "โปรแกรมเงา" ในเขตพื้นที่หวงห้าม]* *[เงื่อนไขพิเศษ: หากผู้ใช้สามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์กลางของตึกร้างภายใน 5 นาที ความลับเบื้องหลังการตายของครอบครัวจะถูกเปิดเผยทั้งหมด]* *[คำเตือนจากระบบ: ระวัง... สิ่งที่คุณกำลังตามหา อาจไม่ได้อยากพบคุณในตอนนี้]* ทันทีที่ข้อความนั้นปรากฏขึ้น เสียงสัญญาณเตือนภัยทั่วทั้งเมืองก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ท้องฟ้าจำลองของเมืองที่เคยสว่างไสวด้วยแสงไฟนีออนกลับมืดสนิทลงในพริบตา ราวกับมีใครบางคนหรือ "บางสิ่ง" กำลังสับสวิตช์ปิดระบบการทำงานของเมืองทั้งเมืองลง เพื่อต้อนรับผู้มาเยือนอย่างพวกเรา และในความมืดมิดสนิทนั้นเอง... เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและคุ้นเคยอย่างประหลาด ก็ดังสะท้อนก้องมาจากด้านหลังของผมในระยะประชิด "ทำได้ดีมาก... เจ้าหนูริน ไม่นึกเลยว่าจะลากสังขารมาถึงที่นี่ได้เร็วกว่าที่คาดไว้" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยขึ้น พร้อมกับปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบที่กดแนบลงกับท้ายทอยของผมอย่างแม่นยำ! --- *(เชิงอรรถจากนักสืบแว่นขยาย: บทหน้าเตรียมพบกับการเผชิญหน้าครั้งสำคัญที่ความจริงอันเจ็บปวดกำลังจะถูกเปิดเผย ห้ามพลาดเด็ดขาดนะครับ!)* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์คดีลับกับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%