"ชื่อนั้น... ปรากฏชัดเจนในระบบแล้วใช่ไหมครับ ริน"
เสียงของเวโรนิก้าดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานใต้ดิน แสงสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอโฮโลแกรมสะท้อนลงบนกรอบแว่นทรงกลมของผม เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้ว่าระบบปรับอากาศจะทำงานอย่างเต็มกำลังก็ตาม
นิ้วมือของผมสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อต้องเอื้อมไปแตะปุ่มยืนยันการถอดรหัสขั้นสุดท้าย ข้อมูลไฟล์ดิจิทัลที่ถูกเข้ารหัสลับถึงเจ็ดชั้นของตระกูลริน ซึ่งเป็นเงื่อนปมมืดมนที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตผมเมื่อสิบปีก่อน บัดนี้กำลังถูกคลี่คลายออกทีละเปลาะราวกับกลีบดอกไม้ที่ถูกแง้มด้วยความระมัดระวัง
ในฐานะนักวิเคราะห์ผู้ยึดมั่นในตรรกะและเหตุผลมาตลอด ผมเชื่อเสมอว่าทุกคดีมีความจริงซ่อนอยู่ แต่อุ้งมือที่เย็นเยียบของความจริงในยามนี้กลับบีบรัดหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
"กำลังประมวลผลครับอาจารย์... ระบบแว่นขยายกำลังดึงข้อมูลชุดสุดท้ายจากฐานข้อมูลแม่ข่ายขององค์กร" ผมพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะโหมกระหน่ำไปด้วยคลื่นอารมณ์ที่ยากจะควบคุม
*[ติ๊ง! ตรวจพบข้อมูลชิ้นสำคัญ: 'ไฟล์บันทึกความทรงจำและคำสั่งลับ 001'*
*ระดับการเข้าถึง: สูงสุด (SSS)*
*คำเตือน: การเปิดไฟล์นี้จะปลดล็อกสถานะ 'ผู้สืบทอดโดยชอบธรรม' และดึงดูดความสนใจจากเครือข่ายเป้าหมายทันที]*
หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานกระพริบถี่รัวอยู่เบื้องหน้า เป็นสัญญาณเตือนจากระบบที่บ่งบอกว่า เราได้ก้าวล้ำเข้าไปในเขตอันตรายที่แม้แต่ผู้มีอำนาจในเมืองหลวงก็ยังหวาดกลัว
เวโรนิก้าก้าวเข้ามาใกล้ เธอยื่นมือเรียวบางมาแตะลงบนไหล่ของผมเบาๆ สัมผัสที่เย็นเยียบแต่มั่นคงนั้นช่วยดึงสติของผมให้กลับคืนมา ความเงียบระหว่างเราไม่ใช่ความอึดอัด แต่เป็นความเข้าใจอันลึกซึ้งของคนที่ร่วมผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง อาจารย์สาวผู้ลึกลับคนนี้ไม่เคยเอ่ยปากถามถึงอดีตอันเจ็บปวดของผมตรงๆ มีเพียงสายตาที่คมกราบและพร้อมจะปกป้องอยู่เบื้องหลังเสมอ
"จำไว้, ริน" เวโรนิก้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจัง "ตรรกะจะนำทางนายไปสู่ความจริง แต่มันคือหัวใจต่างหากที่จะตัดสินใจว่านายจะทำอย่างไรกับความจริงนั้น"
ผมสูดหายใจเข้าลึก and พยักหน้ารับช้าๆ
"ครับ ผมเข้าใจดี"
ผมตัดสินใจกดปุ่มยืนยันครั้งสุดท้าย ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน ข้อมูลมหาศาลไหลทะลักผ่านเลนส์แว่นขยายเข้าสู่สมองของผมโดยตรง ภาพเหตุการณ์ในคืนวันนั้น คืนที่คฤหาสน์ของครอบครัวรินถูกเพลิงปริศนากลืนกิน เสียงกรีดร้อง กลิ่นควันไฟ และเงาร่างของใครบางคนที่ยืนมองความพินาศด้วยรอยยิ้มเย็นชา ทุกอย่างปรากฏชัดเจนราวกับภาพรีเพลย์
และในวินาทีนั้นเอง รายชื่อของผู้บงการตัวจริงเสียงจริงก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมกับภาพถ่ายใบหน้าของบุคคลที่ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึก
ดวงตาของผมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ชื่อที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า... มันคือคนที่เราคาดไม่ถึงที่สุด และเป็นคนใกล้ตัวยิ่งกว่าใครในสภาวะแวดล้อมปัจจุบัน
ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานทั้งตึกก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบที่เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยตัวอักษรสีเลือด
*[ประกาศเตือนภัยระดับวิกฤต: ตรวจพบการเข้าถึงระบบจากภายนอก...*
*เป้าหมายกำลังเคลื่อนตัวมายังตำแหน่งนี้*
*ระยะห่าง: 300 เมตร... 200 เมตร... 100 เมตร...]*
เวโรนิก้าหันขวับไปมองที่ประตูทางเข้าทันที ดวงตาคมกริบของเธอเปล่งประกายแสงสีฟ้าจางๆ พร้อมกับที่ไอเวทมนตร์ดิจิทัลเริ่มก่อตัวเป็นเกราะป้องกันรอบกาย
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะมาเร็วกว่าที่เราคำนวณไว้นะครับ ริน" เธอยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความอันตราย
ประตูห้องทำงานถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างเงาดำทะมึนหลายร่างที่ก้าวเข้ามาในความมืด...
---
*(เชิงอรรถจากนักสืบแว่นขยาย: บทหน้าเตรียมพบกับการเผชิญหน้าครั้งสำคัญที่ความจริงอันเจ็บปวดกำลังจะถูกเปิดเผย ห้ามพลาดเด็ดขาดนะครับ!)*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
เซนเซอร์คดีลับกับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา•ตอนที่ 14
หลักฐานชิ้นสุดท้าย
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์คดีลับกับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!