เสียงกระดาษปึกหนาที่ถูกโยลงกระทบพื้นไม้สักทองดังทึบ ทว่าก้องกังวานพอที่จะหยุดลมหายใจของห้องทำงานสถาปนิกในยามวิกาลได้ทันที
อาคเนย์ยังคงนั่งอยู่หลังโต๊ะเขียนแบบ แสงไฟจากโคมไฟสถาปนิกสีดำด้านส่องกระทบสันคมของเอกสารชุดนั้น—รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมของโครงการ "The Heritage" พื้นที่สีเขียวผืนสุดท้ายใจกลางย่านเก่าที่กำลังจะถูกแปลงโฉมเป็นคอนโดมิเนียมหรูหรา
เขายังไม่เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของรอยเท้าที่ก้าวเข้ามาเงียบเชียบ เพราะกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบอังกฤษผสมกลิ่นฝนจางๆ นั้นประกาศความ
"คุณพกนิสัยชอบรื้อค้นของส่วนตัวติดตัวมาตั้งแต่เด็ก หรือเพิ่งมาฝึกเอาตอนที่ทำงานร่วมกับผมกันแน่ครับ คุณอาคเนย์"
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งร่องรอยของการตื่นตระหนก เธอยืนพิงกรอบประตูในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม มือเรียวยาวสอดอยู่ในกระเป๋าเสื้อกั๊ก ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบหน้าม้าปัดข้างมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เหมือนนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้ามุมอับ หรือบางที... อาจจะเป็นเธอกำลังมองกระจกเงาที่สะท้อนตัวตนอีกด้านหนึ่ง
อาคเนย์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ประสานสายตากับเธออย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่ม ผู้ซึ่งเชื่อมั่นมาตลอดว่างานออกแบบคือการสร้างพื้นที่ให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไม่ใช่การฆ่ามันเพื่อผลกำไร
"ผมไม่ได้รื้อค้นครับรินรดา" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนิ่งสนิท "ผมแค่บังเอิญเหยียบไปโดนกระดานพื้นไม้ที่มันผุ... เหมือนกับความน่าเชื่อถือในบริษัทของคุณนั่นแหละครับ มันโยกเยกจนผมต้องก้มลงไปดูให้แน่ใจว่าข้างใต้ความสวยงามที่คุณสร้างขึ้น มันซากปรักหักพังอะไรซุกซ่อนอยู่บ้าง"
รินรดาก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงโต๊ะไม้ตัวกั้น เธอยื่นมือหยิบแฟ้มเอกสารบนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่นออกอย่างใจเย็น ท่าทีที่สุขุมเกินคาดนั้นทำให้อาคเนย์ต้องหรี่ตามองอย่างระแวดระวัง
"คุณคิดว่าคุณถือไพ่เหนือกว่าสินะครับ" รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขเจือปนอยู่เลย "เอกสารฉบับนี้... ถ้าคุณเอาไปยื่นให้สื่อหรือสภาสถาปนิก โครงการนี้จะหยุดชะงัก คุณจะกลายเป็นฮีโร่ผู้พิทักษ์ชุมชน ส่วนบริษัทของผมจะพังพินาศ... นี่คือสิ่งที่คุณวาดฝันไว้ในหัวใช่ไหมครับ อาคเนย์?"
"แล้วมันไม่ใช่ความจริงหรือครับ?" อาคเนย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีอารมณ์ที่คุกรุ่นทำให้อากาศรอบตัวดูเบาบางลง "ตัวเลขการชดเชยที่ดิน การย้ายกลุ่มเปราะบางออกนอกพื้นที่โดยไม่มีมาตรการรองรับ ลายเซ็นอนุมัติปลอมๆ ในหน้าที่สามสิบเอ็ด... คุณขายวิญญาณให้กลุ่มทุนพวกนี้ไปในราคาเท่าไหร่ครับรินรดา ถึงทำให้ผู้หญิงที่เคยพูดเรื่อง 'สถาปัตยกรรมเพื่อมวลชน' ในหอประชุมมหาวิทยาลัยเมื่อสิบปีก่อน กลายมาเป็นมือปราบพื้นที่สีเทาที่ไร้ความปรานีได้ขนาดนี้"
คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลงบนรอยแผลเป็นในอดีต รินรดาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที มือที่ถือแฟ้มเอกสารเกร็งแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แต่เพียงไม่นาน เธอก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนแทบชิดขอบโต๊ะ กลิ่นน้ำหอมประจำตัวยิ่งเด่นชัดขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
"คุณรู้จักฉันน้อยเกินไป อาคเนย์" รินรดากระซิบเสียงเบา แต่ทุกลมหายใจแฝงไปด้วยความเฉียบคม "คุณคิดว่าโลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์สวยหรูเหมือนในแบบร่างโมเดลกระดาษของคุณหรือไงครับ? คนเราจะพูดเรื่องจิตวิญญาณได้ ก็ต่อเมื่อท้องมันอิ่มและไม่มีใครเอาปืนมาจ่อหัวครอบครัว"
เธอเว้นจังหวะ สายตาคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม
"แม่ของฉันติดการพนัน หนี้สินก้อนโตจากบ่อนการพนันในเขตชานเมืองพร้อมจะพ่นไฟใส่บ้านหลังสุดท้ายที่เราเหลืออยู่... ถ้าฉันไม่เซ็นอนุมัติโครงการนี้ ถ้าฉันไม่ยอมเหยียบย่ำพื้นที่สีเขียวที่คุณรัก น้องสาวของฉันคงต้องออกจากมหาวิทยาลัยไปทำงานขัดรองเท้าในผับตั้งแต่วปีที่แล้วแล้วล่ะครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที อาคเนย์ชะงักไป ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ ปมปัญหาในอดีตของเขา—ความล้มเหลวของโครงการที่อยู่อาศัยราคาถูกที่เขาออกแบบแล้วพังทลายลงเพราะการทุจริต—สะท้อนเงาซ้อนทับกับความจริงอันโหดร้ายในชีวิตของหญิงสาวตรงหน้า
ต่างคนต่างมีบาดแผล ต่างคนต่างปกป้องบางสิ่งที่ตนรักด้วยวิธีการที่อีกฝ่ายรังเกียจ
"แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะทำลายบ้านของคนอื่นนับร้อยชีวิต เพื่อต่อชีวิตให้คนแค่สองคนไม่ใช่หรือครับ?" อาคเนย์ถามเสียงอ่อนลง แต่ความมุ่งมั่นในแววตายังคงเดิม
รินรดาสบตาเขานิ่ง เนิ่นนานจนไม่มีใครยอมหลบตา เคมีที่ดึงดูดและผลักไสระหว่างคนทั้งสองทำงานอย่างเงียบเชียบในพื้นที่จำกัดนี้ พวกเขาคือเหรียญคนละด้าน สถาปนิกผู้สร้างกับนักเจรจาผู้ทำลาย ที่ต่างฝ่ายต่างเข้าใจความเปราะบางของกันและกันอย่างลึกซึ้งที่สุด
"ถ้าอย่างนั้น..." รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยแต่มั่นคง "ถ้าคุณแน่ใจว่าคุณถือความถูกต้องเอาไว้ในมือจริงๆ อาคเนย์... ลองเปิดแฟ้มหน้าสุดท้ายดูสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่า ทำไมฉันถึงต้องเดินมาหาคุณที่นี่ในคืนนี้"
อาคเนย์ขมวดคิ้ว เขาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารหนาเตอะบนโต๊ะ นิ้วมือพลิกกระดาษผ่านหน้าแล้วหน้าเล่า จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าสุดท้าย...
หน้าที่ปรากฏภาพถ่ายทางอากาศของโครงการ "The Heritage" พร้อมกับชื่อของผู้ถือหุ้นใหญ่ตัวจริงเสียงจริง—ชื่อที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้บริษัทนอมินีหลายชั้น แต่รหัสผ่านและลายเซ็นกำกับนั้น... เป็นชื่อของคนใกล้ตัวที่สุดในสำนักงานสถาปนิกของอาคเนย์เอง
และในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งจากด้านนอกห้องทำงาน ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดินตึกร้างที่ควรจะว่างเปล่า
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจรอยต่อของอุดมการณ์และผลประโยชน์ไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา•ตอนที่ 10
รอยแยกของการไว้ใจ
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!