กลิ่นอับของความชื้นและฝุ่นผงอิฐมอกร่อนเก่าสะท้อนผ่านลำแสงไฟฉายแรงสูงที่สาดส่องลงบนพื้นคอนกรีต สภาพแวดล้อมภายในซากอาคารพาณิชย์ร้างย่านชานเมืองแห่งนี้ ไม่ต่างอะไรจากหลุมศพทางสถาปัตยกรรมที่ถูกลืมเลือน เช่นเดียวกับความจริงที่กลุ่มทุนพยายามฝังกลบมันไว้ใต้พรมพลาสติกสีเข้มของโครงการคอนโดมิเนียมหรูที่กำลังจะเกิดขึ้น
อาคเนย์ยืนนิ่งอยู่หน้าผนังคอนกรีตเปลือเปล่า รอยร้าวแนวเฉียงที่ลากยาวจากคานชั้นสามลงมาถึงเสาฐานรากบอกเล่าเรื่องราวความล้มเหลวเชิงโครงสร้างที่ถูกปกปิดไว้ด้วยปูนฉาบและสีทับหน้าเมื่อสิบปีก่อน นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือหนังลูบไล้ไปตามรอยแตกนั้น ช้าๆ ราวกับกำลังสัมผัสบาดแผลของคนไข้บนเตียงผ่าตัด
"คุณกำลังเสียเวลา, สถาปัตยกรรมไม่ได้พูดความจริงเสมอไปหรอกนะ อาคเนย์... มันพูดเฉพาะสิ่งที่คนจ่ายเงินอยากให้มันพูดต่างหาก"
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้อง รินรดาปรากฏตัวขึ้นจากเงาสลัวของบันไดหนีไฟ เธอสวมเสื้อโค้ทกันหนาวสีเทาเข้มรับกับบรรยากาศอึมครึม ใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม แต่แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความระแวดระวังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์นักเจรจาผู้ไร้ความปรานี
อาคเนย์ไม่ได้หันไปมองทันที เขายังคงจ้องมองรอยร้าวบนผนังนั้น "ถ้าสถาปัตยกรรมโกหก... มนุษย์ต่างหากที่เป็นคนเขียนบทให้มันโกหก รินรดา คุณตามผมมาทำไม หรือว่าเจ้านายของคุณเริ่มกลัวว่า 'พยานคนสุดท้าย' จะลุกขึ้นมาพูดความจริงขึ้นมาจริงๆ"
รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอับชื้นของตึกร้าง "ฉันไม่ได้มาในฐานะตัวแทนของใครทั้งนั้น ฉันมาเพราะต้องการแน่ใจว่าคุณจะยังไม่ทำอะไรโง่ๆ ที่จะทำลายทั้งชื่อเสียงของคุณเอง... และอนาคตของคนอื่น"
"อนาคต?" อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาเจือความเย้ยหยันที่บาดลึก "คุณหมายถึงผลกำไรบนคราบน้ำตาของคนที่ถูกไล่ที่ หรือหมายถึงเงินปิดปากก้อนโตที่พวกคุณเตรียมไว้ให้อดีตวิศวกรคนนั้นกันแน่"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะจับต้องได้ ช่องว่างระหว่างอุดมการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงถูกบีบให้แคบลงด้วยแรงกดดันจากหลักฐานที่พวกเขากำลังตามหา อดีตวิศวกรผู้ควบคุมการก่อสร้างโครงการนี้เมื่อสิบปีก่อน ผู้กุมความลับทั้งหมดว่าเหตุใดเสาหลักของตึกชุดนี้จึงลดสเปกเหล็กเสริมคอนกรีตลงครึ่งหนึ่ง คือกุญแจดอกเดียวที่จะไขความจริงและหยุดยั้งการอนุมัติผังเมืองสีเทานี้ได้
"คุณคิดว่าเขายังอยากเจอคุณงั้นเหรอ?" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงนัยยะเฉียบคม "สิบปีที่ผ่านมา ชายคนนั้นเลือกที่จะหายตัวไป ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงในห้องเช่าแคաբๆ ทางเหนือ คุณคิดว่าเขาอยากเอาชีวิตรอด หรืออยากเป็นฮีโร่ให้สถาปนิกอีโก้สูงอย่างคุณกันแน่"
"เขาอาจจะไม่ต้องการเป็นฮีโร่..." อาคเนย์หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงไฟฉายอย่างมั่นคง "แต่เขาเป็นมนุษย์ และมนุษย์ย่อมต้องการความสงบก่อนตาย... ซึ่งความสงบนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเขาได้ล้างบาปที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อขึ้นมาเองทั้งหมด"
ก่อนที่รินรดาจะได้ตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงกระแอมเบาๆ ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินมืดทึบด้านหลัง เธอและอาคเนย์ต่างชะงัก หันไปมองพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ
ชายชราในชุดเสื้อแจ็กเก็ตกันลมสีซีด ร่างกายผอมเกร็งจนเห็นโครงกระดูก ใบหน้าย่นยับตามกาลเวลาและร่องความเครียดสะสม ก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาของเขาฝ้าฟางแต่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงขั้นสุด เขาถือแฟ้มเอกสารเก่าๆ สีน้ำตาลแนบไว้ที่อกแน่น ราวกับมันคือเกราะป้องกันชิ้นสุดท้ายในชีวิต
"พวกคุณ... ตามหาผมสินะ" เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
รินรดาขยับตัวเล็กน้อย ราวกับเตรียมพร้อมจะเจรจาด้วยข้อเสนอทางธุรกิจที่ปฏิเสธไม่ได้ ขณะที่อาคเนย์ก้าวเข้าไปหาช้าๆ อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระต่ายตื่นตูม
"คุณคือวิศวกรผู้ควบคุมงานโครงการนี้เมื่อสิบปีก่อนใช่ไหมครับ" อาคเนย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
ชายชราพยักหน้าช้าๆ สายตาเหลือบมองรินรดาก่อนจะกลับมาหยุดที่อาคเนย์ มือที่ถือแฟ้มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "ผมรอวันที่พวกคุณจะมาถึง... แต่ผมไม่คิดว่ามันจะมาพร้อมกับสองฝั่งที่ยืนอยู่คนละฟากฝั่งของความโลภแบบนี้"
เขายื่นแฟ้มสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่ามาข้างหน้า รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ขณะที่อาคเนย์เอื้อมมือออกไปรับมันอย่างระมัดระวัง
แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของสถาปนิกหนุ่มจะสัมผัสโดนกระดาษแผ่นแรก เสียงวิทยุสื่อสารราคาถูกที่เหน็บอยู่ที่เอวของชายชราก็ดังซ่าขึ้นแทรกความเงียบ ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของทุกคนเย็นเฉียบ
*“ลุง... แกเก็บบิลชุดนั้นใส่ซองส่งให้สถาปนิกคนนั้นเถอะวะ จะได้จบๆ กันไปทั้งสองฝ่าย... หรือถ้าแกอยากให้มันจบเร็วกว่านั้น เดี๋ยวฉันส่งคนขึ้นไปช่วยจัดการให้”*
อาคเนย์ชะงักค้าง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองที่ปลายบันไดหนีไฟมืดทึบด้านนอกทันที
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจรอยต่อของความจริงและผลประโยชน์ไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา•ตอนที่ 13
พยานคนสุดท้าย
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!