สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา•ตอนที่ 14

ความลับที่แลกด้วยตำแหน่ง

ผลงานโดย คนมองเมือง
แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์พ่นไอเย็นยะเยือกกระทบกับแววตาที่ไร้ซึ่งความลังเลของรินรดา นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าสีดำสนิทเคาะแป้นพิมพ์ด้วยจังหวะที่แม่นยำและไร้เสียง เสียงเตือนระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์สำนักงานใหญ่ดังขึ้นเป็นจังหวะถี่กระชั้นในโสตประสาท *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...* มันคือเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่อนาคตที่เธอเลือกจะเดิมพันด้วยเกียรติยศและตำแหน่งรองประธานฝ่ายพัฒนาโครงการที่เพิ่งไขว่คว้ามาได้หยาดเหงื่อ ข้อมูลโครงการ "มรดกสีเทา" ขนาดมหึมาถูกถ่ายโอนผ่านฮาร์ดไดรฟ์ขนาดจิ๋ว ปริมาณข้อมูลระดับกิกะไบต์ที่ไหลผ่านแถบสถานะบนหน้าจอเปรียบเสมือนสายเลือดที่กำลังสูบฉีดออกจากร่างของบริษัท อาคเนย์เคยเตือนเธอไว้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชและเวทนาในค่ำคืนวันที่ฝนพรำบนดาดฟ้าตึกร้างว่า *"คุณกำลังขุดหลุมฝังศพตัวเองด้วยมือของนักลงทุนที่คุณคิดว่าพวกเขารักคุณ"* แต่รินรดาไม่มีทางเลือก ครอบครัวและสัญญากู้ยืมค้ำประกันที่ผูกมัดมารดาของเธอไว้กับกลุ่มทุนไร้หัวใจคือโซ่ตรวนที่เธอต้องกระชากมันให้ขาด แม้จะต้องแลกด้วยการเป็นอาชญากรในสายตาของกฎหมายก็ตาม เซิร์ฟเวอร์หลักส่งเสียงพัดลมระบายอากาศคำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังถูกลอบทำร้ายในความมืด รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานประจำตำแหน่งที่โอ่อ่า เงาสะท้อนของเธอในกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพหญิงสาวในชุดสูทสีเข้มที่ดูทรงอำนาจและเปราะบางในคลาดเดียวกัน เอกสารบนโต๊ะทำงานถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยจนเกินไป ราวกับไม่มีสิ่งใดเคยเกิดขึ้น... ยกเว้นแถบความคืบหน้าของการดาวน์โหลดที่ขยับมาถึงตัวเลข 98 เปอร์เซ็นต์แล้ว รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ ความเฉลียวฉลาดที่ใช้เจรจาซื้อขายที่ดินนับพันล้านในวันนี้ ถูกเปลี่ยนมาใช้เพื่อขโมยลมหายใจของบริษัทที่เธอสังกัดอยู่ ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานสถาปนิกชั้นบนสุด อาคเนย์กำลังยืนประจันหน้ากับโต๊ะร่างแบบไม้โอ๊คตัวใหญ่ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบแบบแปลนโครงสร้างตึกระฟ้าที่เขาเป็นคนออกแบบ มันคือลายเส้นที่ทรงพลังและซื่อตรงต่อหลักวิศวกรรม แต่นัยน์ตาของเขากลับเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจอย่างประหลาด สัญชาตญาณของสถาปนิกผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากบอกเขาว่า มีบางอย่างผิดปกติในระบบโครงข่ายข้อมูลของบริษัท การเชื่อมต่อระยะไกลที่ถูกเรียกใช้งานในยามวิกาลเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อาคเนย์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะคว้าสมาร์ตโฟนขึ้นมาเพื่อตรวจสอบระบบเซิร์ฟเวอร์สำรอง หน้าจอแสดงผลแจ้งเตือนการเข้าถึงข้อมูลลับระดับความปลอดภัยระดับสี่จากไอพีแอดเดรสภายในอาคาร รหัสผ่านที่ใช้เข้าระบบไม่ใช่รหัสของฝ่ายไอทีทั่วไป แต่มันคือรหัสผ่านระดับผู้บริหาร... รหัสที่มีเพียงไม่กี่คนในบริษัทนี้เท่านั้นที่ล่วงรู้ และหนึ่งในนั้นคือคนที่เขากำลังคิดถึงอยู่ตลอดหลายวันที่ผ่านมา "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ รินรดา..." อาคเนย์พึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความผิดหวังปนความห่วงใยที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ฝ่ายรินรดา หน้าจอคอมพิวเตอร์เปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มพร้อมข้อความปรากฏขึ้นว่า *Transfer Complete* การดาวน์โหลดเสร็จสมบูรณ์แล้ว เธอถอดฮาร์ดไดรฟ์ขนาดจิ๋วออกจากพอร์ตยูเอสบีอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอกทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดตื่นตัวถึงขีดสุด รินรดาซ่อนฮาร์ดไดรฟ์ไว้ในซับในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างแนบเนียน ก่อนจะก้าวถอยหลังไปยืนสงบนิ่งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นทัศนียภาพของมหานครยามค่ำคืนเบื้องล่าง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง... สั้น หนักแน่น และไร้ซึ่งความลังเล รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ใบหน้าของเธอกลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็งไวก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน ประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของอาคเนย์ที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตู แสงไฟจากโถงทางเดินทาบทับร่างของเขายาวเหยียด แววตาของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยว แต่มันลึกล้ำและอ่านไม่ออก ราวกับเขารู้ทันทุกย่างก้าวที่เธอเดินผ่าน "ดึกป่านนี้แล้ว รองประธานฝ่ายพัฒนาโครงการคนเก่ง ยังนั่งทำงานเอกสารชิ้นสำคัญอะไรอยู่หรือครับ ถึงต้องใช้สิทธิ์เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ระดับลับสุดยอดในยามวิกาลเช่นนี้" อาคเนย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงนัยยะเสียดสีที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ รินรดาก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงาดำของหน้าต่าง รอยยิ้มบางเบาถูกแต่งแต้มบนริมฝีปากอย่างท้าทาย เธอยืนกอดอกมองชายหนุ่มผู้มีอุดมการณ์แรงกล้าตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่มีวันยอมจำนนใครง่ายๆ "บางที... ฉันอาจกำลังตรวจสอบรากฐานของตึกที่คุณกำลังสร้างอยู่ก็ได้นะ อาคเนย์ เพราะฉันไม่อยากให้มันพังทลายลงมาทับใครตายอีก... เหมือนกับอดีตของคุณ" คำพูดนั้นพุ่งเป้าตรงไปยังปมในอดีตของอาคเนย์อย่างแม่นยำ ราวกับมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า อาคเนย์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ความโกรธวาบขึ้นในอกก่อนจะถูกกดให้จมดิ่งลงไปด้วยความนิ่งสงบ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว จนกระทั่งระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงแค่ไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นความตึงเครียดในอากาศลอยอบอวลอยู่รอบตัว "คุณเอาอดีตมาเป็นเกราะกำบังความโลภของตัวเองไม่ได้หรอก รินรดา" อาคเนย์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ เสียงของเขาต่ำพร่าแต่ทรงพลังจนแทบหยุดหายใจ "ส่งฮาร์ดไดรฟ์นั่นมาให้ผมซะ ก่อนที่ผมจะทำให้คุณไม่ได้แม้แต่จะมีโอกาสได้ใช้เงินพวกนั้น" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวในดวงูคู่นั้น มีเพียงประกายความดื้อรั้นและท้าทายที่ทำให้หัวใจของสถาปนิกหนุ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง "ถ้าอยากได้... ก็ลองค้นดูสิครับ ว่าคุณมีความกล้าพอที่จะรื้อถอนความลับของฉันหรือเปล่า" ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยของอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกับระบบไฟฉุกเฉินสีแดงที่กะพริบวาบสลับกันไปมาในห้องทำงาน ประตูห้องที่เปิดอยู่ถูกแรงลมจากการเปิดช่องระบายอากาศดูดจนปิดกระแทกเสียงดังสนั่น และก่อนที่อาคเนย์จะได้เอื้อมมือคว้าแขนเธอไว้ ร่างของรินรดาก็พุ่งหายเข้าไปในความมืดของทางหนีไฟ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและฮาร์ดไดรฟ์จำลองอีกอันที่ตกอยู่แทบเท้าของเขา... พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเบาๆ ที่สะท้อนก้องอยู่ในความมืดมิดของตึกระฟ้าหลังนั้น ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจรอยต่อของความจริงและผลประโยชน์ไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%