เสียงกรรไกรตัดเหล็กอุตสาหกรรมในความเงียบสงบของอาคารร้างยามเที่ยงคืน ไม่ได้เป็นเพียงเสียงของโลหะที่ถูกบิดทำลาย แต่มันคือเสียงสะท้อนของแผนการมูลค่าหลายพันล้านที่กำลังถูกชำแหละอย่างเลือดเย็น
อาคเนย์ยืนนิ่งอยู่หลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ แสงไฟฉายคาดหัวส่องกระทบกับฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ สายตาของสถาปนิกหนุ่มจ้องมองผ่านเลนส์แว่นไปยังจุดวิกฤตของโครงสร้างชั้นใต้ดิน B2 เสาหลักรับน้ำหนักสามต้นถูกเจาะสกัดคอนกรีตออกจนเห็นเหล็กเส้นด้านในที่ถูกตัดทอนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลงครึ่งหนึ่ง นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของผู้รับเหมา และไม่ใช่ความเสื่อมสภาพตามกาลเวลา แต่มันคือ "ความล้มเหลวที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้า" เพื่อให้ตัวอาคารทรุดตัวลงอย่างเป็นธรรมชาติในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เปิดทางให้กลุ่มทุนสามารถกวาดซื้อที่ดินผืนนี้ใหม่ในราคาเศษกระดาษ
"คุณมาช้าไปนิดนะ อาคเนย์... หรือว่ามัวแต่ลังเลอยู่ว่าจะเลือกยืนข้างอุดมการณ์ หรือเลือกความปลอดภัยของตัวเองดีล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง รินรดาก้าวออกมาจากเงาของกำแพงคอนกรีต เธอยังคงสวมชุดสูทสีเข้มเข้ารูปราวกับเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมบอร์ดบริหาร แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเต็มไปด้วยคราบเขม่าและกลิ่นอับชื้นของความโลภ เธอกอดอกมองเขาด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก
อาคเนย์ค่อย ๆ ปิดไฟฉายคาดหัว ความมืดรอบตัวทำให้แสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเพดานสาดกระทบใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขายกบุหรี่ขึ้นจุดโดยไม่สบตาเธอ
"ผมไม่ได้มาเพื่อเลือกข้าง รินรดา" อาคเนย์พ่นควันสีเทาออกช้า ๆ ปล่อยให้มันละลายไปกับบรรยากาศอันอึดอัด "ผมมาเพื่อหยุดความบ้าคลั่งที่คุณกำลังทำอยู่ ตึกหลังนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อพังทลาย มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนได้อาศัยอยู่... คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าสถาปัตยกรรมมีความหมายอะไร"
รินรดาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเยียบเย็นของโลกธุรกิจที่เธอต้องแบกรับไว้บนบ่า
"ความหมายเหรอครับ อาคเนย์? ตลกดีนะที่คุณยังพูดเรื่องนี้ในยุคที่อิฐและปูนมีค่าแค่ตัวเลขบนกระดาษบัญชี ตึกนี้มันตายตั้งแต่เริ่มโครงการแล้วล่ะครับ งบประมาณถูกตัดทอน กฎหมายถูกบิดเบือนตั้งแต่ปลายปากกาของพวกคุณเองด้วยซ้ำ... พวกเราแค่ช่วยเร่งกระบวนการธรรมชาติให้มันจบเร็วขึ้นเท่านั้นเอง"
"แต่ข้างบนนั่น..." อาคเนย์ชี้มือขึ้นไปยังเพดาน "ยังมีชุมชน มีคนที่ฝากชีวิตไว้กับร่มเงาของตึกนี้ ถ้าโครงสร้างตรงนี้ยุบตัวลง คนนับร้อยจะไร้ที่ไป... คุณกำลังเอาชีวิตคนมาแลกกับผลกำไรจากการรีบาวด์ราคาที่ดินเนี่ยนะ"
"โลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความฝันของคุณหรอกนะ อาคเนย์" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่ตัดกับกลิ่นอุ่นของฝุ่นผง เธอเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มด้วยแววตาที่ซ่อนความเจ็บปวดบางอย่างไว้ลึก ๆ "ถ้าฉันไม่ทำโครงการนี้ให้จบตามคำสั่งของบอร์ด... ครอบครัวของฉันก็จะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป คุณคิดว่าฉันอยากเอาชื่อเสียงมาทิ้งไว้กับซากตึกพวกนี้หรือไง?"
บทสนทนาหยุดชะงักลง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความกดดัน อาคเนย์มองลึกล้ำเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว เขาเห็นรอยร้าวในตัวเธอไม่ต่างจากรอยร้าวบนเสาคอนกรีตตรงหน้า ทั้งคู่ต่างเป็นเครื่องมือของระบบที่ใหญ่เกินกว่าจะต้านทาน แต่ในขณะที่รินรดาเลือกที่จะยอมจำนนและเป็นฝ่ายลงมือสังหาร อาคเนย์กลับเลือกที่จะถือคานเหล็กค้ำยันจิตวิญญาณของตัวเองไว้ แม้มันจะหนักอึ้งจนหลังแทบหักก็ตาม
"งั้นเราก็คงคุยกันไม่รู้เรื่อง" อาคเนย์พูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น เขาก้าวเดินไปขวางหน้าเครื่องมือตัดเหล็กไฮดรอลิกที่ถูกวางทิ้งไว้ "ผมได้แจ้งเจ้าหน้าที่และส่งสำเนาผลการตรวจสอบโครงสร้างชุดนี้ไปยังหน่วยงานควบคุมอาคารแล้ว... ก่อนที่คุณจะสั่งให้คนมาทำลายเสาต้นนี้ต่อ ตำรวจน่าจะมาถึงเร็วกว่าที่คุณคิด"
รอยยิ้มบนใบหน้าของรินรดาหายวับไปทันที ดวงตาคู่คมกริบฉายแววตื่นตระหนกชั่วขณะก่อนจะกลับมาควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เธอมองหน้าเขาด้วยความไม่เชื่อสายตา
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง อาคเนย์? การทำแบบนั้น... เท่ากับคุณเผาทิ้งทั้งอาชีพของตัวเองด้วยนะ คุณรู้ไหมว่าใครอยู่เบื้องหลังทุนชุดนี้?"
"รู้สิครับ" อาคเนย์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก "และเพราะผมรู้ ผมถึงยอมแลกทุกอย่าง... เพื่อให้พวกมันรู้ว่า ยังมีสถาปนิกที่ยอมตายคากระดานชนวน ดีกว่าก้มหัวให้พวกคุณ"
บรรยากาศในห้องใต้ดินตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง รินรดากัดริมฝีปากแน่น มือของเธอล้วงลงไปในกระเป๋าเสื้อสูทราวกับกำลังตัดสินใจเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมา เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางบันไดหนีไฟ พร้อมกับแสงไฟฉายวับวามที่สาดส่องเข้ามาในความมืด
ไม่ใช่เสียงของตำรวจอย่างที่อาคเนย์คาดการณ์ไว้... แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่ไร้ระเบียบและเต็มไปด้วยความเร่งรีบของกลุ่มชายฉกรรจ์สวมหมวกไอ้โม่งที่ไม่ได้รับเชิญ
รินรดาหน้าถอดสีทันที เธอหันมามองหน้าอาคเนย์ด้วยความตกใจสุดขีด ผิดกับท่าทีเยือกเย็นเมื่อครู่
"ไม่ใช่ตำรวจ... อาคเนย์ คุณไม่ได้ส่งข้อมูลให้แค่ทางการใช่ไหม?"
อาคเนย์ขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความระแวง เขายังไม่ทันได้ตอบคำถาม ไฟฉายกระบอกแรกก็สาดตรงมาที่พวกเขา พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
"เฮ้ย! จับตัวสองคนนั้นไว้! นายใหญ่สั่งเก็บกวาดให้เรียบ อย่าให้เหลือพยานแม้แต่คนเดียว!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจรอยต่อของความจริงและผลประโยชน์ไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา•ตอนที่ 15
กับดักในแบบร่าง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!