สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา•ตอนที่ 12

พื้นที่สีเทาที่กว้างขึ้น

ผลงานโดย คนมองเมือง
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความชื้นของฝนยามค่ำคืนที่เกาะอยู่ตามกระจกบานใหญ่ของร้านกาแฟกึ่งบาร์ในซอยลับตาคน คือบรรยากาศที่โอบล้อมโต๊ะมุมอับสายตา แสงไฟสีส้มสลัวสาดสะท้อนลงบนแฟ้มเอกสารกระดาษคราฟท์สีน้ำตาลที่ถูกผลักสลับไปมาระหว่างคนสองคน เสียงกระดาษเสียดสีกันเบาๆ คล้ายเสียงลมหายใจที่ถูกกลั้นไว้ "คุณกำลังเล่นกับไฟ อาคเนย์" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าแฝงกระแสเตือนภัยที่คมกริบ ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเงินเรียบง่ายแตะอยู่ที่ขอบแก้วกาแฟ สายตาคมปลาบมองสถาปนิกหนุ่มตรงหน้าผู้กำลังใช้ปลายดินสอ EE กดลงบนแปลนอาคารชุดโครงการริมน้ำอย่างใช้ความคิด อาคเนย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววเย้ยหยันเล็กน้อย อีโก้ในความเป็นมืออาชีพของเขาไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานรับใช้กลุ่มทุนที่เขาเคยเหยียบย่ำอุดมการณ์ "ไฟถ้าควบคุมเป็น มันก็ให้ความอบอุ่นและความสว่างได้ รินรดา" อาคเนย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นัยน์ตากลับแข็งกร้าว "แต่ถ้าปล่อยให้มันลามเลียอย่างไร้ทิศทาง... คนที่เผาผลาญตัวเองก่อนเพื่อน ก็คงไม่ใช่ผม" บทสนทนาเชิงสัญลักษณ์ระหว่างคนทั้งสองดำเนินไปท่ามกลางความเงียบงันของรอบกาย พวกเขาต่างยืนอยู่คนละฟากฝั่งของสมรภูมิอสังหาริมทรัพย์ อาคเนย์คือสถาปนิกผู้ยึดมั่นในโครงสร้างและจิตวิญญาณของพื้นที่ ส่วนรินรดาคือมือเจรจาผู้กุมอำนาจเบื้องหลังการเคลียร์พื้นที่สีเทาให้สะอาดเอี่ยมเพื่อผลกำไรมหาศาล ทว่า ในเวลานี้ เส้นขนานทั้งสองเส้นกลับถูกบิดเบี้ยวให้โค้งมาบรรจบกันด้วยเป้าหมายเดียว—การค้นหาความจริงเบื้องหลังการทุจริตโครงการก่อสร้างที่กำลังจะพรากชีวิตชีวาของผู้คนนับร้อย "คุณคิดจริงๆ หรือว่าเอกสารชุดนี้จะล้มพวกเขากลุ่มนั้นได้" รินรดาเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอเลื่อนแฟ้มเอกสารอีกชุดหนึ่งข้ามมาให้อีกฝ่าย "ข้อมูลที่คุณมี มันเป็นแค่เปลือกนอก อาคเนย์... คุณเห็นแค่รอยร้าวบนผนัง แต่คุณไม่เคยรู้เลยว่าเสาเข็มต้นไหนมันถูกถอนออกไปตั้งแต่ก่อนจะเริ่มตอกด้วยซ้ำ" อาคเนย์รับแฟ้มนั้นมาเปิดดู แสงไฟสลัวสาดกระทบรายชื่อบริษัทนอมิินีและตัวเลขการโอนเงินหลักร้อยล้านที่ซุกซ่อนอยู่หลังบริษัทที่ปรึกษาด้านการออกแบบโครงสร้าง ชื่อของบริษัทที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ปรากฏหราอยู่บนหน้ากระดาษ—บริษัทเดียวกับที่เคยปฏิเสธแบบร่างของเขาด้วยข้อ้างเรื่องงบประมาณเมื่อสามปีก่อน กล้ามเนื้อกรามของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ความทรงจำเกี่ยวกับความล้มเหลวของโครงการที่อยู่อาศัยในอดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว ราวกับรอยแผลเป็นที่ถูกกรีดซ้ำด้วยมีดเล่มเดิม มือที่ถือเอกสารสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความโกรธแค้นที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน "พวกเขาไม่ได้แค่โกงเงินค่าก่อสร้าง..." อาคเนย์พึมพำ น้ำเสียงลอดไรฟัน "พวกเขากำลังสร้างตึกที่พร้อมจะพังลงมาทับชีวิตคนได้ทุกเมื่อ" "ถูกต้อง" รินรดาตอบรับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาของเธอไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเยียบเย็นดังเดิม "และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องร่วมมือกัน... แบบลับๆ เพราะถ้าคนของฉันรู้ว่าฉันเอาข้อมูลนี้ให้คุณ ฉันคงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ และถ้าพวกมันรู้ว่าคุณกำลังขุดคุ้ยเรื่องนี้ คุณก็คงไม่มีโอกาสได้จับดินสอออกแบบตึกไหนอีกเลยในชีวิตนี้" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งคู่ต่างจ้องมองกันและกันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน มันไม่ใช่ความไว้วางใจ แต่มันคือการ "พึ่งพาอาศัย" ระหว่างศัตรูทางอุดมการณ์ สองมืออาชีพที่ฉลาดทันกันและรู้ดีว่าเดิมพันครั้งนี้สูงเกินกว่าจะเดินถอยหลัง "ตกลง" อาคเนย์วางดินสอลงบนโต๊ะ เสียงไม้กระทบกระจกดังชัดเจน "เราจะเริ่มจากตรงไหนก่อน" "รang-An (รang-An Engineering)... บริษัทรับเหมาช่วงที่เพิ่งได้สัมปทานใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน" รินรดากระซิบโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือจางกับกลิ่นฝน "พวกเขากำลังจะย้ายเซิร์ฟเวอร์สำรองข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งหมดไปเก็บไว้ที่โกดังร้างย่านบางนาคืนนี้ตอนเที่ยงคืน" อาคเนย์เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เข็มยาวกำลังเคลื่อนเข้าใกล้ตัวเลขสิบสอง ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ "เที่ยงคืนนี้... เรามีเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง" อาคเนย์กล่าวพร้อมกับปิดแฟ้มเอกสารลงอย่างเงียบเชียบ "ผมจะขับรถนำไปก่อน คุณตามไปห่างๆ อย่าให้ใครสะกดรอยตามมาได้" รินรดากระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งจากนักเจรจาสาวผู้ไร้ความปรานีคนนี้ "ระวังตัวด้วยล่ะ อาคเนย์... ฉันไม่อยากทำงานร่วมกับศพหรอกนะ" "เช่นกันครับ รินรดา" สถาปนิกหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมาสวม ก่อนจะเดินหายออกไปจากร้านในความมืดของค่ำคืน รถยนต์คันสีดำสนิทเคลื่อนตัวผ่านสายฝนที่โปรยปรายลงมาอีกระลอก อาคเนย์ขับรถมุ่งหน้าสู่จุดนัดหมายตามแผนที่วางไว้ หัวใจเต้นระส่ำด้วยความตื่นตัว ทว่าเมื่อเขาเลี้ยวรถเข้าสู่ซอยเปลี่ยวใกล้โกดังเป้าหมาย บรรยากาศรอบตัวกลับผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด—ไม่มีแม้แต่เงารักษาความปลอดภัย ไม่มีรถบรรยากาศของบริษัทเป้าหมาย มีเพียงความเงียบงัดที่น่าสะพรึงกลัวและแสงไฟกะพริบจากเสาไฟฟ้าริมทางที่ใกล้จะพังเต็มที อาคเนย์ดับเครื่องยนต์ นั่งนิ่งอยู่ในความมืดของห้องโดยสารเพื่อประเมินสถานการณ์ สายตากวาดมองไปรอบตัวผ่านกระจกหน้ารถที่เปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำฝน ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านหลังตัวรถ พร้อมกับลำแสงไฟฉายแรงสูงที่สาดส่องทะลุกระจกเข้ามาจนแสบตา เสียงกระแทกของโลหะหนักเข้ากับตัวถังรถดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่กระจกฝั่งคนขับจะแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงกระแทกจากท่อนเหล็ก! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจรอยต่อของความจริงและผลประโยชน์ไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%