สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา•ตอนที่ 4

บทสนทนาใต้แสงไฟสลัว

ผลงานโดย คนมองเมือง
"คุณกำลังเอาศรัทธาไปแลกกับเศษอิฐปูนที่ผุพัง... อาคเนย์" เสียงของรินรดาเจืออยู่ในไออุ่นของควันบุหรี่จางๆ และกลิ่นมอลต์เข้มข้นจากแก้ววิสกี้ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ไม้สักเก่าคร่ำคร่า ร้านกินดื่มลับตาคนย่านตรอกซอกซอยของเมืองเก่าแห่งนี้ไม่มีเสียงเพลงรบกวน มีเพียงเสียงน้ำแข็งกระทบแก้วและเสียงฝนปรอยเม็ดบางเบาที่เคาะกระจกหน้าร้านราวกับจังหวะชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง อาคเนย์ไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มหมุนแก้วทรงเตี้ยในมือช้าๆ ปล่อยให้ของเหลวสีอำพันสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากป้ายหน้าร้าน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องไปที่หญิงสาวฝั่งตรงข้าม ผู้หญิงที่เขาควรจะมองว่าเป็น 'ศัตรู' ทางธุรกิจ แต่กลับกลายเป็นคนที่เขานั่งร่วมโต๊ะด้วยอย่างไร้เหตุผลในยามวิกาลเช่นนี้ "ผมไม่ได้เอาศรัทธาไปแลกอะไรทั้งนั้นครับ รินรดา" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยันตัวเอง "ผมแค่พยายามซ่อมแซมสิ่งที่พวกคุณพยายามจะรื้อถอน... ตึกแถวเก่าๆ ที่คุณเรียกว่าพื้นที่สีเทา เพื่อรอวันเปลี่ยนเป็นคอมมูนิตี้มอลล์หรูหรา มันไม่ใช่แค่เรื่องอิฐปูน แต่มันคือเรื่องราวของคนที่เคยหัวเราะและร้องไห้บนพื้นที่เหล่านั้น" รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอปัดปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มออกอย่างลวกๆ แววตาของนักเจรจาอสังหาริมทรัพย์ระดับพระกาฬวับ โรจน์ด้วยความเหนื่อยล้าที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มพรีเมียม "เรื่องราวเหรอ? น่าขันสิ้นดี..." เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีทึบ ปล่อยให้เงาสลัวอำพรางความอ่อนล้าบนใบหน้า "คุณคิดว่าความทรงจำมันจ่ายค่าเทอมลูกให้ฉันได้ไหม อาคเนย์? มันซื้อยารักษาโรคมะเร็งให้แม่ฉันได้หรือเปล่า? คุณมันก็แค่สถาปนิกโลกสวยที่ติดกับดักความโรแมนติกของสถาปัตยกรรมยุคเก่า โดยไม่เคยลืมตาดูเลยว่า โลกใบนี้มันขับเคลื่อนด้วยตัวเลขบนกระดาษบัญชี ไม่ใช่แปลนตึกที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์กินไม่ได้นั่น" บรรยากาศระหว่างทั้งสองเงียบงันลงชั่วขณะ ความตึงเครียดแผ่ซ่านราวกับประจุไฟฟ้าก่อนสายฝนจะโหมกระหน่ำ บทสนทนาไม่ได้เชือดเฉือนด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว หากแต่เป็นการปะทะกันของตรรกะสองขั้วที่ไม่มีใครยอมใคร อาคเนย์มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ซ่อนความเปราะบางไว้ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งกร้าว เขาจำได้ดีถึงแววตาแบบนี้ แววตาของคนที่กำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าโดยไม่มีสิทธิ์เลือกเส้นทางเดิน "แล้วคุณล่ะ รินรดา..." อาคเนย์วางแก้วลง เสียงกระทบเนื้อไม้ดังชัดเจนในความเงียบ "การก้มหัวให้กลุ่มทุนที่พร้อมจะกวาดล้างชุมชนแออัดเพื่อแลกกับตัวเลขสวยๆ ในบัญชี มันทำให้คุณนอนหลับเต็มตื่นทุกคืนจริงๆ หรือเปล่า?" คำถามนั้นแทงใจดำเข้าอย่างจัง รินรดาชะงักไปชั่ววินาที มือที่กำลังจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดค้างนิ่งอยู่กลางอากาศ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ความเยือกเย็นที่เธอสวมใส่เป็นเกราะกำบังเริ่มมีรอยร้าว "บางครั้ง... คนเราก็ไม่มีสิทธิ์เลือกหรอกว่าเราอยากจะยืนอยู่ตรงไหนของความถูกต้อง อาคเนย์" เธอตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ความมั่นใจทั้งหมดก่อนหน้านี้เหมือนถูกละลายหายไปกับควันบุหรี่ "คุณเกลียดฉันเพราะฉันคือมือมีดที่คอยปาดคอตึกเก่าๆ เหล่านั้น แต่คุณไม่เคยรู้เลยว่า มีดเล่มนั้นถูกจ่ออยู่ที่หลังของครอบครัวฉันตั้งแต่แรกแล้ว" คำสารภาพที่หลุดออกมาท่ามกลางแสงไฟสลัวทำให้อาคเนย์นิ่งงึม เขาเห็นความสั่นไหวในม่านตาของเธอ ความลับที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ภาพลักษณ์หญิงสาวผู้ทรงอิทธิพลในวงการอสังหาริมทรัพย์ ถูกเปิดเผยออกมาเพียงเสี้ยววินาที แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้กำแพงความเกลียดชังของสถาปนิกหนุ่มพังทลายลงครึ่งหนึ่ง เขานิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลเก่าๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้แฟ้มงานของตน เลื่อนมันข้ามโต๊ะไป1ให้หญิงสาวช้าๆ "นี่คืออะไร?" รินรดาขมวดคิ้วมองวัตถุตรงหน้าด้วยความระแวดระวัง "แปลนโครงสร้างเดิมของชุมชนบล็อก C... โครงการที่คุณกำลังจะเข้าซื้อที่ดินเพื่อรื้อถอนในสัปดาห์หน้า" อาคเนย์ตอบเสียงเรียบ แต่สายตาทอดมองเธออย่างมีความหมาย "ผมแก้ปัญหาโครงสร้างฐานรากที่ทรุดตัวให้ใหม่หมดโดยไม่ต้องทุบตึกทิ้ง มันเป็นทางออกที่นักลงทุนของคุณจะได้กำไร และในขณะเดียวกัน... ชาวบ้านพวกนั้นก็ไม่ต้องถูกไล่ที่" รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอรีบเปิดซองจดหมายออกดู แปลนสถาปัตยกรรมที่ถูกแก้ไขด้วยลายมืออันประณีตปรากฏต่อสายตา ตัวเลขต้นทุนและโครงสร้างวิศวกรรมถูกคำนวณไว้อย่างแม่นยำจนน่าตกใจ มันไม่ใช่แค่ภาพฝัน แต่มันคือความเป็นไปได้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด "ทำไมคุณถึง..." เธอมองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ "เพราะผมเกลียดความพ่ายแพ้ครับ" อาคเนย์ยิ้มมุมปาก "และผมก็ไม่อยากเห็นใครต้องกลายเป็นเครื่องมือให้ระบบห่วยๆ นี้เหยียบย่ำอีก... แม้กระทั่งคุณก็ตาม" ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้เอื้อMนคำใดออกมาตอบรับ เสียงผลักประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับกระแสลมเย็นยะเยือกที่พัดกรูเข้ามา ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของชายแปลกหน้าก้าวเข้ามาในความสลัวอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกซ้อนไว้ใต้เงาหมวกปีกกว้าง "ดึกขนาดนี้แล้ว ยังมานั่งสุมหัวกันวางแผนตลบหลังเจ้านายอีกหรือครับ... คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้น พร้อมกับซองเอกสารอีกฉบับที่ถูกโยนลงกระแทกโต๊ะเสียงดังสนั่น ทั้งอาคเนย์และรินรดาสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์บนซองเอกสารนั้น มันคือคำสั่งลับจากเบื้องบน... คำสั่งที่ระบุชื่อของเธอและอาคเนย์ไว้ในฐานะ "เป้าหมายที่ต้องกำจัด" ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางสำรวจรอยต่อของอุดมการณ์และผลประโยชน์ไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%