กลิ่นฉุนของน้ำยาเคลือบไม้เกรดต่ำที่ระเหยปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนเก่า คือสิ่งที่อาคเนย์เกลียดชังที่สุดในชีวิตการเป็นสถาปนิก มันไม่ใช่กลิ่นของการสร้างสรรค์ แต่มันคือกลิ่นของการอำพราง
นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการร่างแบบมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังเคาะลงบนแผ่นแปลนบล็อก C ของโครงการ 'เดอะ เมโทรโพลิส แอนด์ โค' บนโต๊ะทำงานรกๆ ในไซต์ก่อสร้าง เสียงโลหะกระทบไม้ดังเป็นจังหวะตามอัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มถี่กระชั้น เขากำลังจ้องมองเส้นสายที่ซ้อนทับกันอย่างไร้เหตุผลในกระดาษแผ่นนั้น—ไม่ใช่ความผิดพลาดของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่มันคือ "ความตั้งใจ" ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความสมบูรณ์แบบทางกฎหมาย
ประตูห้องพักคนงานชั่วคราวถูกผลักเปิดออกโดยไม่มีแม้แต่เสียงเคาะ รินรดาก้าวเข้ามาในชุดสูทสีเทาเข้มที่ดูราวกับตัดขาดจากโลกโคลนตมด้านนอกโดยสิ้นเชิง เธอถือแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทในมือ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ปะปนเข้ามาในอากาศอับชื้น ตัดกับกลิ่นดิบเถื่อนของไซต์งานอย่างสิ้นเชิง
"คุณกำลังมองหาอะไรอยู่หรือครับ อาคเนย์... หรือว่าเส้นสายพวกนั้นมันเริ่มฟ้องอะไรบางอย่างที่คุณไม่อยากได้ยิน" รินรดายืนกอดอก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นไร้ขอบจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
อาคเนย์เงยหน้าขึ้น ช้าๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับผู้หญิงที่เปรียบเสมือนเงาและโซ่ตรวนของโครงการนี้ "คุณไม่ได้แค่จ้างผมมาเพื่อออกแบบพื้นที่สาธารณะและสวนหย่อมบนดาดฟ้าอย่างที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก รินรดา" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่แฝงด้วยแรงกดดันที่ทำให้อุณหภูมิในห้องแคบๆ ลดลงทันที "พื้นที่ใต้ดินสามชั้นของตึก C... ทำไมมันถึงถูกออกแบบให้มีทางระบายอากาศขนาดใหญ่พิเศษ ทั้งที่ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ระบุว่าเป็นแค่พื้นที่จอดรถธรรมดา"
รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน วางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าเขาอย่างนุ่มนวล แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้อาคเนย์รู้ว่าเธอกำลังถือไพ่เหนือกว่า
"ความอยากรู้อยากเห็นเป็นคุณสมบัติที่ดีของสถาปนิกครับ อาคเนย์... แต่มันมักจะเป็นจุดจบที่รวดเร็วที่สุดของคนที่มีอุดมการณ์สูงส่ง" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ เธอยื่นปลายนิ้วเรียวแตะลงบนมุมกระดาษแผ่นที่เขากำลังศึกษา "คุณคิดว่าเงินหลายร้อยล้านที่ใช้กว้านซื้อที่ดินย่านนี้มาจากไหน นักลงทุนพวกนั้นไม่ได้สนใจหรอกครับว่าสวนบนดาดฟ้าของคุณจะปลูกต้นไม้อะไร หรือผู้สูงอายุจะมีทางลาดวีลแชร์ที่ได้มาตรฐานหรือไม่ สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการคือ 'พื้นที่' ที่สามารถหมุนเวียนผลประโยชน์ได้อย่างไร้ร่องรอย"
อาคเนย์กัดกรามแน่น กล้ามเนื้อสันกรามขยับนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความทรงจำสีเทาจากอดีต—ภาพของโครงการเคหะสงเคราะห์ที่เขาเคยออกแบบแล้วพังทลายลงเพราะการลดต้นทุนและคอร์รัปชันจนคร่าชีวิตคนไร้บ้านไปหลายชีวิต—พรั่งพรูเข้ามาในหัวราวกับคลื่นใต้น้ำที่ซัดกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"คุณกำลังบอกผมว่า ผมเป็นแค่เครื่องมือฟอกขาวให้กับอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างบนความฉิบหายของคนอื่นอย่างนั้นสินะ" อาคเนย์แค่น A เสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คุณใช้ชื่อเสียงของผม ใช้ความน่าเชื่อถือของสถาปนิกที่เคยได้รางวัลระดับประเทศมาบังหน้าโครงการขยะนี่"
รินรดาชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของเธอคลายลงเล็กน้อย แววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—ร่องรอยของความรู้สึกผิดที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังของความเป็นมืออาชีพ
"โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความฝันบนกระดาษไขหรอกนะคะ อาคเนย์..." รินรดาขยับเข้าไปใกล้ขึ้น จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นอายความดื้อรั้นและอุดมการณ์ในตัวเขา กำลังปะทะเข้ากับความจำเป็นและความมืดหม่นในตัวเธออย่างรุนแรง "ถ้าคุณถอนตัวตอนนี้ ค่าปรับทางกฎหมายจะทำลายบริษัทของคุณจนไม่เหลือซาก และที่สำคัญ... คนงานนับร้อยชีวิตข้างนอกนั่น จะไม่มีแม้แต่เงินค่าจ้างกลับบ้านในสัปดาห์นี้"
บทสนทนาหยุดชะงักลง ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสอง มีเพียงเสียงฝนปรอยๆ ที่เริ่มสาดกระทบหลังคาสังกะสีด้านนอก เป็นจังหวะเดียวกับที่ความขัดแย้งในจิตใจของอาคเนย์พุ่งถึงขีดสุด เขาไม่อาจก้าวต่อไปในเกมนี้ได้อีกแล้ว แต่ก็ไม่มีทางถอยหลังโดยไม่สูญเสียทุกอย่างที่เขายึดมั่น
ในจังหวะที่อาคเนย์กำลังจะอ้าปากปฏิเสธและฉีกสัญญาทิ้งต่อหน้าเธอ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนงานก่อสร้างทั่วไป แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังที่เดินอย่างเป็นจังหวะ มั่นคง และเต็มไปด้วยอำนาจ
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่เขาเริ่มทำงานร่วมกับเธอ
ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องได้รับอนุญาต ร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ในมือของเขาถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเก่าและผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโคม
"คุยอะไรกันอยู่หรือครับ ดูท่าทางเคร่งเครียดกันจัง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของอาคเนย์ เสียงกระแทกเบาๆ นั้นกลับดังสะท้อนก้องในความเงียบ
อาคเนย์ก้มลงมองแฟ้มเอกสารที่เปิดอ้าออกโดยแรงกระแทก ภาพถ่ายใบแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือสำเนาโฉนดที่ดินแปลงย่อยในพื้นที่โครงการ พร้อมลายเซ็นกำกับที่เขาจำได้แม่นยำ—มันคือลายเซ็นของอาจารย์ที่เคารพรักที่สุดใน ภาควิลาสถาปัตยกรรม ผู้ล่วงลับไปเมื่อห้าปีก่อน และที่มุมกระดาษ มีตราประทับลับของกระทรวงคมนาคมที่ระบุชัดเจนว่า ที่ดินแปลงนี้ถูกเวนคืนอย่างผิดกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน ก่อนที่จะถูกจัดฉากให้เป็นพื้นที่รกร้างเพื่อกว้านซื้อในราคาถูก
อาคเนย์เงยหน้าขึ้นมองชายปริศนาสลับกับรินรดา หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการหลีกเลี่ยงภาษีหรือการก่อสร้างผิดแบบ แต่มันคือแผนการฆาตกรรมทางกฎหมายที่ใหญ่โตเกินกว่าที่สถาปนิกตัวคนเดียวจะจินตนาการถึง
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางสำรวจรอยต่อของอุดมการณ์และผลประโยชน์ไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา•ตอนที่ 5
กฎของเกมที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับนักล่าพื้นที่สีเทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!